ถูกจับตามองหนักมาก ว่าช่วงงานศพคุณพ่อของ “แอฟ ทักษอร” พระเอกชื่อดัง “นนกุล ชานน” เป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างแอฟตลอดทุกคืนจนงานศพเสร็จสิ้น ซึ่งทำให้หลายคนฟันธงว่าต้องใช่แน่ๆ ล่าสุดเจอตัวแอฟ เจ้าตัวก็เปิดใจถึงประเด็นนี้
“ก็เป็นแบบนั้นค่ะ มาตั้งแต่วันแรก มาก่อนแอฟอีกมั้ง (หัวเราะ) คือจริงๆ เขาก็มาช่วย มาให้กำลังใจนะคะ มาให้เราอุ่นใจว่ามีเขาอยู่ตรงนั้น แอฟก็ไม่กล้าไปใช้อะไรเขาหรอก คือนักแสดงทุกๆ ท่าน ทุกคนน่ารักมาก อาสาว่าจะให้ช่วยอะไรไหม เสิร์ฟน้ำไหม แอฟก็แบบไม่กล้าหรอกค่ะ ไม่ต้องดีกว่า แค่มาแอฟก็ขอบคุณมากๆ แล้ว รวมถึงนนกุลด้วย ก็ขอบคุณค่ะ เราก็ขอบคุณนนไปแล้วด้วยค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ก็เหมือนกัน ซาบซึ้งใจ”
“ส่วนที่คนจับตามองว่าเป็นตัวจริง ก็เอาว่าเป็นคนที่…ให้กำลังใจแอฟ แล้วก็ซัปพอร์ตแอฟตอนนี้ค่ะ คือแอฟก็รู้แหละ ว่าบางทีเขาก็ไม่รู้จะช่วยอะไรที่เป็นรูปธรรม เพราะเขาเป็นคริสต์ แล้วแอฟก็ไม่กล้าจะรบกวนเขาขนาดนั้น แต่ว่าอย่างน้อยเขาอยู่ใกล้ๆ คอยซัปพอร์ต ว่าถ้าเกิดเราไม่ไหวอะไรตรงไหน”
“เรื่องเททริปครอบครัวเพื่อมาให้กำลังใจเรา หลายๆ อย่างก็คือเพิ่งมาเห็นหลังจบงานนี่แหละค่ะ หรือที่เห็นว่าเขาอยู่ใกล้ๆ เอาจริงๆ ตอนที่อยู่ที่งาน ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยค่ะ เราไม่รู้หรอกค่ะว่าใครอยู่ใกล้ๆ เราบ้าง หรือใครมองอยู่ ทุกอย่างมันไปเร็วมากเลยค่ะ ในแต่ละวันที่จัดงานสวด ซึ่งเราก็ทราบว่าเขาเททริปครอบครัว ถามว่ารู้สึกยังไง จริงๆ ก็ซาบซึ้งกับทุกคนที่สละเวลานะ ตรงนั้นแอฟรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย แล้วทุกวันช่วงนั้นก็ฝนตกหนัก รถติด น้ำท่วม มันเป็นเรื่องกะทันหัน แอฟก็รู้ว่าทุกคนต้องจัดเวลา รวมถึงพี่ๆ นักข่าวเอง ที่ไปอยู่กันร้อน ชื้น ฝนตก เปียกกันจนดึก ขอบคุณมาก”
“ส่วนที่เขาไปเล่นกับคุณสงกรานต์ น้องปีใหม่ ก็ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรตอนไหน มาเห็นทีหลังเหมือนกัน แอฟรู้สึกตัวเองโชคดีค่ะ ไม่ใช่ในเฉพาะโมเมนต์นี้นะคะ ในหลายๆ โมเมนต์ ว่าสุดท้ายแล้วคนที่เคยอยู่ในชีวิตแอฟ อดีต ปัจจุบัน หรืออะไรแบบนี้ ทุกคนก็ยังมีความรักและความหวังดี ความห่วงใยให้กับแอฟและครอบครัว เมื่อมีอะไรคือทุกคนก็พร้อมจะมาช่วยมาส่งคุณพ่อแสดงความเคารพคุณพ่อ ทุกคนที่แอฟเคยอยู่ในชีวิตเขา เขาเคยอยู่ในชีวิตแอฟ ณ วันหนึ่งทุกคนก็กลับมาค่ะ แล้วเขาก็ยังดีกับเรา”
สถานะกับ “นนกุล” ตอนนี้?
“ตอนนี้ยังไม่ได้มีเวลาได้คิดอะไรแบบนั้น แต่ก็รู้สึกอย่างที่บอก ขอบคุณค่ะ ก็ตามที่เห็นเลยค่ะ ทั้งที่งานศพหรือว่าใครจะเจอที่ไหน เพราะว่าแอฟก็เคยเกริ่นไว้แล้ว ว่าทานข้าวอะไรก็ เราไม่ได้ปิดบังอะไรค่ะ เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาปิดบังอะไร”
“ยังไม่ได้มีเวลาคิดและสรุปอะไรขนาดนั้นค่ะ เพราะว่าตอนนี้เอาแค่ให้แอฟมีอารมณ์กลับไปทำงาน มันก็อย่างที่บอก มันบอกไม่ค่อยถูก คือเดิมเราคิดว่าวันสุดท้ายคือวันฌาปนกิจ ถ้าเป็นละครมันก็คงจะสุดๆ ลงไปกองที่พื้น แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้เหมือนในละครนะ ที่ร้องไห้จนเป็นลม มันก็ไม่ใช่ แต่มันเป็นความรู้สึกหน่วงแปลกๆ หวิวๆ แล้วพอเรากลับไปทำงาน เดี๋ยววันหนึ่งเราก็ดี วันหนึ่งเราก็โหวง เพราะฉะนั้นตอนนี้ทั้งตัวเอง หรือแม้กระทั่งนน เราก็ไม่ได้มาคุยเรื่องแบบนี้กัน อย่างน้อยตอนนี้ขอให้แอฟได้กลับไปทำงานให้เหมือนเดิมก่อนดีกว่า”


















