เป็นความสูญเสียของครอบครัว หลังจากที่คุณแม่เสียชีวิตระหว่างไปพักผ่อนที่ประเทศอังกฤษ ล่าสุด “วิลลี่ แมคอินทอช” เผยเตรียมบินไปนำอัฐิคุณแม่มาจัดพิธีสวดอธิรรมในวันที่ 29-31 ก.ค. คิดในแง่ดี อย่างน้อยแม่ไม่เจ็บปวด
“งานคุณแม่จะจัดในช่วงวันที่ 29-31 ก.ค. ที่วัดธาตุทอง พี่ผมจะบินไปรับศพท่านวันจันทร์ กลับมาวันอังคาร วันพฤหัสฯ จะมีงาน 3 วัน ไม่มีฌาปนกิจอะไร เพราะแกมาเป็นอัฐิแล้ว ขั้นตอนการไปรับศพเท่าที่พอเล่าได้ สถานทูตไทยที่อังกฤษเก็บอัฐิของคุณแม่เรียบร้อยแล้วผ่านพิธีฌาปนกิจที่โน่นแล้ว เราก็ไปรับอัฐิมาทำพิธีงานบุญ งานที่นั่นไม่มีใครอยู่เลย ก็บอกเลยนะครับว่าอย่าไปเสียชีวิตที่ต่างประเทศเพราะว่าเขาไม่ได้รอขั้นตอนแบบไทยเรา อะไรทำได้เขาก็ทำ ก็ต้องรอคิว ใครอยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ทำอยู่ดี”
“ส่วนค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจที่โน่นฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าจะเอาร่างคุณแม่บินกลับมาอันนั้นครึ่งล้าน เราก็เลยเลือกเป็นอัฐิ ผมก็ไปรับกล่องใส่อัฐิที่สถานทูตไทยที่อังกฤษแล้วก็บินกลับมาทำพิธีที่ไทย แต่ผมต้องคอยเช็กพาสปอร์ตตอนออกมาว่านี่คือพาสปอร์ตผมครับ และนี่คือพาสปอร์ตแม่ ถ้าไม่สแตมป์ออกเดี๋ยวเขาไปตามหาอีกว่าอยู่ไหน”
“อันดับแรกเลย เท่าที่คิดได้ถ้าคุณแม่ไปได้อย่างไม่ทรมานแค่นั้นเลยที่ขอ ผลลัพธ์จากการชันสูตรก็ออกมาว่าคุณแม่หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ก็ไปแบบไม่รู้ตัว ตอนนั้นในมือยังถือแปรงสีฟันอยู่เลย แปลว่าท่านไปอย่างสบาย ในวันนั้นแม่ได้ไปเที่ยวกับครอบครัว แกมีความสุขมาก”
“ตัวแกเองไม่มีโรคประจำตัวอะไร แต่ท่าน 86 ปีแล้ว ไม่มีสัญญาณอะไรเลย คือแกไปแบบเฉียบพลันแบบที่แกมีความสุข วันนั้นที่จะกลับก็คงไม่อยากกลับแค่นั้นเลย เราไม่ได้ทำใจ ไม่ได้เตรียมใจอะไรเลย กระเป๋าอยู่ข้างล่าง รอแม่เสร็จเรียบร้อยก็จะขึ้นไปรับแม่ไปกินอาหารเช้า แต่แกอยู่ในห้องน้ำ อ้าว! ปั้มไม่ขึ้นแล้ว ก็จบ”
“ก็คุยกับแหม่ม (คัทลียา แมคอินทอช) ตลอดว่าสิ่งที่เราทำมาตลอดชีวิต เราเป็นลูกที่ดีนะ เราเป็นลูกที่ดีมาก เราดูแลพ่อแม่จนวินาทีสุดท้าย แล้วเขาก็ภาคภูมิใจในตัวเรา ขอแค่นั้น เขาไปแบบไม่ทรมาน แค่นั้นเลยจริงๆ เพื่อนๆ แม่เขาไม่สบายกันหลายคน ติดเตียงกันหลายคน จากไปก็หลายคน คุณแม่เขาก็นั่งดูเพื่อนเขาจากไปทีละคนสองคน เขาก็คงไม่อยากที่จะเป็นภาระให้ลูก นี่คือแกโชคดี มีบุญมาก วูบจบเลย ปั้มไม่ขึ้น”
“นี่แต่งหน้าออกทีวีเลยดูไม่เศร้ามาก แต่จริงๆ คือเศร้า 2 วันแรกผมร้องไห้กับแหม่มไปแล้ว มันก็รับไม่ได้ แต่พอวันที่ 3 เรารู้แล้วว่าคนตายเขาจะรู้ตัวว่าเขาเสียแล้วนะ เขาจะบอกกลับมาว่าอันดับแรกลูกๆ อยู่ได้ไหม ถ้าลูกยังร้องไห้อยู่อีกเขาจะกังวล ความห่วงก็จะเกิดขึ้น เราก็ต้องบอกว่าเราแข็งแรงพอที่จะอยู่ แม่ไม่ต้องห่วง เอาเลย ถ้ามีแสงสว่างที่จะส่องไปไหน แม่ไปเลยนะ ลูกอยู่ได้ แค่นั้นเอง”

















