อาทิตย์ 19 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก TV “เป็กกี้ ศรีธัญญา” อโหสิกรรมให้อดีตคนรัก ความสุขกลับคืนมา 100% “คิว” ประกาศพร้อมแต่ง

“เป็กกี้ ศรีธัญญา” อโหสิกรรมให้อดีตคนรัก ความสุขกลับคืนมา 100% “คิว” ประกาศพร้อมแต่ง

1
“เป็กกี้ ศรีธัญญา” วันนี้ขออัปเดตความคืบหน้าอดีตคนรักฟ้องแบ่งทรัพย์สิน ที่ยืดเยื้อมานานถึง 8 เดือน พร้อมเปิดใจรับมือกับอาการแพนิกจนสามารถก้าวผ่าน ค้นพบความสุขแท้จริงในชีวิต ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

วันที่ 14 เพิ่งไปศาลมาเป็นยังไงบ้าง?
เป็กกี้ : “หลายคนอาจคิดว่าคดีสิ้นสุดไปแล้วเพราะนานมากเลยตั้งแต่เป็กโดนฟ้อง เข้าเดือนที่ 8 แล้ว สุดท้ายคดียังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาคดีเลย ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย ไปนัดแรกเป็นการไกล่เกลี่ย โอเคไกล่เกลี่ยกันไม่ลงตัว ก็นัดกันเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน นัดที่สองฝ่ายโจทก์ไม่สะดวกวางเงินต่อศาล ก็เลยขอคำร้องว่าขอยืดระยะในการวางเงิน เพราะการฟ้องร้องจะมีการตั้งตัวเลข แล้วศาลจะพิจารณาว่าตัวเลขนี้จะต้องวางเงินศาลเท่าไหร่ ทีนี้ฝั่งโจทก์ขอเลื่อนไปก่อนเพราะไม่สะดวกในงานวางเงิน แล้วก็มานัดนี้อีก นัดที่สาม เขาก็อุทธรณ์กับทางศาล ขอเพิ่มเป็น 60 วัน แต่รอบนี้เป็นรอบสุดท้ายแล้ว จริงๆ ต้องจบตั้งแต่นัดนี้แล้วค่ะ ศาลก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นถือว่าเป็นความเมตตาของศาลแล้วกัน ศาลก็ต่อเวลาให้อีก 10 วัน เป็นวันที่ 23 ที่จะถึงนี้ เหลือประมาณ 5 วัน”

ถ้า 23 โจทก์ไม่เอาเงินค่าธรรมเนียมวางศาล คดีนี้จะเป็นยังไงต่อไป?
เป็กกี้ : “จริงๆ แล้วคดีนี้ที่ต้องเอาเงินวางศาล เพราะว่าคดีนี้ไม่มีเรื่องที่จะฟ้องอยู่แล้วตั้งแต่แรก ไม่มีเหตุที่จะฟ้อง ถ้าจะฟ้องต้องวางเงิน อันนี้คือการฟ้องแบ่งทรัพย์ รอบนี้ถ้าไม่มีเงินวาง หรือไม่ยอมวางเงินอีก คดีก็น่าจะยุติลง แต่ทีนี้เป็กก็เป็นห่วงว่า ไม่รู้ในแง่กฎหมาย เขาจะสามารถกลับมาฟ้องเรื่องเดิมได้มั้ย ต้องกลับไปศึกษาอีกทีนึง ถ้ารอบนี้เขาไม่มีเงินวาง”

เฟลมั้ย แทนที่จะจบ?
เป็กกี้ : “ก็นิดนึงเหมือนกัน ก็ลุ้นเกร็งเลยว่าศาลว่าจะยังไง ศาลบอกว่าไม่มีเหตุอันจะฟ้อง และเลยกำหนดในการวางเงินมาแล้ว ศาลรู้สึกว่ามันสิ้นสุดแล้ว ไปๆ มาๆ ศาลบอกว่าเดี๋ยวจะหาว่าศาลใจร้าย ศาลให้ผลประโยชน์กับโจทก์ 10 วัน ตอนแรกกรีดร้องอยู่ภายใน”

คิดว่าวันที่ 23 เขาจะกลับมาวางเงินค่าธรรมเนียมเพื่อฟ้องมั้ย?
เป็กกี้ : “ก็ไม่อาจทราบได้ เราไม่รู้ว่ายังไง แต่ ณ วันที่ศาลให้โอกาสโจทก์อีก 10 วัน คิดไปคิดมาก็โอเค คิดว่าศาลเมตตาให้โอกาสโจทก์ไปหาเงินอีก 10 วัน ส่วนจะมีมาหรือไม่มีมา ตรงนั้นไม่ใช่สาระสำคัญในความรู้สึกเป็กแล้ว เป็กตื่นเต้น เครียด เจ็บ จนตอนนี้รู้สึกว่าอะไรก็ได้แล้ว สบายๆ”

พวกค่าธรรมเนียม เวลาโจทก์ยื่นฟ้อง เสียเยอะมั้ย?
เป็กกี้ : “แล้วแต่ตัวเงิน ว่าตั้งตัวเลขไว้ที่เท่าไหร่ ที่คุณอยากจะได้ ค่าธรรมเนียม 2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าจำไม่ผิดนะ”

ยอดเท่าไหร่บอกได้มั้ย?
เป็กกี้ : “ทางศาลไม่อนุญาตให้เราพูดเรื่องตัวเลข รายละเอียดปลีกย่อย อยากพูดเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่อย่างที่บอกเอาไว้ว่าค่อนข้างสูง จริงๆ เขามีเพดานของเขาค่าธรรมเนียมศาล แต่จริงๆ มีฟ้องอนาถา ได้สำหรับบางเคส แต่บางเคสก็ไม่สามารถทำได้ อย่างเคสที่ไม่ได้แบ่งเงิน เป็กก็ไม่แน่ใจในเรื่องรายละเอียด แต่สำหรับเคสเป็กไม่สามารถฟ้องแบบนั้นได้ แต่ฝ่ายโจทก์มีสิทธิ์ที่จะลองดูว่าฟ้องแบบนั้นได้มั้ย เผื่อศาลเมตตา”

ต้องหลายสิบล้าน?
เป็กกี้ : “ตัวเลขที่วางไว้ เป็กพูดไม่ได้”

เขาแซวเพลงที่ใช้ในคลิป?
เป็กกี้ : “ไม่มีอะไร ติดซีรีส์ทนายจิตตรี อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เข้ากับช่วงนี้พอดี ซีรีส์เขากำลังดัง ไหนๆ ก็เดินสโลว์แล้ว หลายคนบอกว่าไม่เหมือนเป็กไปเป็นจำเลยนะ เหมือนทนายแก้วไปเป็นจำเลย แล้วเป็กเป็นทนายให้พี่แก้ว (หัวเราะ)”

คอมเมนต์ให้กำลังใจแต่ละครั้ง รู้สึกยังไง?
เป็กกี้ : “ก็ขอบคุณก่อนทุกคอมเมนต์เลย ทุกกำลังใจเลยที่ส่งมาให้กันตลอด เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ ฝ่ายโจทก์จะฟ้องเราก็เป็นสิทธิ์ของเขา ส่วนเป็กเองก็มีสิทธิ์ปกป้องตัวเอง แต่เวลาคอมเมนต์อะไรอยากเตือนนิดนึง อย่าแพ้เสียงในหัวมากนะ เวลาแพ้เสียงในหัวมากๆ โดนฟ้องนะ ล่าสุดเป็กรู้ข่าวมาว่าฝ่ายโจทก์ฟ้องคนในโซเชียลเยอะมาก

ตอนแรกเป็กว่าจะช่วยจ่ายเงิน แต่เห็นจำนวนคนแล้ว เป็กก็ช่วยไม่ไหวจริงๆ ช่วยชาวเน็ตที่โดนฟ้อง ก็เยอะ แต่คงไม่ถึงร้อย เดิมทีให้ทีมหลังบ้านติดต่อไป อยากขอช่วยจ่ายครึ่งนึงหรืออะไร แต่ดูจากจำนวนคนแล้ว คิดว่าถ้าช่วยทั้งหมดเป็กต้องขายบ้านหลังนึงหรือเปล่า เป็กก็ไม่มั่นใจ เขาฟ้องหลายสิบ อย่างนี้ไม่ต้องวางเงินศาล ไปชั้นไกล่เกลี่ย จ่ายเงินแล้วก็จบกันได้เลย ถ้าฟ้องในโซเชียลจะอยู่ในชั้นไกล่เกลี่ย ไม่ใช่เฉพาะเคสเป็กนะคนอื่นก็เหมือนกัน กรุณาคอมเมนต์แบบเซฟตัวเองกันด้วยนะทุกคน เป็กเป็นห่วง

หลังจากนี้ถ้าคดีสิ้นสุดหรือไม่สิ้นสุด เป็กอยากทำมีตติ้ง อยากขอบคุณที่ออกมาปกป้องเป็ก คนที่โดนฟ้องทุกคนนะ ฟีลแฟนมีตที่โดนฟ้องทุกคน อยากเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน คงจ่ายเงินแทนให้ไม่ได้ แต่อยากทำแฟนมีต เลี้ยงข้าว แล้วปลอบโยนทางจิตที่ซัปพอร์ต อยากให้ระวังตัวกันด้วย หาวิธีด่าที่ไม่โดนฟ้องได้มั้ยอีกเรื่องนะถ้ารอบนี้เขาไม่มีเงินวางศาล คดีจบ แต่ถ้ามีเงินวางศาล เรื่องนี้ยาวๆ เลยนะ อย่างน้อยเป็กว่าอย่างต่ำ 2 ปี ในการสู้กันบนศาล นั่นแหละค่ะ ทุกคนเวลาให้กำลังใจก็ระวังตัวด้วย”

มีอะไรอยากบอกมั้ย?
เป็กกี้ : “จริงๆ อยากฝากความปรารถนาดีแล้วกัน ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทุกวันนี้ไหว้พระสวดมนต์ก็อธิษฐานจิตขออโหสิกรรมให้ อยากบอกว่าอยากให้มีชีวิตที่ดี อยากให้มีครอบครัวที่ดี อยากให้ดูแลครอบครัว อยากให้เจริญก้าวหน้าเติบโตไปในทิศทางที่ดี อยากให้มีชีวิตที่ดีค่ะ แต่ในส่วนการสู้กัน ทางเขาฟ้อง เป็กก็ต้องปกป้องตัวเอง ต้องสู้กันในส่วนของกฎหมาย แต่ความคิด ความแค้น ความเครียด ในใจเป็กตอนนี้ ไม่มีแล้ว อยากให้เติบโตไปในทิศทางที่ดี ขอให้โชคดีในชีวิต”

ตอนที่ได้หมายศาล เป็กเป็นแพนิกหนักมาก ต้องไปพบนักจิตบำบัด?
เป็กกี้ : “เดิมทีไม่ต้องพบนักจิตบำบัด อาการมันค่อยๆ เริ่ม ซึมมาตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีอาการเราเป็นหนักแล้ว บางวันมัดผมแน่นแล้วรู้สึกว่าหายใจไม่ออก ในใจบอกว่าตายแน่ๆ แล้วบางทีใส่ชุดแน่น หรือไปฉีดหน้าแปะยาชา ตัวพลาสติกรัดบนหน้า เป็กหายใจไม่ออก ต้องแกะออก แล้วเช็ด แล้วกลับบ้านเลยทำไม่ได้ หลายเรื่อง มีปัญหากับการใช้ชีวิต มีบางวันไปนั่งรถเพื่อนที่เป็นโฟล์ค ไม่สามารถเปิดกระจกได้บนทางด่วน อยู่ดีๆ หายใจไม่ออก ต้องให้เขาจอดรถบนทางด่วนแล้วไปหายใจ น่ากลัวมาก ใครไม่เป็นคงไม่รู้ ณ ตอนนั้นเป็กสูญเสียความสุข สูญเสียความมั่นใจ เดินไปทางไหนก็รู้สึกว่าคนจะคิดยังไงกับเรา รู้สึกไม่โอเคกับชีวิตเลย มันหมดเลยความสุข จนคิดว่าชาตินี้คงไม่เจอความสุขอีกแล้วมั้งคงไม่ได้แตะความสุขอีกเลยมั้ง มันทุกข์มาก อยู่ดีๆ ทุกอย่างทุกข์ไปหมดเลย ไม่เห็นความสุขเลย”

จุดไหนที่รู้สึกว่าเราต้องพบแพทย์ ?
เป็กกี้ : “เราก็ยังไม่รู้สึกว่าเราต้องพบแพทย์ แต่เวลาสัมภาษณ์แขก มีชาล็อตมา เราถามว่าชาล็อตเป็นไงบ้าง เวลาไปหาหมอต้องกินยาต้านแพนิก ต้านซึมเศร้า มันช้าลงมั้ย ชาล็อตบอกว่ามันช้าลงคุณพี่ เราไม่กล้ากิน ก็ฝืนอยู่นาน จนพี่ส้มเจ้าของรายการคุยแซ่บฯ เขาเห็นอาการเป็กมาสักระยะนึงแล้วค่ะ เขาคิดว่าเป็กไม่น่าจะไหวนะ อีกหน่อยจะหนักกว่านี้ ทำงานลำบาก เป็กรู้จักนักจิตที่ไหนมั้ย เป็กบอกว่าเป็กไม่รู้จักนักจิตเลย ที่เดียวเลยถ้าจะให้เป็กไปปรึกษาคือโรงพยาบาลศรีธัญญาอย่างเดียวเลย แต่จะให้เป็กเทียวไปเทียวกลับก็ยาก พี่ส้มเลยแนะนำนักจิตบำบัดมาให้เป็ก”

เขารักษายังไง?
เป็กกี้ : “ถ้าบางคนอาการกำเริบ อาจต้องกินยา แต่เป็กหาหมอไม่ใช่เพื่อการทานยา เป็กไม่อยากทานยาเลย เป็กเลยคุยกับอ.มอส ไตรมิตร ที่คุณพี่ส้มแนะนำให้ ก็ใช้วิดีวิดีโอคอลทุกวัน วันละชม. รีเซ็ตระบบเราใหม่เลย เคยเห็นคุยแล้วเปิดใจร้องไห้โฮหมดแรงไปกับพื้นมั้ย เป็กเป็นแบบนั้นหลายรอบมากเลย ร้องจนหมดแรง กว่าจะฟื้น เขาบอกให้ดิ่งลงไปถึงที่สุดแล้วค่อยปีนขึ้นมาใหม่”

จากเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ในการดิ่ง ตอนนี้ขึ้นมาได้ขนาดไหน?
เป็กกี้ : “ตอนนี้ความสุขกลับมาแล้ว ร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็กสุขกว่าเดิม ตอนนี้เป็กสดใสมากเลย แต่ว่ากว่าจะได้อย่างนี้ก็ยากมาก แต่ถามว่าแพนิกหายมั้ย แพนิกไม่หาย มันจะอยู่กับเราไปตลอด เพียงแต่เราควบคุมเขาได้ดีขึ้น เวลาอาการกำเริบหรืออะไร เราเปลี่ยนโฟกัส เราใช้วิธีนั่งสมาธิ สวดมนต์ ออกกำลังกาย เวลาเราเป็นปุ๊บเราจะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรๆ เปลี่ยนโฟกัส”

เรื่องที่ทำให้ดีขึ้นมา ทุกอย่างเป็นสีชมพู คือความรักที่สวีตมากๆ เลย คือคุณคิว มานั่งในสตูฯ ด้วย?
เป็กกี้ : “เขาขี้อายมาก คนอินโทรเวิร์ตไม่รู้จะมองไปทางไหน คนเป็นแพนิกอยู่โน่นแล้วตอนนี้(หัวเราะ)”

คิวให้กำลังใจเขายังไง?
คิว : “หลักๆ เวลาเขาเครียด อยู่ข้างๆ คอยให้คำปรึกษาเขาไม่ให้เครียด ไม่ว่าคุณทำอะไร ผมจะอยู่ข้างๆ ไม่สบายใจก็ให้ระบายออกมาได้ เพราะไม่ได้คาดหวัง ตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าต้องเป็นแฟนหรือมาดูแล แค่คาดหวังให้เขามีความสุขในสิ่งที่เขาควรจะเป็น เพราะเขาเจอเรื่องอะไรมาเยอะแล้ว แค่อยู่ข้างๆ ให้เขาแฮปปี้ ให้เขาใช้ชีวิตในปัจจุบันให้โอเคก็พอแล้ว แค่นั้นเลย”

มีทะเลาะกันบ้างมั้ย?
คิว : “มีทะเลาะอยู่แล้ว แต่เราคุยกันแบบผู้ใหญ่ เคลียร์กันเลย อันไหนปรับได้ก็ปรับกัน”

เป็กมีเสียงสอง สาม สี่?
คิว : “ก็มีครับ ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกัน เขาจะมีอีกตัวตนนึงเวลาอยู่ด้วยกัน”

คิวล่ะมีเสียงเล็กเสียงน้อยด้วยมั้ย?
คิว : “ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่เขาจะเรียกว่าป่ะป๊า”

เป็กกี้ : “อยู่ที่บ้านเราอ่อนโยน แบบที่รัก อยากกินอันนี้”

คิวเรียกอะไร?
คิว : “เรียกที่รักครับ (หัวเราะเขิน)”
เป็กกี้ : “เขาเสียงนุ่มอยู่แล้ว อยู่ที่บ้านเป็กคุย 100 คำ เขาคุยครึ่งคำเท่านั้นเอง ก็ขอบคุณด้วยที่เข้ามาในช่วงเวลาที่แย่มากๆ ขอบคุณที่เข้ามาให้พิง ตอนแรกคิดว่าจะแค่พิงเขาให้เราดีขึ้น แล้วเราจะไปต่อ คิดว่าเราน่าจะไปไม่รอด เพราะคู่เราแตกต่างกันมาก เขาก็รู้นะ เขาก็ยินดีเข้ามาให้เราพิง ด้วยความต่างทางสังคม ทางอะไรก็ตาม คิดว่าเราคงไปด้วยกันได้ไม่ยืด แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าอยู่ด้วยกันแล้วเป็กรู้สึกว่าอยู่ด้วยกันแล้วเราสบายใจ มีความสุข ทำให้เป็กเจอความสุขได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ รู้สึกว่าเฮ้ย ความสุขเรากลับมาแล้ว ความสุขแบบเรียบง่าย ไม่หวือหวา ถ้าเราอยากไปกินข้าวข้างนอกก็ไปกัน แต่เวลาอยู่ในบ้าน ไม่ว่าเราจะโฉบเฉี่ยวในโซเชียลแค่ไหน แต่ถ้าเราอยู่ในบ้านแล้วเป็นความสุขจริงๆ เราจะสัมผัสได้เลยว่าเนี่ยคือความสุข”

ทำอะไรกันอยู่บ้าน?
เป็กกี้ : “ไลฟ์ขายของ (หัวเราะ) คิวจากคนไม่พูดกับใครเลย จากอินโทรเวิร์ต ตอนนี้ขายของเก่งมาก เรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม วันไหนมีแบ็กอัปศิลปินก็ไปเหมือนเดิม ทำงานมากยิ่งขึ้น”

เหนื่อยมั้ย?
คิว : “ไม่เหนื่อยครับ”

เห็นสวีตกันแบบนี้ เอะอะจูบ เอะอะหอมแก้ม เคยผ่านจุดที่เกือบไปกันไม่รอด?
เป็กกี้ : “จูนกันไม่ติด ตัวเป็กเองเคยมีแฟนที่ตัวติดกัน ไปไหนไปกันตลอด พออยู่มาวันนึงไม่มีเขาแล้ว รู้สึกว่าตรงนั้นมันขาดหาย พอพี่คิวเข้ามา ก็คิดว่าต้องเป็นแบบนั้นแน่เลย ตัวติดกันแน่เลย แต่เปล่า ทำไม่ได้ เขาทำงาน เขาเป็นแบ็กอัปศิลปิน เขาก็ไปกับศิลปินหลายคน บางทีไปต่างประเทศ ไปลาว เขาไปหลายวัน จนเรารู้สึกว่า เฮ้ย เราเหมือนโดนทิ้ง เรากำลังต้องการใครสักคนมาให้เราพิง เรารู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ แล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ เราก็งอแง เราบอกกับเขา”

มีช่วงทะเลาะกัน คุณคิวก็หนีออกจากบ้านไปเลย?
เป็กกี้ : “เขากลับไปอยู่คอนโดเขา คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่อยากคุยแล้ว เราไม่เคยทะเลาะกันแรงค่ะ ส่วนใหญ่เราคุยกันด้วยเหตุผล แต่มีความตึง เขารู้สึกว่ามันอึดอัด การที่เขากลับไปอยู่ที่คอนโดอาจทำให้เป็กเย็นลงและกลับมาค่อยคุยกัน แต่กลายเป็นว่าเรารู้สึกแย่ไปกว่าเดิม”

สุดท้ายปรับจูนกันยังไง?
เป็กกี้ : “ก็คุยกัน เขาบอกว่าคิดว่าไปแล้วจะดีขึ้น ถ้ารู้ว่าไปแล้วไม่ดีขึ้นก็ไม่ไปแล้ว จะอยู่กันจนกว่าจะเคลียร์ให้ดีขึ้น”

ทลายกำแพงเรื่องความกังวลใจเรื่องมือที่สามมั้ย?
เป็กกี้ : “เดิมทีไม่มีความกังวลใจเรื่องมือที่สามอะไรเลย ตอนเริ่มคบก็เหมือนกัน ความกังวลใจของเป็กมีแค่เรื่องเดียว คือไม่โอเคกับการอยู่คนเดียว แค่นั้นเลย ต้องการคนที่อยู่ด้วยกันตรงนี้ ไม่งั้นประสาทกินแน่เลย ทั้งแพนิกทั้งอะไรไม่รู้ตอนนั้น แทนที่เราจะเยียวยาตัวเองรักษาคนอื่น แต่กลายเป็นว่าเราอยากอาศัยคนอื่นเพื่อทำให้เราดีขึ้น นั่นคือปัญหาของเป็ก ที่เป็กไม่รู้ตัวว่าเป็นแบบนั้น”

ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว?
เป็กกี้ : “โอ้ย ดีที่สุด เขาจะไปไหน ไปทำอะไร เป็กจะไปสปา ทำเล็บ ต่างคนต่างไป แล้วกลับมาเจอกันที่บ้าน บางทีเป็กมาคุยแซ่บฯ เจอแขกรับเชิญ อย่างคุณพี่โยล่าสุด เป็กกลับตี 1 เขาก็ไม่ได้ว่า เป็กไปกับเพื่อนได้อย่างมีความสุข ทุกอย่างลงตัว”

กำลังมีแพลนจะแต่งงาน?
คิว : “อันนี้ถ้ามีโอกาสก็แต่งแน่นอนครับ แต่ตอนนี้อยากให้ซัคเซสในเรื่องธุรกิจก่อน อยากให้ประสบความสำเร็จก่อน แต่จริงๆ คุยกันแล้วว่าการแต่งงานก็ไม่ได้ซีเรียส หลักๆ คืออยากอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขก่อน อนาคตจะแต่งยังไง พร้อมตลอดอยู่แล้วครับ ตอนนี้ขอให้ธุรกิจซัคเซสก่อนครับ (หัวเราะ)”
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama