หลังจากที่นอนอยู่ในห้องไอซียูนานกว่า 10 วันแล้ว ล่าสุดวันนี้ (20 พ.ค.) “คิตตี้ คริสติน่า” ภรรยาของพระเอกหนุ่ม “เอส กันตพงศ์” ก็ตัดสินใจออกมาเล่าเรื่องราวของพระเอกดัง โดยเผยว่าสาเหตุเกิดจากอาการ “หัวใจอักเสบ” แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีท่าทีดีขึ้นไม่มีข่าวดี ต้องรอดูอาการวันต่อวัน รวมทั้งเผยว่าในวันที่เอสหมดสตินั้น เจ้าตัวหยุดหายใจไปนานถึง 45 นาที!
“สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันอยากจะมาอัปเดตอาการของคุณเอสที่ผ่านมา ฉันและทางครอบครัวยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับอาการป่วยของคุณเอสเนื่องจากทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่าในตอนนี้อาการของเอส ยังอยู่ในวิกฤต”
“พวกเราเสียใจและหนักใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ส่วนวาเลนตินาก็ร้องไห้เรียกหาแต่พ่อตลอดเวลา แต่ฉันก็พยายามที่จะเข้มแข็งเพื่อลูก”
“แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ฉันกับครอบครัวจะต้องออกมาบอกรายละเอียดทั้งหมดของคุณเอส ซึ่งฉันรู้ว่าทุกคนกำลังรอฟังข่าวดีอยู่ แต่ในตอนนี้ยังไม่มีข่าวดีเพราะว่าอาการป่วยของเขายังอยู่ในวิกฤต แต่ฉันพร้อมที่จะเปิดใจและพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้มากขึ้น อย่างที่ทุกคนทราบก่อนเกิดเหตุสามีของฉันได้ไปทำงานเป็นพิธีกร งาน Big Debate by Ch7 ที่ลานสยามพารากอน ขณะที่เขากลังทำงานหัวใจของเขาได้หยุดเต้นกะทันหันและได้รับการทำ CPR ฉุกเฉินและนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต ซึ่งใช้เวลานานมาก กว่าที่หัวใจของเขาจะกลับมาเต้นอีกครั้ง ได้รับ CPR ประมาณ 19 นาทีที่สยาม และทั้งหมดใช้เวลาถึง 45 นาทีที่ปั๊มหัวใจรวมบนรถฉุกเฉิน ฉันต้องขอขอบคุณทีมเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่ไม่ยอมแพ้ ในการช่วยชีวิตของคุณเอส และพี่ยาช่างแต่งหน้าของเขาที่ตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อช่วยชีวิตเขา ตัดสินใจแบบนี้น่าจะช่วยชีวิตเอส”
“ตั้งแต่ที่เขาได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการของเขาก็ยังอยู่ในวิกฤต และมีอาการแทรกซ้อนที่หัวใจ วันก่อนหัวใจของคุณเอสก็มีปัญหาอีกครั้ง และแพทย์ก็ได้ทำการช่วยชีวิตไว้อีกครั้ง ซึ่งในเบื้องต้นทางแพทย์ที่รักษาคุณเอสได้ออกมายืนยันแล้วว่าเขามีอาการหัวใจอักเสบ แต่ยังไม่สามารถระบุอะไรได้มากกว่านี้”
“เนื่องจากอยู่ในกระบวนการและขั้นตอนของการรักษาอยู่ แพทย์ได้แจ้งว่าต้องเฝ้าดูอาการของคุณเอสแบบ “วันต่อวัน” ซึ่งแพทย์ยังหาสาเหตุที่ชัดเจนและหาแนวทางรักษายังไม่ได้ และยังไม่รู้ว่าจะต้องรักษาตัวที่ห้อง ICU นานแค่ไหน และจะฟื้นตัวเต็มที่ได้เมื่อไหร่”
“ตอนนี้ฉันอยากจะขอขอบคุณสำหรับน้ำใจทั้งหมดที่เราได้รับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันอยากขอบคุณทุกคนที่ช่วยสามีของฉันโดยเฉพาะช่อง 7 ที่ช่วยเหลือและดูแลคุณเอส ทั้งเรื่องค่ารักษาและให้กำลังใจมาเรื่อยๆ เหมือนเป็นครอบครัวของตัวเอง เพราะเอสทำงานหนักและทุ่มเทอย่างเต็มที่เสมอเพื่อช่อง 7 มาตลอด เอสรักงานตัวเองมากๆ”
“และสุดท้ายขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่รักษาคุณเอสอย่างเต็มที่ และแฟนคลับกับเพื่อนๆ ทุกคน ที่ส่งกำลังใจมาให้ค่ะ ยังไงเราจะอยู่ข้างเอสตลอดและสู้ด้วยกัน”




















