สังคมยังคงเกิดคำถามคาใจกับกรณีการเสียของดาราสาว “แตงโม นิดา พัชระวีระพงษ์” ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ และยังหาบทสรุปไม่ได้
ล่าสุด “อ.ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม” อธิบดีอัยการ ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เผยผ่านรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” ทางช่องอมรินทร์ ทีวี ระบุว่า ตนได้คุยกับลูกศิษย์ซึ่งเป็นตำรวจ ทราบว่า หลังเกิดเหตุบุคคลบนเรือทั้ง 5 คน ได้โทรศัพท์คุยกับนักกฎหมายรายหนึ่ง ซึ่งนักกฎหมายรายนี้แนะนำว่าอย่าเพิ่งเข้าพบตำรวจจนกว่าจะได้เจอตัวเอง ทั้งที่คนบนเรือตั้งใจจะเข้าพบตำรวจตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อได้รับคำแนะนำแบบนั้นจึงเลื่อนเวลาออกไป

การที่นักกฎหมายแนะนำแบบนั้น ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด เพราะคดีนี้เกิดดราม่าเพราะคนบนเรือไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งทางตำรวจเองก็บอกว่ากลุ่มคนบนเรือวนเรือหาแตงโม 3 ชั่วโมง จากนั้นเข้าฝั่ง เพราะ กระติก ปวดท้องหนัก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กู้ภัยเข้ามาแล้วจึงถอยออกมา จากนั้นก็เกิดความกลัว ไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของคน ส่วนตัวก็มองว่านักกฎหมายรายนี้น่าจะรู้ข้อมูลมากที่สุด เพราะได้คุยกับคนบนเรือเป็นคนแรก ๆ จึงอยากให้ออกมาบอกข้อมูลกับสังคมเพื่อความกระจ่าง

จากการพูดคุยตำรวจ อ.ปรเมศวร์ ยังบอกอีกว่า ทางตำรวจยืนยันว่าได้ทำการตรวจสอบทุกอย่างไม่ได้บิดเบี้ยว มีการสอบพยานนับ 100 ปาก ตรวจสอบคลิปอีกกว่า 200 คลิป สอบคนถ่ายคลิปทุกคน แต่มีการจับแพะชนแกะว่าพ่อตาของบางคนเป็นอดีตตำรวจ กลัวว่าจะมีการช่วยเหลือ ซึ่งไม่เป็นความจริง
อ.ปรเมศวร์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ผลการสอบสวนช้า เพราะต้องรอผลชันสูตร และตรวจสอบข้อมูลที่เข้ามาเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ทราบว่ายังมีการทดลองทิศทางการตกว่าลักษณะเป็นการตกท้ายเรือหรือข้างเรือ
ซึ่งเหตุที่ตนออกมาพูดอยากให้สังคมใจเย็น ๆ รอการสอบสวนเสร็จก่อน แล้วค่อยวิพากษ์วิจารณ์ โดยการสอบสวนทำเป็นความลับ ไม่เปิดเผย จะเปิดเผยก็ต่อเมื่อฟ้องคดี ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องประมาท ยากที่จะเข้าข่ายเจตนาฆ่า ทางพนักงานสอบสวนเองก็ตรวจสอบการคุยโทรศัพท์ของบุคคลทั้ง 5 บนเรือว่าคุยกับใครบ้างคนที่คุยด้วยก็ถูกเรียกมาสอบทั้งหมด

ส่วนเรื่องที่หมอพรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ว่าจากการตรวจแผ่นอนามัยของแตงโมที่ติดกับชุด ไม่พบปัสสาวะ ซึ่งน่าจะบ่งชี้ว่าไม่มีการฉี่ท้ายเรือตามที่กล่าวอ้างนั้น ตนมองว่าศพลงไปอยู่ในน้ำถึง 2 วัน แล้วแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีวัตถุต่าง ๆ เยอะมาก สภาพศพหรือของที่ตกลงไปก็เปลี่ยนแปลง อาจจะบ่งชี้ไม่ได้
ซึ่งตนก็มองว่าจะมีการปัสสาวะหรือไม่ ก็ไม่น่าจะกระทบต่อคดี แต่เท่าที่ทราบจากการตรวจสอบโทรศัพท์ของบุคคลในเรือมีการพูดตรงกันว่าแตงโมปัสสาวะท้ายเรือ โดยเมื่อมีหลักฐานแบบนี้ก็น่าเชื่อ และเป็นหลักฐานที่นำไปใช้ได้ในชั้นศาล
กรณีการเปลี่ยนตัวทนายความไม่เกี่ยวกับคดี เพราะเป็นการตัดสินใจของตัวลูกความ หากมองว่าอีกคนเก่งกว่าก็สามารถเปลี่ยนได้ สังเกตว่าคดีนี้เป็นเรื่องของความรู้สึกและความคิด โดยคดีนี้ความจริงพยานมีแค่ 5 คนบนเรือเท่านั้น นอกนั้นนอนหลับ และอาจจะวิจารณ์ตามความรู้สึก

นอกจากผู้ต้องหา 2 คนจะมีการออกหมายจับเพิ่มอีกหรือไม่ ตนไม่ทราบ ส่วนกรณีทนายที่ออกมามีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก มองว่าทนายควรให้ความเห็นในทางวิชาการ ไม่ใช้ความรู้สึก แล้วยิ่งการออกตัวโดยลูกความไม่ได้ร้องขอก็ถือว่าผิดมารยาททนายความ แต่หากตอบข้อเท็จจริงในแง่วิชาการ และการช่วยเหลือสังคมสามารถทำได้
CHARLES & KEITH (ชาร์ลส แอนด์ คีธ) แบรนด์กระเป๋า รองเท้า ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาสาวในเมืองใหญ่ที่มีสไตล์ และยังเป็นที่ยอมรับในเรื่องของแฟชั่นล้ำสมัย การคัดสรรคอลเลกชั่นที่มีดีไซน์เข้าถึงได้ และเพราะมีกลุ่มผู้หญิงเป็นเป้าหมายสำคัญ ทางแบรนด์จึงได้พัฒนาสินค้าครบทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า แว่นตาแอคเซสเซอรี่ และคอสตูมจิวเวอรี่ CHARLES & KEITH ให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองความเป็นผู้หญิง และสร้างแรงบันดาลใจทั้งเรื่องของแฟชั่นและความงามในทุกๆ วัน ผ่านหัวใจหลักสี่ประการสำคัญของแบรนด์ ได้แก่ การทดลอง (Experimental), ความน่าพึงพอใจ (Desirable), การคัดสรร (Curated) และ ความทันสมัย(Modernity) ปัจจุบัน CHARLES & KEITH ได้พัฒนาไปมากกว่าแค่ช่องทางการขายแบบเดิมๆ ด้วยการช้อปปิ้งแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์CHARLESKEITH.CO.TH ทำให้สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน




















