“ดู๋ สัญญา คุณากร” ทำงานกับบริษัทเจเอสแอลมายาวนานถึง 30 ปี ล่าสุดหลังมีข่าวเจเอสแอลต้องยุติการดำเนินงานบางส่วน เพราะไม่อาจทนต่อภาวะขาดทุนติดต่อกันนานหลายปี งานนี้ดู๋ สัญญาเผยว่าหากตนเป็นพนักงาน ตนก็คงฟ้องเหมือนกัน
“เรื่องนี้ผมรู้พร้อมพนักงานเลยครับ ผมไม่รู้เลยครับ ถามว่าช็อกไหม ไม่ช็อกครับเพราะว่าจริงๆ สถานะของบริษัทก็เหน็ดเหนื่อยมานาน ที่ผ่านมาก็ได้ยินมาว่าเลย์ออฟคนไปเรื่อยๆ มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าองค์กรใดถ้าค่อยๆ ลดจำนวนคนออกไปเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นคือจ่ายชดเชยถูกต้องนะครับ ฉะนั้นก็เลยพอเดาได้ แต่ไม่คิดว่าอยู่ๆ วูบเดียวก็ตกใจทุกคนแหละครับ ผมหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นและผมเชื่อว่าจะดีขึ้นด้วยครับ”
“ตอนนี้ผมแยกเป็นอย่างนี้ครับ ความไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะรู้จักทั้งสองฝั่งมันก็ยังอยู่ ตอนนี้ฝั่งหนึ่งก็บอกว่ากำลังหาเงินเพื่อเอามาจ่าย ฝั่งหนึ่งก็เรียกร้องตามสิทธิ์ ผมก็หวังว่ามันจะเกิดกระบวนการที่มาเจอกันในเร็ววันด้วยนะครับเพราะผมรู้ว่าใครก็ตามที่ทำงานมา 10-20 ปีในองค์กรใดองค์กรหนึ่งพอคุณออกคุณหางานใหม่ไม่ง่าย เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจต้องเร่งกระบวนการให้เขาได้รับสิทธิ์ของตัวเองเพื่อเขาจะมีกำลังใจไปมูฟออน”
“ผมเป็นลูกจ้างชั่วคราวเป็นฟรีแลนซ์ที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ผมเองก็สนิทกับทั้งลูกจ้างและเจ้าของ แล้วผมก็ได้คุยกับทั้งสองฝั่ง ในฝั่งลูกจ้างก็เป็นกระบวนการปกติที่ต้องเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องได้ ฝั่งนายจ้างที่ผมได้ยินมาก็คือมีความยากลำบากในการจัดการการเงินของตัวเองนั่นคือปัญหาที่เขาเกิดขึ้น”
“สิ่งหนึ่งที่ผมต้องช่วยต่อก็คือว่าถ้ารายการไหนยังไปต่อได้ก็ต้องออกไปทำงานเพื่อให้เกิดการจ้างงานกับพนักงานที่ยังเหลืออยู่ จริงๆ ก็คือไม่เหลือแล้วล่ะ จ้างเป็นฟรีแลนซ์แล้วล่ะ ส่วนฝั่งผู้จ้างต้องจ่ายเงินจะได้หาเงินมาจ่าย แต่แน่นอนฝั่งผู้ที่จะต้องเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองจะได้รับก็ต้องเรียกร้อง ผมว่ามันก็ต้องเป็นกระบวนการแบบนั้น”
“ส่วนตัวรายการเจาะใจสำหรับผมมันไม่ได้อยู่พ่วงไปกับการเกิดกระบวนการมองไม่ตรงกันหรือว่าปฏิบัติการไม่ตรงกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ตัวรายการเป็นรายการที่มีเนื้อหาที่ให้แรงบันดาลใจและความรู้ซึ่งเป็นประโยชน์จริงๆ สำหรับคนดู แล้วผมแยกว่าประโยชน์ที่ยังเหลืออยู่ของวงการโทรทัศน์ต้องดำเนินการต่อครับเพราะว่ามันเป็นส่วนน้อยแล้ว แน่นอนสิ่งที่อยู่รอบจะเป็นความบันเทิงมากกว่า แล้วสื่อโซเชียลจะใหญ่กว่าตลอดเวลา แต่ถ้าวงการโทรทัศน์ยังมีสื่อที่เป็นประโยชน์อยู่สำหรับผม ผมจะต้องช่วยให้มันไปต่อได้เท่าที่จะทำได้ รายการเจาะใจยังไปต่อ ด้วยทีมงานเดิมด้วยนะครับ”
“พอเกิดเรื่องราว ก็มีเรื่องของความไม่สบายใจครับ อย่างฝั่งของทางเจ้าของบริษัทผมก็ได้บอกกับท่านว่าถ้าผมเป็นพนักงานผมก็ฟ้องพี่เหมือนกัน แต่พอเขาเล่าฝั่งเขาว่ามีความเดือดร้อนมีความลำบากในเรื่องการเงินมาก ผมก็เห็นใจเขา เลยมองว่ากระบวนการที่ต้องเป็นไปในความถูกต้องก็ต้องเกิด กระบวนการช่วยเหลือให้รายการที่ยังดีอยู่ที่ยังไปได้เพื่อให้เกิดการจ้างงานเพื่อให้เกิดรายได้ให้เอามาจ่ายพนักงานได้ก็ต้องทำ”
“ในแง่ที่เราเป็นส่วนหนึ่งของกลไกคือถ้ามองจากฝั่งของตัวเจ้าของรายการเขาบอกว่าถ้าผมไม่ทำมันจะเกิดปัญหาเพราะว่าผมทำมา 30 ปี ถ้าผมเลิกแล้วเป็นรายการเดิมแต่เอาคนใหม่มาทำก็ดูจะลำบาก ผมก็บอกไม่เป็นไรผมจะรักษาคอนเซ็ปต์ของความตั้งใจดีที่ยังมีอยู่ของรายการโทรทัศน์และจะทำให้มันดำเนินการต่อได้”
“ส่วนกรณี โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ขอลาออกจากการทำรายการ เขาก็ไม่ได้ปรึกษาครับ ผมเข้าใจโหน่งนะครับ เขามองว่ามันเป็นการแสดงออกเพื่อเรียกร้องให้เกิดผลในทางบวกให้กับพนักงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมก็โอเค และยอมรับในการตัดสินใจของเขา”















