พฤหัส 14 พฤษภาคม 2026
หน้าแรก การเมือง “ดิว อริสรา” เลิกสามี “เซบาสเตียน ลี” ทั้งน้ำตา พร้อมเผยเหตุผลไม่กล้ากลับเมืองไทย

“ดิว อริสรา” เลิกสามี “เซบาสเตียน ลี” ทั้งน้ำตา พร้อมเผยเหตุผลไม่กล้ากลับเมืองไทย

58

ออกมาเคลียร์ทุกเรื่อง หลังจากเรื่องคดีคืบหน้า นำเงิน 3.5 ล้านให้บริษัทแบรนด์เนม มันนี่ ที่เหลือผ่อนจ่ายภายใน 1 ปี การเจรจาลงตัว ส่อจบด้วยดี โดย “ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์” ได้เดินหน้าทำงาน รับงานพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม DEEWA โดยเจ้าตัวเผยน้ำตานองหน้า เมื่อพูดเรื่องเลิกราสามี “เซบาสเตียน ลี”

– ไม่อยากร้องไห้ มันก็ทำให้ดิวมีกำลังใจแหละ เอาจริงๆ การกลับมา ในชีวิตดิว ดิวรู้สึกว่ามันก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่แล้ว (ร้องไห้) ดิวว่าดิวไม่ได้กลัวกับการเริ่มต้นใหม่ เพราะเราไม่ได้เริ่มมาจากศูนย์

-ถ้าจำดิวตั้งแต่ 16 ได้ ดิวเริ่มจากติดลบ จนดิวขึ้นไป จนวันนึงอาจมีวิกฤตแล้วลงมา วันนี้วิกฤตหนักสุดเลย ดิวอาจกลับไปติดลบเหมือนเดิม ดิวไม่ได้กลัวกับการกลับมาเริ่มต้นใหม่อยู่แล้ว ดังนั้นทุกๆ โอกาส ทุกๆ น้ำใจ ทุกๆ รอยยิ้ม หรือกำลังใจ มันคือสิ่งที่ทำให้ดิวมีแรงอยู่ในประเทศไทย

-ตอนแรกดิวสารภาพตรงๆ เลยว่าก่อนกลับดิวกลัวมาก ดิวไม่ได้กลัวอะไร แต่กลัวคน อยู่ไต้หวัน อยู่ต่างประเทศก็กลัวคนไทย เป็นความรู้สึกของเราที่เรากลัว ตอนเครื่องจะลงเราก็กลัว แต่พอเริ่มสัมผัสไปเรื่อยๆ แล้วดิวเป็นคนวัดๆ วันแรกดิวไปเซ็นทรัลลาดพร้าวให้คนเห็นเลย ว่าใจเรารับไหวไหมไปต่อได้ไหม แต่ฟีดแบ็กดิวอาจหลงลืมไป มัวแต่ดูโซเชียล ทำให้ลืมไปว่าคนไทยเป็นคนน่ารัก ให้โอกาสคน มีน้ำใจ ดังนั้นพลังที่ดิวได้จากการที่เจอคนรอบข้าง เจอช่างหน้าช่างผมคนเดิมๆ เจอ พี่ๆ ทุกคน หรือแม้แต่พี่นักข่าวดิวก็กลัว แต่พอดิวเจอ มันไม่ใช่สายตาแบบนั้น (เสียงสั่นเครือ) มันก็อุ่นใจขึ้น อยากอยู่ประเทศไทยเลย (เช็ดน้ำตา)

-สิ่งที่ทำให้ดิวเสียใจที่สุดคือตัวดิวเอง ที่ดิวทำผิดพลาดทุกอย่าง ดิวไม่ได้โทษใครทั้งนั้น แต่ที่เสียใจที่สุดคือดิวรู้สึกว่าคนอย่างดิวเมื่อไหร่จะมีคำว่าบทเรียนที่จบสักที ดิวพูดกับตัวเองแบบนั้น ดังนั้นไม่อยากพลาดอีกแล้ว ดิวเบื่อกับตัวเอง เชื่อว่าคนรักดิวก็คงเบื่อที่ดิวเป็นแบบนี้ ดังนั้นสิ่งที่เสียใจที่สุดคือเมื่อไหร่ดิวจะไม่เป็นคนที่ผิดพลาดเรื่องนี้สักที คนให้โอกาสดิว ดิวควรพอได้แล้ว และดิวควรเข็ดได้แล้ว

-ตัดสินใจออกมาพูด ดิวไม่ได้คิดอะไรเลยว่าทำไมต้องออกมาพูด หนึ่งการที่ดิวออกมาทำงานเป็นหน้าที่ที่ดิวต้องทำ สองดิวต้องตอบแทนคุณเขา เพราะเขาอยู่กับดิวตลอด สามการเจอพี่ๆ นักข่าวก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้ว สารภาพว่าดิวไม่ได้เกร็งกับการต้องให้สัมภาษณ์ แต่ดิวเกร็งกับสายตาที่ทุกคนจะมองดิวแบบไหน จะรักกันเหมือนเดิมไหมมากกว่า (เสียงสั่นเครือ)

-ไม่รู้สะดวกให้พูดชื่อหรือเปล่า แต่พี่ชายคนนี้เขาเป็นพี่ชายที่น่ารักของดิว ไม่ใช่พี่ไผ่ วันพ้อยท์นะคะ ดิวพูดประเด็นนี้แค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าการเคลียร์หรือการกลับมาของดิว มันไม่ใช่แค่ตัวดิว มันมีทั้งพี่ชาย น้องชาย และใครหลายๆ คนที่ยังรักเราอยู่ เราก็เลยรักตัวเอง

-พี่ชายคนนี้เขาโทร.หาหนูเองเลย แปลกมากเลยค่ะ ต้องพูดจริงๆ ว่าดิวไม่เคยโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากเขา เพราะดิวกลัวคน บวกกับสถานการณ์ที่มันบีบรัดเรามากๆ เรารู้สึกว่าถ้าเราโทร.หาใครคนต้องขยาดแน่ๆ เลย เราอยู่ของเราเฉยๆ ดีกว่า แต่แปลกที่พี่ชายคนนี้เป็นคนนึงที่ทักมาเพื่อจะช่วย ดังนั้นเราเลยอยากพูดถึงเขา ไม่รู้เขาสะดวกไหมแต่อยากพูดถึงเขา อยากให้คนเดาให้ถูกว่าเขาคือใคร ไปปรบมือให้เขาว่าเขาคือฮีโร่ของดิวเหมือนกัน

-เขาไม่ได้ช่วยเรื่องเงิน แต่ช่วยประสานให้ ช่วยไกล่เกลี่ยใดๆ ส่วนเรื่องเงิน ต้องขอบคุณทางดีว่ามากกว่า คนช่วยคือแบรนด์ดีว่าด้วย

-ร้องไห้เมื่อพูดเรื่องครอบครัว ก็…(เอามือปิดหน้าร้องไห้) ก็… ลูกๆ ก็มีความสุขดีค่ะ (ร้องไห้) ได้เจอตอนอยู่ที่ต่างประเทศ ได้อยู่ด้วยกันตลอด ส่วนสามี ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว แบบที่เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน การใช้ชีวิตที่ไต้หวันก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกัน ดิวอยู่กับลูกค่ะ

-ต้องอยู่ตัวคนเดียว ถ้าเป็นพี่มันยากไหม ดิวบอกตัวเองทุกวันก็ต้องอยู่กับลูก ถ้าไม่อยู่กับลูกคงไม่อยากอยู่แล้ว พูดตรงๆ จากใจนะ (ร้องไห้) เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะทุกคน อย่าคิดแบบดิว แต่ถ้าเราไม่มีพลังจากลูกเราก็คงท้อมากๆ ไปแล้ว ดังนั้นการที่ทุกคนเห็นว่าดิวทำไมไม่กลับไป เพราะดิวรู้สึกว่าถ้าดิวอยู่ไทย ดิวไม่อยากอยู่แล้ว (ร้องไห้) ดิวขอเวลาไปตั้งหลักหน่อย ดิวต้องไปเติมพลังจากสิ่งที่ดิวรักที่สุดที่อยู่ตรงหน้า ให้ดิวมีพลัง ว่าทำไมดิวถึงต้องอยู่ต่อนะ ใจเราอยากอยู่กับลูกตลอด

-ตอนนี้เดินหน้าแบบพ่อแม่ ไม่ได้อยากให้ไปโจมตีเขานะ สุดท้ายแล้วเขาคือคุณพ่อของลูกดิว ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาพยายามทำในรูปแบบพ่อของลูกให้ดีที่สุดแหละ แต่แม้ตัวดิวจะว้าเหว่หรือรู้สึกเผชิญปัญหาอยู่คนเดียว แต่ถ้าลูกๆ ของดิวมีความสุข ลูกๆ ดิวมีอนาคต ดิวยอมเสียสละได้ทุกอย่างแหละ”

– บางข่าวระทบดิวมากเหมือนกัน ดิวต้องสู้ทั้งข้างหน้าและหลังบ้าน (ร้องไห้) บางทีข่าวที่ออกไป มันไม่ได้ตรงกับเรื่องจริงขนาดนั้น จากลูกดิวที่ควรมาหางานศพพ่อดิว ก็ไม่ได้มา (ร้องไห้) จากจะมาสองเหลือมาหนึ่ง ดิวอยากให้เห็นใจดิวนิดนึง

-ถ้าดิวหนี คงไม่ออกมาไลฟ์ขายของ ข้อสองพอดิวกำลังจะฮึบสู้ คุณพ่อดิวก็เสีย (ร้องไห้) มันทุกอย่าง เหมือนจังหวะไม่มีโอกาสให้เราออกมาสักที มันหลายอย่าง ถ้าให้ดิวมานั่งพูดชีวิตให้ทุกคนฟัง ในเวลาที่ดิวอยากกลับมา คุณพ่อดิวก็เสีย ดิวก็กล้าๆ กลัวๆ กลัวกลับมาแล้วไม่จบ เราอยู่บนความกลัว ดังนั้นมันไม่ใช่หนี

-ไม่อ่านคนให้กำลังใจ เพราะยิ่งอ่านยิ่งเศร้า แล้วเราต้องทำหน้าที่แม่อยู่ มันไปต่อไม่ได้ (ร้องไห้)

-เรื่องพี่เมย์ เขาน่ารักมากๆ ถ้ามีโอกาสก็เจอกันอยู่แล้ว หนูโทร.ไปเขารับ เราคุยกัน มีอะไรเขาโทร.มา หลายๆ อย่างไม่ได้เป็นตามที่ใครๆ พูด เช่นดิวกลับมา พี่เมย์ไม่รู้สึกอะไร แค่ต้องการได้ของคืน ไม่ใช่ พี่เมย์ส่งข้อความมาหาหนูว่าพี่ดีใจนะดิว สู้ๆ นะน้อง มันกำลังจะผ่านไปแล้ว เขาเป็นคนน่ารัก หนูยังแอบงงเลยว่าทำไมคนอื่นถึงพูดถึงพี่เมย์อย่างนั้น ยังพูดกับพี่เมย์อยู่เลย พี่เมย์บอกว่าไม่เป็นไร บางสิ่งบางอย่างพอถูกถ่ายทอดผ่านๆ กันไป มันก็เปลี่ยน พี่เมย์เป็นคนที่น่ารัก และให้กำลังใจ มันจะจบแล้วเนอะ มันจะผ่านแล้ว เริ่มต้นกันใหม่ ทำมาหากินกัน ฮึบ นี่คือเขา

– เมื่อวานไปเดินบรรทัดทอง ก็ยังมีคนเข้ามากอด เข้ามาถ่ายรูป คนให้กำลังใจ บางคนอยากให้น้ำกินฟรี พอเราได้รับพลังแบบนี้ก็ทำให้เห็นว่าคนไทยก็คือคนไทยจริงๆ ซึ่งพอเราโดนอะไรหนักๆ เราลืมไปว่าคนไทยเป็นคนยังไง (ร้องไห้)ทำให้เรากลัวไปหมด แต่พอวันนี้เรากลับมารับความรู้สึกนั้นแล้ว ก็ทำให้เราใจฟูขึ้น กล้าอยู่ขึ้นและกล้าทำอะไรขึ้น

-จริงๆ แล้วอยากขอบคุณทุกๆ คนในชีวิต ที่ยังอยู่ในชีวิตตอนนี้ ขอบคุณพี่เอี้ยงด้วย เพราะเขาไม่เคยทอดทิ้งหนูไปไหนเลยนะ เขาทำให้หนูด้วยใจจริงๆ ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน พี่ๆ ทุกคน ไม่รู้เขาสะดวกให้เอ่ยชื่อไหม แต่ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่อยู่กับหนู หนูเชื่อว่าเขารู้ว่าหนูหมายถึงพวกเขา ขอบคุณทุกๆ แฟนคลับ ขอบคุณพี่ช่างหน้าช่างผม พี่ๆ นักข่าว ขอบคุณครอบครัว และขอบคุณทางครอบครัวสามีเก่าด้วย ที่ยังให้เราได้เจอลูก หรืออยู่กับลูกด้วย ดังนั้นขอขอบคุณทุกคน และทุกกำลังใจมากๆ จริงๆ ค่ะ