อาทิตย์ 21 มิถุนายน 2026
หน้าแรก ข่าวบันเทิง “เจเอสแอล” ชี้แจง ขาดกระแสเงินสดฉับพลัน แต่จะหาเงินทยอยชดเชยพนักงานตามกำลังที่มี

“เจเอสแอล” ชี้แจง ขาดกระแสเงินสดฉับพลัน แต่จะหาเงินทยอยชดเชยพนักงานตามกำลังที่มี

34

กรณีบริษัทบันเทิงในตำนาน ประกาศไปต่อไม่ไหว ขอยุติการดำเนินงานบางส่วน ทำให้พนักงานตกงานฟ้าผ่า ต้องรวมตัวไปร้องให้ “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” ช่วย เพราะได้รับเงินชดเชยแค่เพียง 16 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่เป็นไปตามกฎหมายแรงงานได้ระบุเอาไว้

ล่าสุด เจเอสแอล ก็ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก โดยยืนยันว่าตั้งใจยืนยันว่าตั้งใจจะจ่ายให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด แต่ขาดกระแสเงินสดฉับพลัน ทำให้ไม่สามารถหาเงินมาให้ทันกับการจ่ายค่าชดเชยได้ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“เรื่องเงินชดเชยของพนักงาน ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจและยังมีความตั้งใจที่จะจ่ายให้ครบจำนวนตามที่กฏหมายกำหนดไว้ แต่เนื่องด้วยภาวะการขาดกระแสเงินสดฉับพลันและยังไม่สามารถหาเงินมาให้ทันกับค่าชดเชยที่ต้องจ่ายเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน”

“ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องแจ้งพนักงานทุกคนตามความเป็นจริงเรื่องจำนวน % ที่บริษัทสามารถจ่ายให้ได้ ณ วันนั้น อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องเงินชดเชยที่ขาด และได้พยายามหลายวิธีการเพื่อหาเงินมาจ่ายให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพราะทราบความเดือดร้อนของพนักงานทุกคน ตามกระบวนการที่ควรจะเป็นคือบริษัทและพนักงานต้องมีการคุยเจรจากันก่อนที่จะไปถึงกระบวนการของสำนักงานแรงงาน แต่ด้วยข้อจำกัดที่บริษัทมีขณะนั้น เราจึงไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดการจ่ายชดเชยที่เหลือได้ ทางบริษัทต้องขออภัยในความล่าช้าและทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจนเกิดเหตุการณ์ตามข่าว ทางบริษัทขอชี้แจงกระบวนการการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายชดเชยที่จะมีการดำเนินการต่อไปดังนี้”

“จากเงินชดเชยทั้งหมด 32 ล้านบาท เราได้แจ้งพนักงานไปแล้วว่าในวันที่บริษัทปิดกิจการลง เราสามารถจ่ายชดเชยให้ได้ในจำนวน 16% ของยอดทั้งหมดซึ่งเป็นยอดกว่า 5 ล้านบาท เราจึงขอให้พนักงานมารับงวดแรก 16% นี้ไปก่อนเพื่อบรรเทาความลำบากของทุกคน”

“และในสิ้นเดือนก.ค. นี้ ทางบริษัทจะหาเงินมาเพิ่มให้อีก 9% รวมของเดิมจะเป็น 25% ของยอดชดเชยทั้งหมด หลังจากนั้น ทุกๆ สิ้นเดือน บริษัทก็จะพยายามหาเงินมาจ่ายชดเชยให้ต่อไปอีกตามกำลังที่มี”

“ทางบริษัทยินดีพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปให้เหมาะสมที่สุดที่เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายแรงงานทุกประการ จึงขอความร่วมมือจากพนักงานทุกคนในการเข้ามาร่วมเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันเพื่อพวกเราทุกคนจะได้เดินหน้าต่อและไม่มีความบาดหมางใจต่อกัน”

“บริษัทไม่เคยมีเจตนาที่จะละทิ้งความรับผิดชอบต่อพนักงานทุกคน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยากลำบากที่ไม่สามารถเดินต่อได้ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ที่ทำให้ทุกคนต้องเสียขวัญและกำลังใจ บริษัทหวังว่า ด้วยความจริงใจที่มีต่อพนักงาน และความร่วมมือระหว่างกัน เราจะสามารถช่วยกันแก้ไขปัญหายากลำบากนี้ให้ลุล่วงไปด้วยกันได้”