เสาร์ 18 เมษายน 2026
หน้าแรก Hot News เปิดมรสุมชีวิต “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” จากนางเอก สู่เรือนจำ

เปิดมรสุมชีวิต “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” จากนางเอก สู่เรือนจำ

54

เธอสูญเงินไปเป็น 10 ล้าน แต่กลับบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ชีวิตต่ำสุดได้ เดี๋ยวก็จะดีขึ้นมา เหมือนลูกบาส ยิ่งแรงก็ยิ่งกระเด้งขึ้นสูง นี่คือคำสัมภาษณ์ “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” ในรายการแฉ กรณีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D เล่นงาน หมดเงินไปถึง 10 ล้านบาท และนำมาสู่บทสรุปในวันนี้ ที่ต้องเดินเข้าคุกพร้อมแม่และพี่ชาย ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะมีอัตราโทษสูง หวั่นหลบหนี

เรื่องนี้ไม่ใช่มรสุมลูกแรกในชีวิตที่พิ้งกี้ต้องเจอ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยผ่านมรสุมมาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรก พิ้งกี้ ตกเป็นประเด็นฉาวมือที่สาม ซึ่งถือว่าเป็นข่าวที่สะท้านวงการที่สุดในปี 53 เธอถูกจับตาว่าเข้าไปแทรกกลางความสัมพันธ์ ระหว่าง “เป๊ก สัณณ์ชัย เองตระกูล” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” มีข่าวปูดว่าทั้งคู่ควงกันไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น มีช็อตสวีตบนเครื่องบิน มีข่าวลือว่าเห็นทั้งคู่กอดกันในผับแห่งหนึ่ง รวมทั้งฉาวสะเทือนกับคลิปเสียงสนทนา ระหว่างธัญญ่าและแม่ของสาวพิ้งกี้ ที่ส่งผลให้หายหน้าไปจากวงการบันเทิง เบนเข็มชีวิตไปหาเงินกับเส้นทางบอลลีวูดที่ประเทศอินเดียกู้ศักดิ์ศรีคืนมาแทน

มรสุมลูกต่อมา เกิดขึ้นหลังจากพิ้งกี้เปิดตัวคบหาดูใจกับ “เพชร อิทธิ ชวลิตธำรง” นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ก่อนจะเข้าพิธีวิวาห์เมื่อ 12 ก.ย. 2557 ที่โรงแรมดังกลางพัทยา ทั้งคู่มีชีวิตรักที่หวานฉ่ำร่วมกันกว่า 3 ปี แต่สุดท้ายชีวิตคู่ก็พังไม่เป็นท่า โดยพิ้งกี้เปิดใจว่าตนเดินออกมาตัวเปล่า ฝืนกันต่อไม่ไหว เพราะทัศนคติที่ไม่ตรงกัน รวมทั้งคิดไปเองว่าฝ่ายชายจะง้อ แต่สุดท้ายก็คิดผิด ทำให้รักจบและห่างกันไป ท่ามกลางกระแสข่าวฝ่ายชายไม่ให้เธอทำงานในวงการบันเทิง

แต่ต่อมา ไฮโซเพชรกลับออกมาตอบคำถามสื่อชนิด “หนังคนละม้วน” ยันไม่เคยห้ามพิ้งกี้ทำงาน ที่ผ่านมาช่วยเหลือฝ่ายหญิงตลอด และตนก็ทนอยู่กับความไม่ปกติมา 3 ปี ถ้าเป็นการค้าก็คือขาดทุนเละ และรู้สึกสงสารพิ้งกี้ เพราะอนาคตจะไม่เหลืออะไรเลย เหตุคนรอบๆ ตัวเอาไปหมด และตนก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้

“ผมให้เงินบ้านเขาเดือนละเท่าไร คนบ้านเขาก็น่าจะรู้ ตั้งแต่ต้นปี 59 มีข่าวว่าให้เดือนละ 5 หมื่น มีสัมภาษณ์แม่ ผมก็ไม่เข้าใจให้ 5 เท่า 7 เท่า 10 เท่า ก็พูดได้ แต่ทำไมต้องพูดให้คลุมเครือทำให้บ้านเขาดูไม่พอกิน พูดตรงๆ นะ มันไม่ใช่หน้าที่ผม แต่ผมก็ทำให้หลายเท่า เพราะผมมองว่ามันคือครอบครัว จะมาพูดให้คนเกลียดผมทำไม

ตั้งแต่ วันที่เขาเดินจากไป ผมเป็นห่วงเขา เพราะเขาเลือกครอบครัวเขา แต่ไม่เคยมีผม ผมรู้สึกได้เลย เขาชอบพูดว่าอยากอยู่กับครอบครัว แล้วผมไม่ใช่ครอบครัวเขาเหรอ หลายครั้งด้วย บางครั้งไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว ก็จะให้มีแต่ครอบครัวเขา ไม่มีพ่อแม่ผม ซึ่งมันไม่ใช่แล้ว”

ก็ได้แต่คาดหวังว่ามรสุมครั้งนี้ ที่ทำให้เธอต้องเดินเข้าเรือนจำ จะเป็นมรสุมลูกสุดท้ายในชีวิตของเธอแล้ว สำหรับ “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช”