กลายเป็นดราม่าร้อนแรง หลังจากที่ “อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม” ออกมาแฉ ว่าถูกพระเอก ก. แทงข้างหลัง ตอนแรกหลายคนพุ่งเป้าไปที่ “เกรท วรินทร” แต่หนุ่มเกรทก็ออกมายันว่าไม่ใช่ตัวเอง ด้านหนุ่มอาร์ตก็ออกมาช่วยเฟิร์มว่าไม่ใช่เกรท แต่เป็นอีกคนที่ปากไม่ดี งานนี้หลายกระแสก็เลยพุ่งเป้าไปที่ “หมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องปาก มีดราม่าหลายรอบจากความปากไว
ภายหลังสื่อได้สอบถามถึงประเด็นดังกล่าว หมอก้องก็ยอมรับตรงๆ ว่าอาจเป็นตัวเองก็ได้ แต่ยืนยันไม่ได้แทงข้างหลัง ไม่ได้ปาดงาน แต่เคยหลุดปากพูดเรื่องอาร์ต กรณีที่ไปทำงานช่องอื่นโดยที่ยังไม่หมดสัญญาช่อง 3 หากอีกฝ่ายข้องใจก็สามารถยกหูมาเคลียร์กันได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันนี้ ก่อนโบ้ยไปที่อาจมีมือที่สาม ทำให้ผิดใจกัน
ต่อมา อาร์ต ก็ออกมาโพสต์คำคมฟาดอีกกรุบๆ ผ่านไอจี ซึ่งอ่านแล้วก็รู้ว่าหมายถึงใคร แซ่บสะเทือนไปอีกจ้า
“ก็อปมาครับอ่านแล้วชอบ
แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเห็น’ความผิดพลาด’ของตัวเอง
We are quick to see others faults,
but are blind to our own.
เรามองเห็นความผิดพลาดของคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว แต่กลับทำเป็นมองไม่เห็น เมื่อเป็นความผิดของตนเอง
คล้ายกับสำนวนที่ว่า
****’ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา..ความผิดตัวเราเท่าเส้นผม
คนที่ชอบโทษคนอื่น หรือชอบโทษเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว ลึกๆ แล้วเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนแอ อีโก้สูงเพราะความจริงแล้วการที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ ล้วนมาจากการกระทำของเรา การกระทำของคนอื่นและปัจจัยต่างๆ อีกมากมาย ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ มันไม่ได้เกิดจากเราหรือใครเพียงคนเดียว แต่พวกเขาก็เลือกที่จะมองข้าม ‘ความผิดพลาดของตัวเอง’ แล้วไปเพ่งโทษที่คนอื่นแทน เพราะมันง่ายนอกจากจะเป็นการผลักความรับผิดชอบไปแล้ว ยังทำให้เขารู้สึกผิดต่อตัวเองน้อยลงอีกด้วย
หลายครั้งที่เรารู้สึกโกรธมากเมื่อโดนคนอื่นเอาเปรียบ แต่พอเราเป็นฝ่ายได้เปรียบเอง กลับรู้สึกเฉยๆ แล้วมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยซะงั้น เพราะลึกๆ ในใจของเราก็แอบเข้าข้างตัวเองอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ทำให้บางทีเราก็มองความผิดของตัวเองเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ได้บอกว่าให้เอาแต่โทษตัวเอง หรือก่นด่าตัวเองช้ำๆ เมื่อเกิดเรื่องผิดพลาดนะ
เพราะแบบนั้นมันก็ไม่ช่วยอะไรเหมือนกัน นอกจากจะทำให้รู้สึกแย่ไปกว่าเก่า แต่อยากให้ ย้อนมองการกระทำของตัวเองดูบ้าง ลองหาสาเหตุว่าการกระทำอะไรของเราที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นนั้น? เราต้องกล้าพอที่จะยอมรับความจริง กล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง กล้าที่จะขอโทษออกไปอย่างจริงใจแล้วแก้ไขให้มันถูกต้อง ทุกคนล้วนมีเหตุผลมาซัปพอร์ตการกระทำของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งเหตุผลของแต่ละคนมันเป็นเรื่องปัจเจก
สิ่งที่สำคัญกว่าเหตุผลในการลงมือทำก็คือ มันเกิดผลกระทบอะไรจากการกระทำนั้นมากกว่า เพราะเหตุผลที่เราทำมันอาจจะดีสำหรับเรา แต่มันอาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่นก็ได้ไง ดังนั้นควรมองเรื่องส่วนรวมเป็นหลักก่อน พยายามลดอีโก้ของตัวเองลงบ้าง เราจะไม่มีวันพัฒนาหรือก้าวไปข้างหน้าได้เลย ถ้าไม่สามารถยอมรับและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองได้
สิ่งสำคัญคือ ‘เราไปแก้ไขที่คนอื่นไม่ได้’ เราทำได้แค่ตระหนักรู้แล้วแก้ไขที่ตัวเองแทน ถ้าการกระทำของคนอื่นมันเป็นพิษต่อเรามากๆ ก็คงต้องพยายามถอยห่างออกมา
– เลิกกล่าวโทษคนอื่น
– เลิกโทษสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นอย่างใจหวัง
– เลิกโทษดินฟ้าอากาศหรือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
– เลิกโทษตัวเอง
แล้วมาหาทางแก้ไข&พัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นกันเถอะ ทุกอย่างอยู่ที่มุมมองและวิธีการคิดของเราทั้งนั้น“




















