พุธ 15 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก ประชาสัมพันธ์ สสส. สานพลัง สอศ.-DPU เปิดเวที “Vocational Youth Health Showcase 2026” หนุนพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนอาชีวะ สร้างนักสื่อสารสุขภาวะ สะท้อนพลังเยาวชน...

สสส. สานพลัง สอศ.-DPU เปิดเวที “Vocational Youth Health Showcase 2026” หนุนพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนอาชีวะ สร้างนักสื่อสารสุขภาวะ สะท้อนพลังเยาวชน ใช้ “สื่อสร้างสรรค์” ขับเคลื่อนเรื่องเพศและสุขภาพจิต ขยายผลสู่ชุมชน ชี้ 2 ปัจจัยรุมเร้าเด็ก-เยาวชนไทย โรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์พุ่งเกือบ 3 เท่า ในรอบ 4 ปี กลุ่มอายุ 15-19 ปี พยายามฆ่าตัวตายสูงสุด

1

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ที่ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรม “Vocational Youth Health Showcase 2026” เวทีสรุปผลการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อสร้างเครือข่ายการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชนระดับอาชีวะ โดยมีตัวแทนเยาวชนอาชีวศึกษาจากทั่วทุกภาคร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอผลงานสื่อสร้างสรรค์

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์เรื่องเพศและสุขภาพจิตในกลุ่มวัยรุ่นยังมีความเปราะบาง ข้อมูลจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ปี 2567 พบอัตราการคลอดในกลุ่มเด็กหญิงอายุ 10-14 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่สถิติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์​ ในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี พุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จาก 137.14 รายต่อประชากรแสนคน​ ในปี 2564 เพิ่มเป็น 357.34 รายต่อประชากรแสนคน ในปี 2567 โดยเฉพาะโรคซิฟิลิสและหนองใน นอกจากนี้ วัยรุ่นอายุ 15-19 ปี มีความเสี่ยงต่อภาวะเครียด ซึมเศร้า จากปัญหาครอบครัว การเรียน การกลั่นแกล้งกัน (ทั้งในโรงเรียน นอกโรงเรียน และออนไลน์) และเป็นกลุ่มที่พยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด สสส.​ จึงสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนอาชีวศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิต ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้ “สื่อสร้างสรรค์” เป็นเครื่องมือพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ พร้อมสร้างเครือข่ายเยาวชนที่สามารถนำองค์ความรู้ไปสื่อสารเปลี่ยนจากผู้รับสาร (Receiver) มาเป็นผู้ส่งสาร (Sender) ที่ทรงพลัง ขยายผลสู่เพื่อน ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชนของตนเอง ถือเป็นการส่งเสริมทักษะชีวิตควบคู่กับการสร้างคุณค่าต่อสังคม

“เครือข่ายที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้จะไม่สิ้นสุดลงพร้อมกับกิจกรรมในวันนี้ แต่จะเติบโตต่อไปในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม เพราะการสร้างเสริมสุขภาพไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูที่ร่วมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และแสดงศักยภาพ ตลอดจนพลังของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่มีทั้งสุขภาวะทางกายและสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

 

นายจักรพันธ์ พุทธวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบการจัดการ และผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สอศ. กล่าวว่า นักเรียนอาชีวศึกษาทุกคนเป็นกำลังสำคัญของประเทศ จึงควรได้รับการพัฒนาทั้งทักษะวิชาชีพและทักษะชีวิตควบคู่กัน วิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ 81 แห่ง ได้ร่วมกันสร้างต้นแบบการเรียนรู้ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ทุกผลงานที่ได้นำเสนอในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนอาชีวศึกษา ทั้งการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสารประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม หวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเยาวชนผ่านเครือข่ายอาชีวศึกษาทั่วประเทศ และต่อยอดสู่กิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกวิทยาลัย

“ผมขอชื่นชมผู้บริหารวิทยาลัยและคณะครูที่ปรึกษาทุกแห่ง ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงดูแลการเข้าร่วมโครงการ แต่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยผลักดัน สนับสนุน และเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกศิษย์ ความสำเร็จของเยาวชนในวันนี้ จึงเป็นความสำเร็จของครูผู้เสียสละอยู่เบื้องหลังด้วยเช่นกัน” นายจักรพันธ์ กล่าว

ผศ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะผู้ดำเนินโครงการฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 1 ปี ทีมงานได้เห็นพัฒนาการของเยาวชนอย่างชัดเจน​ ทั้งด้านความรู้ ความมั่นใจ การทำงานเป็นทีม สิ่งสำคัญที่สุดคือ เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง​ กล้าแสดงความคิดเห็น กล้ารับฟังผู้อื่น และใช้การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เป็นพลังในการสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ผ่านการจัดกิจกรรมในวิทยาลัยของตนเอง การส่งต่อความรู้ให้กับเพื่อน และการสร้างเครือข่ายในชุมชน

“ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ เชื่อว่าสื่อสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงผลผลิตของการเรียนรู้​ แต่เป็นกระบวนการสร้างการเรียนรู้ เมื่อเยาวชนได้เป็นทั้งผู้คิด ผู้ผลิต และผู้สื่อสาร เขาจะได้ฝึกค้นคว้า วิเคราะห์ข้อมูล เข้าใจผู้รับสาร และตระหนักถึงผลกระทบของการสื่อสาร กระบวนการเหล่านี้จึงเป็นการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งกว่าการผลิตสื่อเพียงชิ้นหนึ่ง หวังว่าเวทีแห่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของเยาวชนอาชีวะในฐานะ’นักสื่อสารสุขภาวะ’ และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่มีสุขภาวะอย่างยั่งยืน” ผศ.ศิวนารถ กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงาน ยังมีเวทีเสวนา “Beyond Content Creators” การรับชมภาพรวมผลการดำเนินโครงการ การนำเสนอผลงานของตัวแทนทั้ง 8 ทีมจาก 8 ภูมิภาค การมอบโล่เกียรติยศแก่สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ มอบประกาศนียบัตรแก่ครูที่ปรึกษา และการประกาศรางวัล “Best of The Best Project”ให้กับผลงานที่สามารถสื่อสารประเด็นสุขภาวะได้อย่างสร้างสรรค์ สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเป็นต้นแบบของการใช้สื่อเพื่อการเรียนรู้