สามี “ฝ้าย” ดีลเลอร์ก๋วยเตี๋ยวเรือดัง ร่ำไห้สูญเสียเมีย เครียดหนักโดนโกง 10 ล้าน เส้นเลือดสมองแตก มีเงินติดบัญชี 215 บาท “ผ้าแพร AF” ช้ำเครียดจัด เสียลูกแฝดไป 1 คน
กรณีเรื่องราวหดหู่ “คุณฝ้าย” อดีตดีลเลอร์รายใหญ่ของแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูปชื่อดัง ที่ประสบปัญหาถูกโกงเงินจมและโดนหลอกเอาบ้านไปขายฝาก รวมความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท จนส่งผลให้เกิดภาวะเครียดสะสมอย่างหนักและเสียชีวิตลงด้วยภาวะเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา
รายการ โหนกระแส วันที่ 1 ก.ย. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ได้สัมภาษณ์ เอส สามีคุณฝ้าย, เรืองรัตน์ น้องสาวคุณฝ้าย, ผ้าแพร เอเอฟ ผู้เสียหาย, เตือนใจ เสียหาย 2 ล้าน วันที่ลำบากแม่ป่วย ขอเงินคืน 5 แสนไปรักษาแม่ แต่กลับไม่ได้เงินสุดท้ายแม่เสียชีวิต, แพร ผู้เสียหาย, ทนายภัทธ์ธีรา วารัณนิธิศวร์ และ ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์
คุณฝ้ายจากไปอย่างสงบวันที่เท่าไหร่?
เอส : วันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา เมื่อวานเพิ่งเผาศพไป เมื่อเช้าเพิ่งเก็บกระดูกไป
เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น เรื่องมันคืออะไร?
เอส : จริงๆ ผมกับฝ้ายทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งนึง ก็อยากหารายได้เพิ่ม ก็หาสินค้าตัวนี้มาขาย ทำธุรกิจกันมา เราจ่ายเงินไป เขาส่งของปกติ แต่มีช่วงหลังที่ส่งของให้เราแปลกๆ เริ่มส่งบ้างไม่ส่งบ้าง สุดท้ายไม่ส่งสินค้าปิดโรงงานหนีไปเลย เราก็พยายามทวงถามต่างๆ นานา คุณฝ้ายพอรู้เรื่องเขาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เครียดมาก นั่งคุยกันคือคุยไม่รู้เรื่องเลย
ช่วงนั้นนะ?
เอส : ใช่ ก็พยายามติดต่อผู้เสียหายด้วยกัน เราอยากเรียกร้องเงินของเราคืน ติดต่อทนาย ติดต่อต่างๆ เพื่อดำเนินคดี
ตอนนั้นฝ้ายลงเงินไปเท่าไหร่?
เอส : มันเป็นงวดๆ ไปเรื่อยๆ ก้อนสุดท้ายที่เราไม่ได้เงินคืน ไม่ได้สินค้าด้วย ค้างอยู่ที่ 5 ล้านบาท
บ้านล่ะ?
เอส : บ้านที่เขารับปากว่าจะผ่อนให้เรา โดนยึดไปประมาณ 5 ล้าน ตัวบ้านผมซื้อมาประมาณ 5 ล้านพอเราประกาศขายในราคา 5 ล้าน เขารับปากจะมาซื้อบ้านผม แต่เบื้องต้นขอเอาไปขายฝากก่อนนะ
เรืองรัตน์ : บ้านหลังนี้เริ่มต้นเขาซื้อบ้านกันมา ผ่อนหมดในระยะเวลา 5 ปี ตัวบ้านราคา 5.6 ล้าน เมื่อครอบครัวเติบโตก็ขยับขยายมาซื้อบ้านอยู่ละแวกเดียวกัน ต้องการเป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัว ความคาดหวังของพี่ฝ้ายคือต้องการขายบ้านราคา 5.6 ล้านแล้วนำเงินบางส่วนมาโปะหนี้บ้านหลังที่ซื้อใหม่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นตัวอีกแบรนด์นึงเขาจะซื้อค่ะ
ทนายภัทธ์ธีรา : เหมือนเขาจะซื้อบ้านหลังคุณฝ้าย โดยเขาจะย้ายมา และประสานกับคุณฝ้ายว่า ระหว่างนี้จะเอาลูกเอาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน เขาจะซื้อบ้านคุณฝ้ายโดยจะเอาบ้านไปขายฝากก่อน พอเสร็จแล้ว ถ้าเขาขายบ้านหลังของเขาที่นนทบุรีได้ เขาจะเอาเงินมาจ่ายให้คุณฝ้าย ปรากฏว่าบ้านเขาที่นนทุบรีที่บอกจะขายเอาเงินมาจ่ายเรา บ้านหลังนั้นโดนยึดไปแล้วค่ะ ก็เป็นกลอุบายจะมาเอาบ้านหลังนี้ไป
คุณฝ้ายรู้จักเขาได้ยังไง?
เอส : ซีอีโอกับดีลเลอร์ตัวแทน ตอนแรกไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเลย หลังๆ เขาเริ่มเข้ามาตีสนิทให้คุณฝ้ายเชื่อใจคุยเช้าคุยเที่ยงคุยกลางคืน คุยเรื่องครอบครัวต่างๆ จนไว้ใจกันระดับนึง เขามาขอตีสนิท มาให้เราขายฝากบ้านเพื่อเอาเงินไปช่วยเขาหมุนธุรกิจ ก็รับปากต่างๆ นานา สุดท้ายไม่ได้ชำระเงินให้เรา
ข้อตกลงมันเป็นยังไง วิธีการคือยังไง?
ทนายภัทธ์ธีรา : ซื้อขายปกติค่ะ
เขาบอกซื้อเขาในราคาต้นทุน แล้วเอาไปทำกำไรได้ คุณฝ้ายจ่าย 5 ล้านก่อน ของได้มั้ย?
ทนายภัทธ์ธีรา : ช่วงปีแรกได้นะคะ ช่วงโควิดซื้อขายจบแล้ว แต่ตอนหลังๆ เป็นวิธีการใหม่ๆ เพื่อขายให้ทางนี้ซื้อเพิ่มขึ้นๆ แต่สุดท้ายไม่ได้ของค่ะ
เขาก็ยอมรับว่าเขาขาดสภาพคล่อง มีการติดเงิน ของต่างๆ ไม่ได้ให้ จาก 5 ล้าน มีบ้านอีก 5 ล้าน รวมเป็น 10 ล้าน ผัวเมียคู่นี้รู้ ซื้อขายก๋วยเตี๋ยวเรือด้วยกัน ก็ติดต่อว่าจะมาเอาเองบ้านที่จะขายแต่ขอเอาเข้าแบงก์ก่อน แล้วจะเอาเงินมาหมุนก่อน จะไปขายบ้านนนทบุรี แล้วจะเอาเงินนั้นไปชำระที่แบงก์ แล้วจะเอาบ้านหลังนี้เป็นของฉัน พาลูกพาญาติมาอยู่ที่นี่ เป็นเพื่อนกัน สุดท้ายทนายบอกเป็นกลอุบาย คุณฝ้ายยอมให้เขาเอาบ้านเข้าแบงก์ เอาเงินไปใช้ก่อน ปรากฏบ้านนนทบุรีโดนยึดไปแล้ว บ้านหลังนี้ก็ไม่ผ่อน แต่บ้านขายฝากไปแล้ว คุณฝ้ายเสียบ้านฟรีๆ ไปเลย 5 ล้าน จากนั้นคุณฝ้ายทวงความเป็นธรรมยังไงบ้าง?
เอส : สำหรับเรื่องบ้านเขาโทรหาทนาย ทนายบอกจะทำไรก็ทำเลย เขาไม่มีเงินจ่ายให้แล้ว
จากนั้นมาออกโหนกระแส?
เอส : ออกโหนกระแสเดือนพ.ย. แล้วบ้านโดนยึดเดือนธ.ค. คุณฝ้ายเลยทำคลิปว่าติดต่อทนายไปแล้ว แล้วก็ได้คำตอบแบบนี้
เปิดคลิปคุณฝ้ายอัดคลิปร้องไห้ ทนายบอกไม่มีเงิน ทำอะไรก็ทำเลย ฝ้ายผิดอะไรทำไมต้องทำกันขนาดนี้ จะมีสักหนมั้ยที่จะออกมาคุยกันดีๆ วันนี้อยู่ดีๆ ปล่อยบ้านโดนยึด วันนี้อยากเรียกร้องในสิทธิ์ความถูกต้องทุกสิ่งทุกอย่าง ใครที่หลอกเอาบ้านเราไป ไม่ควรลอยหน้าลอยตาแบบนี้ ในวันนี้ไม่มีความสำนึกผิดอะไรเลย แล้วคนนั้นมาทำร้ายเราขนาดนี้ จริงๆ วันนี้อยากเล่าให้ทุกคนฟัง เพราะมีคนถามกันเยอะว่าเป็นยังไงบ้าง นี่คือคลิปคุณฝ้ายที่ระบายเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตลอดระยะเวลาคุณฝ้ายก็ไม่ได้งอมืองอเท้าในการต่อสู้ เธอไปขึ้นแบรนด์ใหม่ชื่อว่าเรือทอง ณ วันนี้อยากกราบขอเถอะ ใครที่ชอบไปอุดหนุนซื้อเลย ก๋วยเตี๋ยวเรือคนๆ นึงที่พยายามต่อสู้เพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว ใช้หนี้ใช้สิน จนกระทั่งชีวิตเธอหาไม่ เป็นสิ่งที่คุณฝ้ายทิ้งเอาไว้สุดท้าย ใครสนใจคุณสามารถไปสั่งไปกินกันได้ หลังออกโหนกระแส ก็ยังเงียบอยู่ ได้ติดต่อมั้ย?
เรืองรัตน์ : ของพี่ฝ้ายติดต่อทุกช่องทางที่ติดต่อได้ แต่ตามเฟซบุ๊กเขาบล็อกหมดค่ะ แกก็ได้แต่โพสต์หน้าเฟซบุ๊กตัวเองอยู่ตลอดเรื่อยมา
เขาปิดการติดต่อเหรอ?
เรืองรัตน์ : ใช่ค่ะ ตัวเฟซบุ๊กเคยคอนแทคกัน โดนปิดไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
อาจสงสัยทำไมกลับมาทำเรื่องนี้อีก คุณฝ้ายเสียชีวิตแล้ว เส้นเลือดในสมองแตก เพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อวานฌาปนกิจไป วันนี้เพิ่งเก็บกระดูก คนที่คุณผู้ชมเห็นในจอภาพร้องไห้ ทวงความเป็นธรรมจนชีวิตหาไม่ มันแย่มากนะ สำหรับคนมีลูก 3 คน มีคุณพ่อคุณแม่อายุมาก มีสามี มีน้อง มีภาระที่ต้องรับผิดชอบเยอะแยะมากมาย แต่กลับไปโดนอย่างนี้ คนตายพูดไม่ได้หรอก ผมบอกเลย แต่ร่องรอยที่คนตายฝากเอาไว้มันมีครับ แต่ยิ่งสู้ฝ้ายยิ่งเหนื่อย ยิ่งตามยิ่งผิดหวัง จนหลายครั้งเผลอพูดว่าช่างมันเถอะ เดินหน้าใหม่ สร้างใหม่ในนามแบรนด์เรือทอง เธอทำทุกวิถีทาง คุณเอส ทำไมคุณฝ้ายถึงเส้นเลือดในสมองแตก เหตุมันเกิดอะไรขึ้น?
เอส : ไปบันทึกประจำวันที่กองปราบ วันที่ 22 ส.ค. 68 วันที่คุณฝ้ายไม่สบายคือวันที่ 22 ส.ค. 69 หนึ่งปีพอดี วันนั้นเขานั่งทำงานอยู่ที่บ้าน ตร.โทรมาแจ้งความคืบหน้าคดี บอกว่าตอนนี้ได้สำนวนจากกองปราบแล้ว จะดำเนินการต่อให้นะ หลังจากนั้นเขาเริ่มรีโพสต์ถามความยุติธรรมและโทรหาพี่ที่เสียหายปรึกษากัน เขาก็เริ่มมีความเครียดกลับคืนมา แต่ไม่ได้บ่นว่าปวดหัวอะไร กินข้าวได้ปกติ แล้วก็ขึ้นไปนอน แล้วก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น เกือบๆ ตีสอง ตอนนั้นผมเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ ผมทำงานอยู่ข้างล่างดึกขึ้นไปทีหลัง ผมขึ้นไปเดินผ่านเตียงนอนเขานอนหลับไปแล้ว ผมก็ไปดูออเดอร์ ไปดูอะไรในมือถือ คุณแม่เคาะประตูห้องน้ำว่าช่วยฝ้ายหน่อย คุณแม่เล่าว่าเขาเดินออกจากห้องนอนตัวเองไปเคาะห้องนอนคุณแม่ บอกช่วยฝ้ายหน่อย ฝ้ายเจ็บ น่าจะเจ็บหัวมาก คุณแม่จับมือเขา เขาก็นั่งทรุดไปเลย แล้วก็หลับไปเลย จากนั้นส่งรพ. เบื้องต้นไปห้องฉุกเฉิน คุณหมอเอ็กซเรย์สมอง บอกว่ามีเลือดออกในสมองเยอะมาก
แตกเลยไม่ได้ตีบ ไม่ได้ตัน เส้นเลือดแตกเลย?
เอส : ใช่ครับ แล้วก็รอคุณหมอเวรเช้าเป็นคุณหมอศัลยกรรมมาคอนเฟิร์มว่าสมองเขาเลือดออกเยอะมาก ทำให้ก้านสมองเสียหาย คุณหมอบอกว่าไม่น่าผ่าตัดได้ ให้ทำใจ
ผมถามว่าคุณฝ้ายมีอาการหรือมีโรคประจำตัวอะไรมั้ย ทางญาติบอกว่าไม่มี และได้ถามคุณหมอซ้ำว่า มันเกิดขึ้นได้ยังไง ความเครียดเกี่ยวมั้ย คุณหมอตอบว่า?
เรืองรัตน์ : ความเครียดเป็นปัจจัย ให้ความดันโลหิตสูงค่ะ
อยากให้สังคมได้รับรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ เขามีลูก 3 คน แม่ต้องต่อสู้ปากกัดตีนถีบ สุดท้ายเขาเส้นเลือดในสมองแตกเพราะความเครียด เขาอาจมีโรคประจำตัวก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คุณหมอบอกว่าความเครียดคือปัจจัย?
เรืองรัตน์ : คุณหมอบอกว่าคนเรามีความเครียด ตัวเส้นเลือดจะยืดหดขยาย ทำให้ความดันสูง สภาพหลอดเลือดจะเสื่อม ตัวนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดได้
ปกติฝ้ายเครียดเรื่องอะไร?
เอส : มีเรื่องนี้เรื่องเดียว ถ้าที่เขาบ่นก็เรื่องคดี
ทนายภัทธ์ธีรา : เขาอยากได้เงินเขาคืนค่ะ เงินที่เขาทำมาหากินมาทั้งชีวิต ครอบครัวควรได้ใช้
เขาเครียดเรื่องลูกหรือเปล่า?
เตือนใจ : ไม่ใช่ค่ะ ตอนเกิดปัญหากัน พี่ น้องแพร ฝ้าย บางทีตีหนึ่งตีสองยังทักหากันอยู่เลยค่ะ น้องทักมาว่าแม่หลับมั้ย ไม่หลับเหมือนกัน เราจะวนกับสิ่งที่เราเจอ ว่าทำไมต้องเกิดกับเรา ดึกดื่นเราก็จะทัก แม้แต่วันที่น้องจะไป น้องโพสต์เยอะ ก็ทักไลน์ไปว่า ฝ้าย ทำไมหนูโพสต์เยอะจัง วันนั้นน้องคุยกับพี่ประมาณชม.ว่าหนูไม่ไหว เขาเล่าว่าเงินเขาไม่ค่อยจะพอใช้เลย หนูใช้แต่เงินกรรมการ หนูขับรถไปทำงานที่นนทบุรี ค่าน้ำมันก็แพง แม่หนูไปดูรถ หนูอยากได้รถไฟฟ้า หนูยังไม่มีเงินดาวน์เลย เขาก็เครียดเรื่องนี้ค่ะ วันนั้นเราคุยเรื่องนี้กันตลอด พี่ยอมรับว่าเรื่องนี้ทำให้พวกเราเครียดกันมาตลอด เพราะมันเป็นเงินของเรา ที่เราหากันมาได้ อย่างพี่ก็บอกตรงๆ ว่าอาจเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตพี่ก็ได้ที่พี่ต้องใช้ แต่น้องฝ้ายเขามีภาระ มีลูก เขาต้องกลายเป็นหนี้บ้านอีกหลังนึง ภาระเขาเยอะค่ะ เราคุยกันมาตลอดค่ะ
ยืนยันว่ามีเรื่องเครียดเรื่องนี้เรื่องเดียว?
ทนายตุ๋ย : คนทำธุรกิจน่ะครับ เริ่มต้นจากไม่มีอะไรจนมี มีวันนึงคนนึงทำอะไรก็ตามแต่เพื่อความต้องการของตัวเอง เพื่อจะรวยทางลัด แต่กลับมายืมมือคนอื่น ข้ามไปทางลัด โดยไม่ได้นึกว่าเขาเริ่มต้นอะไรมา ถ้าพูดตามหลักกฎหมาย ต้องมีเหตุก่อนมันถึงมีผล
เอส : ถ้าคนอื่นโดนโกง จนเหลือ 0 บาท แต่ฝ้ายติดลบนะครับ (เสียงเครือ) ในวันที่เขามาใช้กลอุบายเอาเงินของเราไป ฝ้ายต้องไปรูดบัตรเครดิตให้ ไปยืมเงินพ่อแม่มาให้ ฝ้ายติดลบไป 2 ล้าน วันที่เขาเสียใจมากคือเงินในบัญชีมี 215 บาท เขาไม่มีเงินซื้อขนมให้ลูก (ร้องไห้) ต้องเอาไปใช้หนี้บัตรเครดิต กับคุณพ่อคุณแม่ที่ยืมญาติๆ มาเพื่อเอาเงินให้คนนี้ บอกเลยเขาติดลบ (ร้องไห้) เขาจะไม่ยอมติดบูโร เขาพยายามเคลียร์ เขาเป็นหนี้ เขาต้องใช้ จิตใจเขาเป็นอย่างนั้น
ทนายตุ๋ย : อีกคนไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ข้ามความลำบากเพื่อจะไปรวยอย่างรวดเร็ว
เอส : บ้านหลังปัจจุบัน ก็ยังไม่รู้เลยว่าต่อไปจะโดนยึดหรือเปล่า เพราะผมกับฝ้ายตั้งใจกันว่าจะเอาบ้านที่โดนยึดไปมาโปะบ้านหลังปัจจุบัน ไม่งั้นเราไม่กล้าซื้อบ้านหลังใหม่ แต่พอวันนี้เขาไม่อยู่แล้ว สภาพการเงินมันก็ไม่ค่อยดี บ้านขายฝากในนามคุณฝ้าย พอนายทุนเขาโอนเงินให้ฝ้าย เขาก็โอนให้วันนั้นเลย
เท่ากับฝ้ายเป็นหนี้อีกก้อน 5 ล้าน?
เอส : ตอนนี้เขายึดบ้านไปเลย
เท่ากับฝ้ายเสียบ้านฟรีๆ ไปเลย 1 หลังกับคนนี้?
เอส : บ้านปัจจุบันถ้าไม่ไหวก็คงโดนยึดไปอีก
ตอนเขามาเขายอมรับเรื่องนี้มั้ย?
เอส : เขาไปคุยกับคนอื่น ว่าคุณฝ้ายเป็นหนี้เขา คนบ้าที่ไหนจะขายฝากบ้านตัวเองมาให้เขาล่ะ ต้องเป็นหนี้เขาสิ กลายเป็นคุณฝ้ายเป็นหนี้เขาเฉยเลย คุณฝ้ายเขาก็ดิ่งมาก รักมึง แต่ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้
คุณพ่อคุณฝ้ายเป็นยังไงตอนนี้?
เอส : แย่ครับ สภาพจิตใจแย่
พ่อเป็นไงบ้าง?
พ่อฝ้าย : กินไม่ได้นอนไม่หลับ (น้ำตาไหล) ตอนแรกผมมาอยู่กับลูก ดูแลตั้งแต่บ้านหลังแรก ครอบครัวผมเวลามีเทศกาลปุ๊บ แทนที่จะไปแบบครอบครัว ถ้าลูกผมไป ลูกเขยก็ต้องอยู่ เพื่อทำโอที เพื่อได้เงิน ทุกอย่าง เงินเดือน เงินโอที โบนัสของลูกทั้งสอง เพื่อมาผ่อนบ้านหลังแรกให้ แต่สรุปแล้ว บ้านที่ได้โดยน้ำพักน้ำแรง โดนยึดไปแล้ว โดยที่ครอบครัวต้องการเดินหน้าต่อไปให้มีความอบอุ่นอะไร แต่มาเจอแบบนี้ ก่อนฝ้ายเสียชีวิตผมก็ดูตลอด
ฝ้ายมีพูดอะไรกับคุณพ่อมั้ย?
พ่อฝ้าย : ทุกคนอยู่ดีมีสบาย แต่พอโดนโกงปีที่แล้วมา ผมก็ไม่สบายใจเหมือนกัน ก่อนเสียชีวิต ผมก็ดูในโทรศัพท์ เป็นเพื่อนกับลูก ก็ดูตลอด ผมเห็นแล้วว่าลูกเริ่มไม่สบายใจ แต่วันเกิดเหตุ ผมนอนอยู่บ้านได้รับโทรศัพท์แทบช็อกครับ (ร้องไห้) ครอบครัวอบอุ่นมาตลอด ถ้าไม่มีเรื่องนี้ ผมคิดว่าฝ้ายคงไม่ตายครับ
ถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้ เชื่อว่าลูกสาวคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ คุณฝ้ายเครียดจริงๆ ในวันที่ลูกอยากกินขนม คุณฝ้ายไม่มีเงินซื้อขนมให้ลูกกิน เพราะคุณฝ้ายเอาเงินไปคืนญาติที่เขาไปยืมมาต่างๆ นานา คุณเตือนใจ มีลักษณะคล้ายกัน ลงทุนไป 2 ล้าน ไม่ได้เงินคืน แม่ป่วย เธอขอเงินกลับคืนมา 5 แสน เพื่อเอาเงินไปรักษาแม่ สุดท้ายฝั่งคู่กรณี ไม่ให้ คุณแม่เสียชีวิต เนื่องจากไม่มีเงินรักษา คุณฝ้ายมาออกรายการเรียกร้องความเป็นธรรมที่โหนกระแส วันที่ 6 พ.ย.68 วันนั้นผมไม่ได้อยู่ เป็นคุณหมวยทำ วันนั้นผมไม่สบาย ไม่ได้มา ลาไป 3 อาทิตย์ ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะผ่านกระบวนการคืนเงินไปแล้ว เพราะเขาพูดว่าเขาจะชดใช้ให้ ที่น่าตกใจกว่านั้น ทำไมคุณฝ้ายถึงเชื่อใจน้ำแข็งกับแฟน ยืนยันว่าฝ้ายไม่ได้เป็นหนี้เขาอยู่ใช่มั้ย ทำไมยอมให้บ้านหลังนั้นเขาไป?
เอส : ไม่ได้เป็นหนี้เขาเลยครับ ด้วยกลอุบายที่เขาพูดมา ฝ้ายมีลูกค้าเป็นตัวแทนต่างประเทศเวลาเขาสั่งซื้อ เขาจะโอนเงินให้คุณฝ้าย คุณฝ้ายก็จะโอนเงินให้ทางบริษัท สิ่งที่เขาเอามาเล่นกลอุบายคือถ้าเธอไม่ช่วยฉัน ฉันไม่มีสินค้าผลิตให้เธอนะ ถ้าเธอส่งสินค้าให้ต่างประเทศไม่ได้ เธอมีปัญหานะ ซึ่งต่างประเทศเรือมันมารอแล้วครับ ถ้าไม่มีสินค้าขึ้นเรือ เขาอาจมาฟ้องเรากลับได้ ซึ่งฝ้ายเขาพยายามรักษาลูกค้า รักษาแบรนด์ เขาก็หลงเชื่อ ก็เอาไปขายฝากก่อน
ทนายตุ๋ย : คุณฝ้ายเป็นนักธุรกิจที่รับผิดชอบในเครดิตตัวเอง
คุณฝ้ายเชื่อใจ เมื่อกี้ฟังจากคุณผ้าแพรเล่าให้ฟัง มีเรื่องที่ตกใจ ผ้าแพรเล่าสิ?
ผ้าแพร : ตอนเขามาชวนลงทุน เขาจะพูดถึงชื่อคุณฝ้ายคุณเตือนบ่อยมากให้แพรฟัง แต่เขาจะชอบพูดว่าเขาจะตัดตอนสองคนนี้ทิ้งจะไม่ให้สองคนนี้เป็นดีลเลอร์เขาแล้ว เขาจะได้ทำเอง เพราะสองคนนี้เหมือนบีบเขา กดเขา กำลังการผลิตเขาไม่พอ ก็จิกเขาจะเอาอยู่นั่นแหละ จะเอาอีก ส่งให้ไม่ไหวแล้ว ได้กำไรไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ตอนนั่งประชุมกันอยู่ เขาพยายามหาเหตุผลขอเงินแพรไป ช่วงนั้นนั่งด้วยกันอยู่ คุณฝ้ายโทรเข้า เขาก็พลิกมาว่าอีโรคจิตโทรมาอีกแล้ว ซึ่งคำนี้เขาพูดเองนะคะ บางทีเขาแชตมาว่าอีโรคจิตโทรมาขอให้เปิดพีโอเท่านี้ เขาเมมชื่อคุณฝ้ายว่าอีโรคจิต นี่ที่เขาบอกแพรเลยค่ะ วันนั้นคุณฝ่ายโทรมาเยอะ ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นการโทรทวงถามเงิน เขาก็ไม่คุยตรงนั้น พยายามเลี่ยงไปที่อื่น
ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย?
ผ้าแพร : ฝ่ายหญิงค่ะ จนหลายครั้งมาก จนแพรถามว่ากลัวอะไรนักหนาเหรอคะสองคนนี้ ขอคุยได้มั้ย เขาก็ไม่ให้คุย แพรมารู้ความจริงตอนคุณเอสดีเอ็มไอจีหาแพร สรุปโดนหลอกเหมือนกัน
เอส : วันที่คุณฝ้ายโทรไปทวง เขาบอกว่ากำลังคุยกับนายทุนใหม่อยู่ เขาถ่ายรูปให้ดูครึ่งเดียว ครึ่งตัว ผมเห็นนาฬิกาคุณผ้าแพร เพราะเป็นเพื่อนน้ำแข็ง ผมก็ไปสืบไปค้นหาหลายชม.เหมือนกัน จนเห็นรูปคุณแพรที่เคยโพสต์กับนาฬิกา ก็เลยทักไปถามเขาว่า ใช่คุณผ้าแพร เขาบอกใช่พอดี คุณฝ้ายเลยติดต่อมาที่ผ้าแพร เลยเริ่มรู้ความจริง
ความจริงก็เลยหลุดออกมา ว่าระหว่างที่เขากล่อมคุณผ้าแพรว่าให้มาลงทุนกับเขา ทำเลอรสด้วยกัน ขายดีแน่ ปรากฏว่าที่โทรไปหลายๆ สาย เขาบอกได้กำไรไปเท่าไหร่แล้ว ยังจะเอาอีก พยายามขายแบรนด์ตัวเอง ขณะเดียวกัน คุณฝ้ายเขาโทรไปทวงเงินแต่กำลังหลอกทางนี้อยู่?
ผ้าแพร : ใช่ค่ะ โดนไปเยอะเหมือนกัน กว่าจะรู้ผ่านไปแล้วอาทิตย์กว่า คุณเอสดีเอ็มมา วันนั้นเขาพูดว่าถ้าแพรให้เงินเขาก้อนนี้ก่อนนะ 3 แสน เขาต้องใช้ด่วนเลย ไม่งั้นคนงานจะสไตรค์แล้ว เขาขอ 3 แสนไปจ่ายคนงาน เดี๋ยวเอาเล่มรถมาวางค้ำประกันไว้ แต่ไม่เคยเซ็นใบโอนไม่เคยอะไรมานะคะด้วยความแพรก็เชื่อใจ เล่มรถเปิดมา รถยนต์เป็นประเภทรถแท็กซี่ ถ้าจำไม่ผิด ก็ไม่เป็นไร ไปคุยกันที่บริษัท เขาบอกเขาอยากผันตัวเป็นดีลเลอร์ผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ให้แพรลงทุนผลิตให้เขา แพรมารู้ทีหลังว่าโมเดลนี้เขาไปเสนอคุณฝ้ายมาแล้ว คุณฝ้ายเป็นคนออกไอเดีย เขาก็ก็อปเลย แต่แค่ไม่ทำกับคุณฝ้าย มาเสนอกับแพร แต่ก่อนแพรลงทุนกับเขา ขออีกล้านนึงได้มั้ย เขาจะได้รีเซ็ตทุกอย่าง จ่ายซับพลายเออร์ จ่ายคนงานอีกงวด แล้วเดี๋ยวจะไปทำการตลาด จะรีเซ็ตทุกอย่างให้เป็นศูนย์ พอแพรเข้ามาลงทุนกับเขา แพรจะได้ไม่ต้องยุ่งกับหนี้อะไรของเขาเลย ขออีกล้านนึง แพรก็โอเค ด้วยความเชื่อใจก็ไปอีกล้านนึง ระหว่างอาทิตย์นั้นแพรเข้าไปซื้อของ ซื้อวัตถุดิบ ผลิตให้เขา เขาเอาใบพีโอ ซึ่งแพรมารู้ภายหลัง แพรเชื่อใจเขา เรายอมลงทุนกับเขา เพราะเขาบอกว่าเขามียอดอยู่ในมือเยอะมากเลยนะ มีคนรอพร้อมจ่ายเงิน สั่งมาแล้ว แต่ติดอย่างเดียวคือเขาผลิตไม่ได้ มีใบพีโอต่างประเทศ ส่งมาปั้งๆ เต็มไปหมดเลยค่ะ แพรก็มองว่าแค่ผลิตไม่ได้เองนี่ ถ้าเราลงเงินผลิตตรงนี้ไปให้ เขาก็ผลิตได้ เขาก็บอกว่าใช่ แพรก็ถามว่าการขนส่งเป็นไง เขาบอกปิดตู้ที่ไทยได้เงินเลยทันที แพรก็โอเค งั้นแพรลงทุนด้วย พอลงทุนกับเขา มาทราบภายหลังว่าพีโอเหล่านั้น เขาได้มาจากคุณฝ้าย คุณฝ้ายจ่ายเงินมานานมากแล้ว แล้วเขาก็เอาใบพีโอตัวนี้มาให้แพร บอกว่าแพรจะได้เงิน มันจะได้ได้ไง เขาเอาเงินไปแล้ว แพรก็ถามเขาว่า นี่แพรทำงานใช้หนี้ให้เขาเหรอ เขาบอกว่าไม่ใช่ เขาแค่ลืมไปเฉยๆ ว่าเขาได้เงินมาแล้ว นี่คือฝ่ายหญิงพูดนะคะ ลืมว่าได้เงินมาเป็นล้าน
ทนายตุ๋ย : ร่วมกันปกปิด แต่แบบนี้หลอกลวง มันชัด คนทำธุรกิจอะไรจะมาลืม เป็นไปไม่ได้ นักธุรกิจไม่มีใครลืมหรอก ใบวางบิล ใบแจ้งหนี้ ถ้าขายดีจริง ผลิตไม่ทัน ทำไมไม่ทำเอง
ผ้าแพร : ก็ถามเหมือนเขาเหมือนกัน ว่าพี่ลืมได้ยังไง เขาบอกเงินเข้าเยอะมากเลย แพรก็บอกว่าถ้าเงินเข้าเยอะมาก แพรลงเงินไปยังไม่ได้คืนสักบาท ขอเงินแพรได้มั้ย เขาบอกว่าคุณเตือนกับคุณฝ้ายไม่จ่ายเงินเขา โชคดีมากที่คุณเอสดีเอ็มมา แพรถามปุ๊บได้คอนแทคคุณเตือนปั๊บ ขอดูสลิปว่าโอนเงินมั้ย มีการจ่ายเงินมั้ย ปรากฏว่าคุณเตือนก็จ่าย คุณฝ้ายก็จ่าย แพรก็บอกเขาว่า พี่ คุณฝ้ายจ่ายนะ ทำไมแพรไม่เห็นเงินเลย เขาบอกว่าคุณฝ้ายจ่ายแค่ 15 บาท พี่จ่ายให้ไม่ได้จริงๆ
15 บาทคืออะไร?
ทนายภัทธ์ธีรา : ซื้อในราคาต่ำกว่าทุน 15 บาทค่ะ
ทุนเท่าไหร่?
ทนายภัทธ์ธีรา : ทุน 18 แต่ขาย 15 ค่ะ เสนอเพื่อให้ซื้อเพิ่ม
ขายจริงเท่าไหร่?
เตือนใจ : อยู่ประมาณ 23-25 บาท เวลาส่งตัวแทนค่ะ
ถ้า 18 คุณได้กำไร 5 บาทต่อซอง แต่ถ้า 25 คุณได้ 7 ไปถึงผู้บริโภคเท่าไหร่?
เตือนใจ : 35 บาท
จะมีค่าแรง ค่าขนส่งต่างๆ?
ผ้าแพร : แต่ตอนนั้นเขาบอกแพรว่าคุณฝ้ายไม่จ่าย คุณฝ้ายจ่ายแค่ 15 บาท แพรบอกว่าไม่เป็นไร 15 บาทแพรก็เอา เพราะตอนนี้เงินแพรจมมาก แพรขอเงินก่อน แพรไม่เห็นเงินสักบาทเลย เขาบอกว่าจ่ายไม่ได้ เพราะเขาติดหนี้ค้างส่งพี่เตือนอยู่ ต้องเอา 15 บาทมาซื้อของให้พี่เตือนไง เลยจ่ายเงินให้แพรไม่ได้ แพรก็ถามว่าแล้วซื้อจากใครคะ เพราะตอนนี้แพรผลิตและขายอยู่คนเดียว ตัดสายแพรทิ้งทันทีเลยค่ะ
โดนไปเท่าไหร่?
ผ้าแพร : เกือบๆ 3 ล้านค่ะ ก้อนแรก 3 แสน เขามีทยอยผ่อนมาเดือนละ 3 หมื่น
ถามมั้ยเงินไปไหนหมด?
ผ้าแพร : แพรเคยถามเขาบอกเขาโดนโกง โดนพนักงานในบริษัทโกง แต่วันนี้มีพนักงานมานะคะ
เห็นว่าวันนั้นเจอเขาที่นี่ แล้วมีการพูดคุยให้กำลังใจกันมั้ย?
ผ้าแพร : ตอนแรกเขารับปากแพรอย่างดีมากในรายการ ว่าจ่ายแพรแน่นอน เคสแพรต่างจากคนอื่นเพราะเป็นเงินที่แพรให้แพรมาช่วยจริงๆ เขาจ่ายแน่ๆ พอจบรายการเขาเดินมา แพรก็บอกว่า พี่รู้มั้ยว่าแพรเครียดมากเลยนะ ก่อนหน้านี้เราเคยปรึกษากันเรื่องไปทำอิ๊กซี่ ทำลูก เขาก็ยินดีกับแพรเรื่องที่แพรท้อง แพรบอกว่าจริงๆ พี่รู้มั้ยลูกแพรเป็นแฝดนะ แต่ว่าแพรเครียดเรื่องนี้มาก ตอนท้องแพรเครียดอยู่เรื่องเดียวเลย คือเรื่องพี่ จนแพรทวิตฯ ไปว่าแพรโดนเพื่อนในรุ่นเอาเงินไป ทำให้ลูกแพรเสียไปคนนึงเลยนะ ตอนเดือนครึ่ง
เป็นลูกแฝด แล้วลูกหลุดไปคนนึงด้วยความเครียด?
ผ้าแพร : น่าจะเป็นปัจจัยนึงค่ะ ก็ดูแลตัวเองอย่างดี แต่ความเครียดก็เป็นปัจจัย แต่ขอไม่เบลมแล้วกันว่าเป็นเพราะเขา แต่วันนั้นก็พูดกับเขา บอกเขาไปแบบนี้ เขาทำหน้ารู้สึกแย่มากเลยนะคะ แล้วตอบว่าไม่ต้องเครียดนะ ต่อจากนี้ไม่ต้องคิดเรื่องนี้เลย พี่จะจัดการเงินให้แน่นอน แพรใช้ชีวิตไปได้เลย เรื่องเงินจะจัดการไม่ให้ขาดแน่นอน แต่หลังจากวันนั้นแพรติดต่อเขาไม่ได้ ทนายก็ติดต่อไม่ได้ ยิ่งคุณเอยยิ่งแล้วใหญ่ ติดต่อไม่ได้เลยค่ะ
ทนายความเขาล่ะ?
ผ้าแพร : ถ้าใช้เบอร์แพรไป ติดต่อไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าใช้เบอร์คนอื่นโทรไป ติดต่อได้อยู่ครั้งนึงเหมือนกัน เขาตอบว่าเดี๋ยวตามให้
ฝั่งน้ำแข็ง เอเอฟ กับภรรยาหรือแฟน ก็สามารถติดต่อมาชี้แจงได้นะ คุณเคยมาออกแล้ว วันนี้ให้ทีมงานประสานไปแล้ว แต่คุณเงียบกริบไปเลย เขาบอกให้ทนายโฟน เขาไม่พูดแล้ว ทนายคนละคนกับที่ออกรายการ พี่เตือนรู้จักเขาได้ยังไง?
เตือนใจ : เคสพี่ ตอนนั้นพี่ไปเรียนทำก๋วยเตี๋ยวคลาสเรียนของเขาค่ะ แล้วเป็นช่วงโควิด เขาเปลี่ยนจากคลาสเรียนมาเป็นก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูปแบบซองขาย พี่เลยสมัครไปขายกับเขา ก็ไปเริ่มทำธุรกิจด้วยกัน ช่วงโควิดสินค้าขายดี ขายได้เรื่อยๆ พี่เป็นดีลเลอร์รายวัน พี่จะไม่ได้ราคาพิเศษกับเขามาก เพราะสองสามวันของพี่ก็หมด พี่ก็เติมไปเรื่อยๆ แต่พอมาช่วงผิดสังเกต คือเขาให้เราเปิดบิ๊กล็อตโดยอ้างว่ามีน้องที่บริษัท พนักงานเปิดพีโอเกิน ออเดอร์พวกนี้ที่เปิดพีโอเกินไปทั้งเส้นและซอง สามารถใช้ได้ถึงเดือนก.พ.อีกปีนึง ทำให้ต้องรักษาเครดิตบริษัทไว้ ให้พี่ช่วยหน่อย อีกอย่างปีใหม่จะมีนายทุนคนใหม่เข้ามา เขาบอกเป็นญาติฝ่ายชายจะทำโรงงานให้ที่อยุธยา ไม่ใช่คุณผ้าแพร แล้วพอนายทุนคนใหม่จะเข้ามา ต้องหยุดผลิตช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. พี่เตือนมีลูกค้าอยู่แล้ว ตอนนั้นคุณฝ้ายเขาจะเลิกขายแล้ว เพราะหนูทะเลาะกับฝ้ายเยอะมาก ฝ้ายจะเลิกขาย ลูกค้าต้องมาอยู่กับพี่อีก พี่ต้องตุนสินค้าไว้ เขาเสนอพี่แบบนี้ โดยให้เรตพี่ 15 บาท แล้วบอกว่าให้พี่จ่ายเป็นอาทิตย์ๆ แต่พอเราจ่ายไปอาทิตย์ละ 6 แสน ผ่อนไปของก็ไม่ได้เหมือนกัน ได้กะปริบกะปรอย พอโทรตามเขาบอกของออกไปแล้วนะพี่เตือน ออกตั้งแต่เช้าแล้ว แต่จากโรงงานถึงบ้านพี่ ชม. เดียวนะคะ เย็นยังไม่ถึงเลย ไม่รู้รถหลงไปที่ไหน พี่โทรไปบ่อยๆ จนน้องแอดมิน ด้วยความน้องรู้สึกว่าเราโทรบ่อย น้องบอกแม่หนูเปิดโฟนให้แม่ฟังเลย ถามพนักงานอีกคนว่าให้เปิดโอให้พี่ น้องพูดว่าพี่จะผลิตได้ยังไง พนักงานกลับตั้งแต่เที่ยงแล้ว ไม่มีของผลิต เราจะเจอเหตุการณ์อย่างนี้เรื่อยๆ
จ่ายเงินไปแล้ว ของไม่ได้?
เตือนใจ : ใช่ค่ะ ไม่ผลิตด้วยค่ะ เงินอยู่ที่เขาประมาณ 2 ล้านกว่า
มันเกิดอะไรขึ้นในชีวิตพี่?
เตือนใจ : ช่วงที่เกิดก็ม.ค.68 แม่ป่วย เป็นช่วงที่แม่ป่วยช่วงเกิดเรื่อง น้องฝ้ายโทรมาปรึกษาพี่ พี่ไม่มีปัญญาไปทำอะไรได้ เพราะพี่ต้องเฝ้าแม่ตลอด พี่อยู่กับแม่ 24 ชม.คนเดียว ค่าใช้จ่ายแม่พี่รันขึ้นทุกวัน พี่เหลือเงินหลักแสน แต่เราไม่รู้ว่าแม่ต้องอยู่กับเราอีกนานเท่าไหร่ แต่เราต้องใช้เงิน เราก็ทักไปว่าช่วยพี่หน่อย เขาก็ผัดพี่ไป ให้เขาช่วยโอนเงินให้หน่อย ตอนแรกไม่ได้บอกเรื่องจำนวน เขาบอกต่อไปหนูไลฟ์ได้ หนูจะทยอยโอนให้พี่
คุณบอกขอสัก 5 แสน?
เตือนใจ : หลังๆ เขาแอบถ่ายคุณผ้าแพร ในเคสนี้พี่บอกว่าถ้าไม่มีขอก่อน 5 แสน อยากติดบัญชีไว้ เรารู้ว่าเขาไม่มี แต่เราไม่รู้ต้องใช้เท่าไหร่ เขาบอกเขาจะไปยืมแม่ขวัญให้ ซึ่งเรามารู้ทีหลังแม่ขวัญคือแม่คุณผ้าแพร แต่คุณผ้าแพรบอกว่าเขาไม่เคยเอ่ยถึงว่าจะเอาเงินมาช่วยพี่ เขายังด่าพี่ว่าอีโรคจิต
ผ้าแพร : เขาเล่าให้ฟังว่าน้ำแข็งไม่โอเคกับพี่เตือนมากๆ จนน้ำแข็งต้องด่าพี่เตือนเลย พี่เตือนเลยเลิกขายไปช่วงนึง เพราะน้ำแข็งโมโห ทนไม่ไหวแล้ว จิกเขาบ่อยๆ
เขาไม่ให้ สุดท้ายเป็นไง?
เตือนใจ : จนแม่เสียค่ะ ก็ทักไปว่าถ้ามีเวลามากราบแม่พี่หน่อยนะ แต่คำตอบที่ได้คือใครๆ ก็ต้องตาย
คุณเอาทองไปจำนำเพื่อรักษาแม่ หลังจากแม่ตาย เขาตอบมาว่าถ้ามองแบบเข้าใจ เราก็จะเข้าใจ วันนึงพี่ก็ต้องตาย หนูหรือใครๆ ก็ต้องตาย มันเป็นเรื่องปกติ บางครั้งคนเราอาจเลือกการตายเพราะมันสบายกว่าการอยู่ อยู่แล้วทรมาน อยู่แล้วเจ็บปวด นี่จริงเหรอ?
ทนายตุ๋ย : พี่ตอบอะไรเขาหรือเปล่า
เตือนใจ : พี่ไม่ได้ตอบ
ทนายตุ๋ย : พี่น่าจะตอบเขาไป เมื่อไหร่มึงจะตาย
ถามได้เหรอ?
ทนายตุ๋ย : พี่ก็เจ้าหนี้เนอะ ทวงแล้วทวงอีก
มันก็ได้อยู่นะ?
ทนายตุ๋ย : ถ้าผมเป็นเจ้าหนี้ พี่เดือดร้อนขนาดนี้ เขาพูดแบบนี้เหมือนประชด
เตือนใจ : วันที่น้ำแข็งมานั่งในรายการ พี่ไม่ได้แอนตี้น้องนะ เพราะกับน้ำแข็งไม่ได้สัมผัสอะไรกับน้อง จะคุยกับผู้หญิงมากกว่า แต่คำแสดงความเสียใจของเขา มันไม่ได้เลย วันที่เขารู้ว่าแม่พี่เสีย เขาบอกเสียใจด้วยนะครับ
ทนายตุ๋ย : ถ้าทำธุรกิจแล้วเงินหมุนไม่ทันเข้าใจได้ แต่เขาไม่ได้เป็นการซื้อขายปกติ มันเป็นเรื่องอื่น
เตือนใจ : ธุรกิจตรงนี้ พวกพี่พวกตัวแทนเอาเงินไปจอง คุณแค่ผลิตแล้วกินส่วนต่าง เท่ากับพี่ลงทุนให้เขาไปผลิต ถ้าเขาทำตามวัตถุประสงค์ไม่น่ามีปัญหาค่ะ
น้องแพร โดนอะไร?
แพร : ตอนแรกหนูเริ่มจากเป็นดีลเลอร์ปกติ ช่วงโควิด แล้วทักเข้าไป เหมือนพอเขาไม่ได้จากพี่ๆ แล้ว เขาก็มาหาหนู
ทางนี้หมดตัวแล้ว ก็ไปหาหนู?
แพร : ตอนแรกเริ่มจากจะเอาของที่หนูมีในสต็อกโรงงานที่เหลืออยู่ มีคนรับไปหมด หนูต้องเปิดใหม่เพื่อเอามาขายลูกค้าหนู และให้เรตต่ำ 15 บาทค่ะ
ทนายภัทธ์ธีรา : เป็นวิธีการให้ซื้อเพิ่มค่ะ
ให้หนูคนเดียว?
เอส : ของเดิมก็ยังไม่ได้นะครับ
ทนายภัทธ์ธีรา : จ่ายไปแล้วก็ยังไม่ได้ของ
แพร : ของเดิมเขาบอกว่าจะมีลูกค้ามาเอาค่ะ ไม่ให้ใช้ก้อนนี้ของหนูเลย เพราะมีคนมาซื้อไปแล้ว เดี๋ยวจะทยอยเบิกและทยอยให้เงินหนู
เขาขายให้เลย คุณจ่ายไปเลยซองละ 15 บาท สมมติหมื่นซอง แสนห้า ?
แพร : ก่อนราคาพิเศษ หนูซื้อที่ซองละ 18 บาทค่ะ รับในราคา 20 บาทค่ะ
คำถามคือทำไมไม่ขายเอง ไอ้เหี้x มึงขายได้เยอะกว่าอีก แล้วบอกน้องไม่ต้องขายที่ไหนนะ น้องเอาเงินมาให้พี่แสนแปด น้องรับไปสองแสน มึงก็ขายเองสิ?
แพร : ตอนนั้นมีการปรับราคาค่ะ เขาบอกว่ามีลูกค้าที่อยากได้ราคา 20 มีหนูคนเดียวที่เหลือเรตนี้ เขาอยากช่วยหนูระบายก้อนนี้ แล้วทุกคนปรับราคาขึ้นด้วยกัน ปรับเป็นราคาที่ไม่มีการเทราคากันค่ะ
เราก็เชื่อ เพราะมีการแอบอ้างบุคคลที่สาม?
เตือนใจ : ทุกคนจะโดนแบบนี้ เขาจะปั่นให้ตัวแทนและดีลเลอร์ไม่คุยกัน พอเราไม่คุยกัน เราจะไม่รู้เลยว่าแต่ละคนได้ราคาไหนไป แต่ละคนใครได้จ่ายเงินให้เขาบ้าง
ทนายตุ๋ย : การตลาดเขาใครทำ
แพร : บริษัทมีทำการตลาด แต่พี่ฝ้ายมียิงแอดเพจ พี่เตือนก็วิ่งหาลูกค้าออฟไลน์เอง หนูก็ยิงแอดเพจ
เขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ผลิตออกมาขาย สองแสนนั้นได้มั้ย?
แพร : ไม่ได้ค่ะ ให้หนูซื้อวอลุ่มเพิ่ม หนูก็ซื้อ หนูเข้าใจว่าถ้าเขาอยากได้วอลุ่มที่เยอะขึ้นเพื่อราคาลงมา ถ้าเขาบอกตรงๆ หนูก็จะไม่ซื้อ ถ้าเขาบอกตรงๆ ว่าขาดสภาพคล่อง
ถ้าขายได้ก็ขายเองจะเอามาให้ทำไม?
ทนายภัทธ์ธีรา : มีเรื่องยืมใช้บัญชีด้วยนะคะ
แพร : ช่วงเขาไลฟ์ตัดราคา เขาจะมายืมใช้บัญชีหนู ให้ลูกค้าโอนเข้าหนู แต่หนูไม่ได้ให้ค่ะ
นามสกุลเอเอฟติดท้ายเขาไม่ได้ผิดอะไรนะ มันเป็นสันดานตัวบุคคล
คราวก่อนน้ำแข็งก็ยอมรับหมดว่าเป็นหนี้จริง เขาจะชดใช้ให้ พี่ผู้ชายอีกคนที่ผลิตได้แสนซอง เขาเป็นคนผลิตซองเปล่าๆ ให้ สั่งไปแต่ไม่จ่ายเงินเขา เขาก็ลำบาก?
แพร : หนูก็คาใจตั้งแต่คราวที่แล้วว่าเขาได้เงินจากทุกคนไป สรุปเขาผลิตจริงมั้ย มีของจริงมั้ย
แต่เขาสั่งซองโชว์เป็นแสน ว่ามีคนเอาแน่?
ผ้าแพร : จริงๆ สารตั้งต้นก็คือเขา เขาเอาใบพีโอเยอะแยะมากมายจากคุณนัท มาให้คุณฝ้ายกับพี่เตือนดูว่าเขาไม่บิดไม่เบี้ยวหรอก เขาสั่งไปเยอะขนาดนี้ คุณฝ้ายกับพี่เตือนเปิดบิ๊กล็อตไปเลย เขาผลิตมาขนาดนี้แล้วรับรองได้ของแน่นอน คุณฝ้ายกับพี่เตือนก็โอนเงินเข้าไปค่ะ แล้วเขาเอาใบพีโอจากคุณฝ้ายและพี่เตือนอีกทีมาให้แพรว่าลงเงินกับเขาสิ มีพีโอมารอขนาดนี้แล้ว มีคนต้องการของขนาดนี้แล้ว พร้อมจ่ายเงินเลย มันก็เป็นทอดๆ มาค่ะ เขาบอกอุ้มธุรกิจไม่ไหว ไม่มีเงิน แต่ก็เห็นว่านั่งบิสิเนสเที่ยวต่างประเทศฉ่ำ พอดีเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก ไอจี ไปดูบอล วันเกิดเขายังแฮปปี้เบิร์ธเดย์เขาอยู่เลยค่ะ เขาจ้างพี่เสก โลโซมางานวันเกิดเขา ปิดผับเลย เราก็โอ้โห ดีจังเลย ทำไมไม่ชวนเราเลย
เอส : ชวนผมอยู่นะ เค้กวันเกิดดึงเงินขึ้นมา ยังคุยกับฝ้ายว่าเงินเราหรือเปล่าวะ ยังแซวๆ อยู่เลย
เรืองรัตน์ : 1 แสนบาท
แต่ 10 ล้านกริบ ไปดูบอล จัดคอนเสิร์ตปิดผับ เลี้ยงวันเกิด แต่บอกไม่มีเงินมาจ่าย?
ผ้าแพร : ช่วงคอนเสิร์ตบรูโน่ มาร์ เขาโพสต์เฟซบุ๊กว่าถ้าหาตั๋ววีไอพีได้ 10 คน จะรักเขากันมั้ย แพรเป็นแฟนคลับบรูโน่ มาร์ ก็อยากไปดู แพรขอไปด้วย ตั๋วคอนเสิร์ตตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด 1.2 หมื่นค่ะ
คุณน้ำแข็งไปดูบอลสามแมตซ์เหรอ?
แพร : พฤติกรรมแบบนี้เข้าข่ายฉ้อโกงมั้ยคะ
ทนายตุ๋ย : ถ้าซื้อขายปกติ เปิดพีโอ สั่งของ มีเครดิต ส่งล่าช้าผิดสัญญาทางแพ่ง แต่ถ้าเขามีเรื่องราว ปกปิดหลอกลวงให้เราเชื่อ โดยเขาไม่บอกความจริง ให้ได้เงินเราไป ก็เข้าข่ายฉ้อโกง พอเข้าข่ายฉ้อโกงก็ต้องดูว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนมั้ย ป่าวประกาศโดยมีคนสมรู้ร่วมคิด แบบนี้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน คนบนโต๊ะนี้เป็นหนี้เดือดร้อนจากทำธุรกิจกับเขา แต่เขาสุขสบาย ถ้าผมเป็นญาติพี่น้องพวกคุณ ผมต้องรู้สึกอยู่แล้ว แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้สึก สำหรับผม บางทีคนทำธุรกิจต้องมีศีลธรรมอันดี
ต่อสายหา “รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี” ได้ถามญาติ ญาติบอกว่าคุณฝ้ายตรวจร่างกายอยู่ตลอด แล้วเรื่องคอลเลสเตอรอลไม่มี ปกติดี แต่อาจมีเรื่องความดันสูง ประเด็นคือเขาดูแลตัวเองตลอด เขาเครียดมากจากการถูกโกงเงิน 10 ล้าน เขาไม่มีเงินซื้อของให้ลูกเลย พฤหัสฯ ก่อนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต อยากถามว่าปัจจัยความเครียดส่งผลให้เส้นเลือดในสมองแตกได้หรือเปล่า?
นพ.วีระศักดิ์ : ได้ครับ ผมอ้างอิงงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ ปี 2022 กับ 2025 ถ้าความเครียดจากการถูกโกง ก็ทำให้เกิดโอกาสเส้นเลือดในสมองแตกหรือเลือดออกในสมองมากถึง 2-3 เท่า อีกงานวิจัยนึงบอกว่ามีความสัมพันธ์ และมีโอกาสทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้สูงถึง 2 เท่า ฉะนั้นตอบด้วยงานวิจัย มีผลแน่นอนเรื่องความเครียด ส่งผลทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ครับ
เอส : (ร้องไห้)
อาจไม่จำเป็นต้องมีภาวะหลอดเลือดมาก่อน?
นพ.วีระศักดิ์ : โดยตัวความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญ ผมดูอยู่ด้วยในรายการ คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายเล่าว่าพอเครียดแล้วเส้นเลือดขยายตัว ก็มีโอกาสแตกได้ คนมีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว ก็มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม แต่โดยตัวของมันเอง ความเครียดก็ส่งผลอยู่แล้ว ความเครียดก็เป็นปัจจัยนึงเลยครับ
ต่อให้ไม่มีโรคอะไร เช่นคอลเลสเตอรอล หรือความดันสูงก็มีโอกาสได้เหมือนกัน?
นพ.วีระศักดิ์ : มีโอกาสได้ครับ แม้มีความเครียดรุนแรง ความเครียดเฉียบพลัน ความเครียดเรื้อรัง มันก็ส่งผลต่อร่างกายอยู่แล้วครับ
แม้เป็นเหตุในระหว่างนอนหลับพักผ่อนก็สามารถเครียดได้เหมือนกัน?
นพ.วีระศักดิ์ : หลายคนไม่ได้นอนหลับจริง นอนด้วยความเครียด อาจกระสับกระส่ายด้วย การนอนอาจไม่ได้หลับแล้วเกิดความเครียด หลายครั้งที่เจอ คนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาเส้นเลือดในสมองแตกได้ เรื่องนอนหลับหรือนอนไม่หลับไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดครับ
กรณีมีบุคคลที่ตั้งครรภ์ แล้วมีภาวะความเครียดปัจจัยเรื่องเงินที่โดนโกงไปหรืออะไรก็แล้วแต่ ความเครียดไปคุกคามครรภ์ได้มั้ย?
นพ.วีระศักดิ์ : ประสบการณ์ส่วนตัว พาภรรยาไปฝากครรภ์ สูตินารีแพทย์เขาก็แนะนำเรื่องความเครียดในคนตั้งครรภ์ส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์อยู่แล้ว ถามว่ามีมั้ย มันมีอยู่แล้วครับ
อยู่ในสายกับ “ทนายกฤษฎา ฤทธีช่วย” ทนายความคุณน้ำแข็ง เขาว่ายังไงบ้าง?
ทนายกฤษฎา : ผมดูแลคดีให้บริษัทเลอรสมานานแล้ว ส่วนคดีแพ่งจะเป็นทนายคนเก่า แต่บังเอิญช่วงนี้คุณฝ้ายไปแจ้งความไว้ ที่สภ.เมืองอยุธยา ผมก็เลยเข้ามาดูแลตรงนี้ อาจไม่ได้รู้เยอะในส่วนลึกๆ ครับ ที่คุยกับคุณเอย ปัญหาอยู่ตรงที่จะบริหารจัดการหนี้ที่มีอยู่ทั้งหมดยังไง เนื่องจากมีเจ้าหนี้หลายราย ไม่ใช่คุณเอยไม่รับผิดชอบนะ เขาพร้อมรับผิดชอบทุกราย แต่ขอให้ตั้งโต๊ะเจรจา เอาหลักฐานแห่งหนี้ที่มีทั้งหมด หลังออกรายการไปครั้งที่แล้ว ติดปัญหาอย่างเดียวเลยคือมีเจ้าหนี้บางรายไม่มีเอกสารแห่งหนี้ หมายถึงใบพีโอ ใบสลิปการโอนเงินทั้งหมด มีแต่ไฟล์เอ็กเซล แล้วบอกว่าฉันเป็นหนี้เท่านี้ คุณต้องจ่ายฉันเท่านี้ มันเลยเกิดการไม่ลงรอยกัน ตกลงกันไม่ได้
หมายถึงใคร หมายถึงผ้าแพรเหรอ?
ทนายกฤษฎา : หมายถึงเจ้าหนี้ทั้งหมด ส่วนคุณฝ้ายติดอยู่เรื่องเดียวคือหลักฐานแห่งหนี้เหมือนกัน ที่ไม่ใช่บ้าน เป็นใบพีโอที่ไม่ตรงกัน เราพร้อมจ่ายเลย แต่คุณสรุปยอดหนี้มาให้ตรงกัน เราก็พร้อมจ่าย
ผ้าแพร : คุณทนายบอกว่าคุณเอยพร้อมจะจ่ายทุกคน รับผิดชอบหนี้ แต่ของแพรมีเอกสารเซ็นยินยอม มีกำหนดขั้นต่ำต่อเดือน แต่ทำไมไม่เห็นจ่ายมาเลยคะ
ทนายกฤษฎา : ของคุณแพรจ่ายไปบ้างแล้วใช่มั้ย
ผ้าแพร : ใช่ค่ะ แต่งวดสุดท้ายก็ไม่จ่ายเลย ก้อน 3 แสนแรก เราว่าเราตกลงกันแล้ว คุณเซ็นรับสภาพหนี้แล้ว อีก 1 ล้านคุณก็ไม่จ่ายเลย แพรติดต่อไม่ได้ ติดต่อทางไหนก็ไม่ได้ โทรหาทนายยังไม่ได้เลย ไม่รับสายเบอร์แพร ไม่รู้ทำไม ไหนบอกพร้อมรับผิดชอบ แพรมาออกรายการโหนกระแสตั้งแต่ตอนแพรท้องได้ 4 เดือน ตอนนี้ลูกแพร 5 เดือนแล้วนะคะ แพรไม่ได้รับเงินเลยสักบาท ตั้งแต่วันไหน ไหนบอกพร้อมจะรับผิดชอบ หลังจบโหนกระแส แพรเห็นมีไลฟ์ขายสินค้าจัดโปรโหนกระแสด้วย แล้วพูดว่าไลฟ์ ให้ทุกคนเห็นใจเพื่อเอาเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ เงินตรงนั้นอยู่ไหนคะ แพรคิดว่าคนปักลงตะกร้าซื้อเยอะมากเลย ในเฟซบุ๊กช่วงเดือนพ.ย. แพรเข้าไปดูของเลอรสอยู่นะคะ มีการบอกว่าส่งออกไปขายหลายแสนซอง ส่งออกต่างประเทศเยอะมาก แพรแคปไว้หมดเลย แพรคิดว่าแพรต้องได้เงินแน่นอน แต่แพรไม่ได้สักบาทค่ะ ติดต่อไม่ได้ด้วย อยากรู้ว่าคำว่าพร้อมรับผิดชอบลูกหนี้ทุกคนเลย คืออะไรคะ
ทนายกฤษฎา : ตอนนี้คุณเอยและบริษัทเลอรส เขาถูกฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่ง ถูกฟ้องหลายคดี เดือนๆ จ่ายหนี้ต่อเดือน 4-5 แสนบาท เงินที่ขายได้ทั้งหมดเอาแค่พอยังชีพแค่นั้นเอง ที่เหลือจ่ายให้เจ้าหนี้หมดเลย
ผ้าแพร : เจ้าหนี้รายไหนบ้างคะ เจ้าหนี้ที่อยู่ตรงนี้ไม่มีใครได้เลย
ทนายกฤษฎา : ใจเย็นๆ เขาโดนฟ้องคดีอาญา วันนี้แกก็ไปนัดฟังผลชำระคดีอาญา เราไม่จ่ายไม่ได้ มันต้องเลือกลำดับความสำคัญ ถ้าผิดนัดอาญาไม่จ่ายนัดไหนนัดหนึ่งขึ้นมา เขาเข้าไปอยู่ข้างใน ลูกหนี้รายอื่นก็ไม่ได้อีก จะมีเจ้าหนี้บางราย เจ้าหนี้แบงก์จ่อฟ้องล้ม เราก็ไปอุดตรงนั้นไว้ก่อน เพื่อให้เราได้มีชีวิตทำงานต่อไป เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ เราก็ทำงานมาตลอด ส่วนภาพถ่ายเที่ยวต่างประเทศ มันตั้งแต่ปี 67 แล้วครับ ตั้งแต่ยังไม่มีเหตุการณ์นี้เลย บริษัทเลอรสยังปังอยู่เลย เท่าที่ผมดูแลก็ 2-3 คดี มีนัดชำระอยู่ตลอดเลย
แพร : ปี 67 คือช่วงที่มาขาย 15 บาทพวกหนูแล้วค่ะ ซึ่งมันต่ำกว่าทุนแล้วค่ะ
เตือนใจ : ปีนั้นคืออยู่ในช่วงเหตุการณ์แล้วค่ะ
ทนายกฤษฎา : ก็ต้องไปสืบค้นดูตามนั้น ถ้าจะถามนัดปี 67 คุณเอยไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนเลยนะ แกบากบั่นทำงานอย่างเดียว แกมีบ้านมีรถก็ขายหมด เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ตอนนี้สินค้าแกขายได้เฉพาะในต่างประเทศ เนื่องจากในประเทศแบนสินค้า แกก็ขายไม่ได้อีก ปัญหาต้องส่งออกต่างประเทศอย่างเดียว ต่างประเทศขายไม่ได้มากเท่าไหร่ เพราะเดิมทีฐานลูกค้าเราอยู่ในประเทศ รายได้ตอนนี้มีเฉพาะต่างประเทศ
ขออนุญาตถาม ณ วันนี้คุณได้คุยกับคุณเอย และน้ำแข็งหรือยัง เขาจะชดใช้ยังไง จ่ายแบบไหน?
ทนายกฤษฎา : เขาพร้อมยินดีชดใช้เลยพี่หนุ่ม ที่ผ่านมาเขาบริหารผิดพลาดมาตลอด เขาพร้อมชดใช้ แต่ให้มานั่งโต๊ะเจรจา เอาหลักฐานแห่งหนี้มา จำนวนเท่านี้ มาทำหนังสือรับสภาพหนี้กันแล้วผ่อนกันไป
ถ้ารับสภาพหนี้ก็ไม่เป็นอาญาไง ก็เข้าทางคุณเลย?
ทนายกฤษฎา : ส่วนที่แจ้งความก็แจ้งความไว้ ส่วนที่เป็นคดีแพ่ง คุยกันก็ได้
ไม่สงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีอาญานะ?
ทนายกฤษฎา : ได้ค่ะ
นัดที่ช่อง 3 เอามาทั้งคู่เลย?
ทนายกฤษฎา : ได้ครับ เดี๋ยวต้องนัดวันกับคุณเอยอีกที อาทิตย์นี้แกติดศาลทั้งอาทิตย์เลย
เดี๋ยวผมนัดให้มาคุยหลังบ้าน เอาหลักฐานทุกอย่างมา อีกสองข้อที่จะถาม ผมมองว่าพอพี่ทนายบอกว่าทางฝั่งคุณเอยกับน้ำแข็งตอนนี้ลำบาก ต้องไปจ่ายหนี้เขาหลายคน แต่เขายังใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้ออยู่มากนะ มีไปลงภาพเพชร ที่จะแต่งงานกัน ไปเที่ยวต่างประเทศดูบอลหลายแมตซ์ มีปิดร้านขอแต่งงานเยอะมากจริงๆ อันนี้อาจต้องบอกเขาว่า มันเกิดอะไรขึ้น เงินที่บินไป คุณอาจเอามาจ่ายทางนี้เขา?
ทนายกฤษฎา : ปี 67 หรือเปล่า
เรื่องเกิดปี 67 ตัดภาพกลับมา คุณฝ้าย ผู้เสียชีวิต เงิน 200 บาทจะซื้อของให้ลูกเขากิน เขาไม่มีแต่ตัดภาพกลับไป อีกคนเอามือแตะแอนฟิลด์ อีกคนโชว์แหวนเพชร นั่งบิสิเนส มันเป็นภาพสะท้อน ผมฝากไปบอกเขาด้วย เขาจะบอกอะไรทนายให้เขาบอกให้หมด เป็นลูกความที่ดีบอกให้หมด ไม่ใช่จะบอกแต่ว่ากูลำบากอย่างเดียว ความสบายก็ต้องบอกด้วย?
ทนายกฤษฎา : ครับ คนอื่นก็ลำบาก (หัวเราะ)
ถูกต้อง กับอีกหนึ่งประเด็น อยากฝากถามว่าหัวใจทำด้วยอะไร เคยทำการค้ากับคุณฝ้าย วันนึงเขาตาย คุณไม่คิดแสดงความเสียใจกับครอบครัวเขาสักนิดนึงเลยเหรอ ฝากถามแค่นี้ ทนายไม่เกี่ยวนะ แต่ผมฝากถาม?
ทนายกฤษฎา : ได้ครับ เดี๋ยวผมตำหนิให้ครับ
หรือถ้าเขาจะมาที่นี่ ไม่ต้องกลัวผมให้ความเป็นธรรม ผมว่าสุดท้ายแล้วคุณต้องไปที่ศาลนั่นแหละ แต่ถ้าจบได้ก่อนก็เป็นเรื่องดี?
ทนายกฤษฎา : ใช่ ไม่งั้นต้องเสียเงินจ้างทนาย
ทนายตุ๋ย : ผมเข้าใจนะว่าถ้าลูกหนี้จำคุกก็ไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้เจ้าหนี้ได้ แต่ช่วยบอกลูกความหน่อยว่าหาเงินสักก้อนนึงมาจ่ายให้เขาในวันที่ทำบันทึกข้อตกลง เป็นการบรรเทาขั้นต้น พอเป็นไปได้มั้ย
ทนายกฤษฎา : ได้พี่ตุ๋ย
ทนายตุ๋ย : เราตั้งต้นเลยนะ อย่าลืมนะ เงินก้อนแรกควรมีบรรเทาให้เขาขั้นต้น เพราะที่ผ่านมาเขาไม่ได้เลย
ทนายกฤษฎา : ขอชี้แจงแทนเลอรสนิดนึง เดิมเขาเริ่มขายในประเทศได้บ้างแล้ว พอเขาไปออกรายการเขาโดนกระแสสังคม เขาก็ขายในประเทศไม่ได้อีก บอยคอยสินค้าเขา มารอบนี้น่าจะโดนระลอกที่สองอีก เขาก็ขายไม่ได้อีก ขอความเห็นใจเขาหน่อย ขอพื้นที่เขาสักหน่อยให้เขาได้ขายสินค้าบ้าง
ทนายตุ๋ย : จะให้พี่หนุ่มโฆษณาให้เหรอครับ
ให้ลดการโจมตี?
ทนายกฤษฎา : ลดนิดนึง เขาจะได้หาเงินมาคืนให้คุณๆ นั่นแหละครับ
ผมเรียนทางทนายแบบนี้ จริงๆ แล้วผมว่าเรื่องนี้ภาพมันชัด มันตรงไปตางมา บางครั้งตรงนี้เขาไม่ได้โจมตี แต่เขาจำเป็นต้องพูดข้อเท็จจริงว่าเขาเอาเงินไปลง ขณะเดียวกันผมเชื่อว่าคนไทยที่เขาดูเขารู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสังคม มันเป็นสิทธิ์ของเขาเองว่าเขาอยากจะกินต่อหรือไม่อยากไปกิน แต่ผมไม่สามารถก้าวล่วงได้เลยว่าเฮ้ย อย่าไปกินของเขานะ ห้ามกินนะ ไม่มีจากโต๊ะนี้แน่นอน?
ทนายกฤษฎา : ความจริงแบรนด์เขาก็มีชื่อเสียงมาก่อนนะพี่หนุ่ม
แต่กำลังจะหมดแล้วล่ะ ผมบอกเลย?
ทนายกฤษฎา : ลูกค้าเขาพอตัวเลย แต่ไม่รู้ด้วยการบริหารผิดพลาดของเขายังไง
อะไรก็ตามแต่ จะไม่เกิดความผิดพลาดกรณีนี้ ถ้าตรงไปตรงมา อย่าชักหน้าไม่ถึงหลัง?
ทนายกฤษฎา : ก็เป็นบทเรียนของเขา
เราไม่ได้โทษเขานะ ว่าทำให้คนนี้เป็นอย่างนี้ แต่อย่างที่คุณหมอเขาบอกว่ามันมีปัจจัย คนที่เขาเครียด เราไม่สามารถรู้ได้เลย แม้แต่ตอนหลับเขาไม่ได้หลับด้วยความฝันดี หรือของพี่เตือน เขาขอเงิน 5 แสนรักษาคุณแม่เขา ปรากฏว่าไม่ให้เขา จนสุดท้ายแม่เขาเสียชีวิต พอเขาส่งไปบอก ตอบกลับมาว่าทุกคนก็ต้องตายนั่นแหละ ผมเข้าใจว่าพี่เป็นทนายของเขา แต่อยากให้มองถึงหลักมนุษยธรรมด้วยเหมือนกัน?
ทนายกฤษฎา : เข้าใจ ผมย้ำเขาตลอดเป็นหนี้ก็ต้องจ่ายให้เขา
ทนายตุ๋ย : แบรนด์เลอรสเขามีปัญหา ลองแนะนำว่าเปลี่ยนชื่อมั้ย เผื่อได้ขายดีต่างประเทศ ถ้ามีตลาดต่างประเทศไม่น่ายากในการทำธุรกิจ พูดง่ายแต่อาจทำยาก แต่ลองทำดูก็ได้ครับ
ทนายกฤษฎา : เป็นคำแนะนำที่ดีพี่ตุ๋ย ขอบคุณครับ
ถือเป็นตัวแทนคุณเอยกับคุณน้ำแข็ง เทปนี้ขอออนแอร์ต่อเนื่องนะ?
ทนายกฤษฎา : ได้ครับ
เดี๋ยวจะนัดวัน ประสานให้เอง อย่างน้อยๆ ต้องมีอะไรกระเตื้องมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าจะมีคนอีกคนในโต๊ะนี้หรือคนอื่นๆ มานั่งเครียดแล้วมีเหตุเกิดขึ้นอีก ผมว่ามันไม่เป็นธรรมเลย คนตายๆ ไปแล้ว ผมบอกเลย คนตายไม่รู้หรอกตัวเองตายเพราะอะไร แต่ผมเชื่อว่าเคสนี้เขารู้ อันนี้เกิดจากภาวะฉันเครียด เจ็บหัวมาก แม่พ่อหนูเจ็บหัว ช่วยหนูด้วย แล้วล้มลงไป คุณผู้ชมรู้มั้ย ในวันที่คุณฝ้ายล้ม อีกมุมนึงของบ้าน ลูกชายเขามีอาการชักเกร็งนะ ในวันเดียวกัน โดยลูกก็ไม่รู้ด้วยว่าแม่ล้ม เวลาเดียวกัน?
ทนายตุ๋ย : คนไม่เกิดกับตัวไม่รู้สึก เหมือนคนเอาเงินคนอื่นไปใช้ เพื่อความเสพสุขตัวเอง เหมือนอย่างที่บอกเป็นหนี้ต้องใช้ เป็นหนี้แล้วก็อย่าปากเก่งด้วย
ผมไม่นิยมคนแบบนี้ พอมีเรื่องแล้วยังจะโชว์ว่ากูไปดูบอลต่างประเทศ จะแต่งงาน โชว์แหวน นั่งบิสิเนส ตัดภาพมาทางนี้ มันเป็นความสูญเสีย?
ทนายตุ๋ย : ย้อนแย้งกันทุกอย่าง พอบอกว่าเป็นหนี้แล้วต้องใช้หนี้ก็ไม่อยากจะฟังไม่อยากจะเชื่อ มันฟังไม่ขึ้น ผมทำคดีในศาลก็เป็นแบบนี้แหละ ที่ผ่านมาเหตุมาจากคุณ คุณก็ต้องแก้ แก้มากแก้น้อยก็ต้องแก้ บางทีช่วยได้แค่ตามกฎหมาย แต่เยียวยาจิตใจ เยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้
ทางนี้พร้อมเจอเขาอีกสักครั้งนะ แต่อาจไม่ได้มาอยู่ตรงนี้นะ?
แพร : แต่คนที่ขอเจอคือคุณเอยนะคะ พวกหนูทุกคนดีลกับคุณเอย ไม่ใช่ผู้ชายค่ะ ถ้าจะมาต้องมาทั้งคู่ค่ะ
เรื่องนี้ต้องมีจุดสิ้นสุดของมันได้แล้ว?
ทนายตุ๋ย : ในเอกสารมันทำได้หมด สงวนสิทธิ์คดีอาญาอย่างที่หนุ่มบอก
ไม่งั้นไปเซ็นรับสภาพหนี้ สุดท้ายเข้าแพ่งหมด ไม่มีอะไรต่อรองได้ ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ?
ทนายตุ๋ย : แต่ถ้าเขาผิดบันทึกข้อตกลง ก็เริ่มต้นคดีอาญาทันที เพราะเป็นเรื่องอายุความ
ทนายภัทธ์ธีรา : เมื่อกี้ที่เขาแจ้ง ว่าเขาไม่สามารถชดใช้ได้ เพราะไม่รู้ตัวเลข ว่าเอาของคนนี้ไปเท่าไหร่ คนนั้นเท่าไหร่ แต่เดิมที เขาเอาจนเป็นประจำ จนไม่รู้ยอดเลยว่าเอาไปแล้วเท่าไหร่ แล้วจะให้ทางนี้เอาหลักฐานมาเขาถึงจะจ่าย แค่นั้นเอง
ทนายตุ๋ย : มันจะมีลูกหนี้แบบนี้ ที่เอาไปจนจำไม่ได้ว่าเอาไปเท่าไหร่แล้วผลักภาระให้เจ้าหนี้ว่าส่งมาสิ เอาหลักฐานมาสิ พอยื่นไปก็ไม่เชื่อ ผมเจอเป็นปกติ
ขอนัดรอบนอก คงไม่ได้มาออกรายการ เปิดโต๊ะคุยกันเลยจะเอาไง ทำสัญญากัน แล้วเยียวยาเบื้องต้น ไม่งั้นอาจต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย?
ทนายตุ๋ย : สิทธิ์เรายังมีอยู่ ดีกว่าไปรอ
ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อนที่คุณเคยมานั่ง เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ครั้งที่แล้วเป็นโอกาสที่คุณได้ไปแล้ว แต่คุณไม่รับ แล้วคุณรับปากจะจ่ายเงินคืนแต่คุณไม่ทำ ครั้งนี้ครั้งที่สอง จะไม่เหมือนครั้งแรกนะ ผมบอกเลย เรื่องกองปราบที่ไปร้อง เดี๋ยวจะตามเรื่องให้อีกครั้ง กองปราบส่งคดีนี้กลับไปพื้นที่?
ทนายภัทธ์ธีรา : เหลือเรียกเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาค่ะ
ไม่สนุกหรอกวันนึงคุณอาจแอนฟิลด์ แต่วันนึงคุณอาจไปนอนอยู่สอบสวนกลาง ไม่คุ้ม ใช้หนี้เขาซะ?



































