กลายเป็นประเด็นร้อนตลอดทั้งสัปดาห์ สำหรับการออกมาประกาศปิดร้านก๋วยเตี๋ยวบัวไหลต้มยำ โดยเจ้าตัวก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุดังกล่าว แต่ก็มีเหล่าคอมเมนต์และหลายคนต่างก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างรุนแรง ล่าสุด “เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค” ก็ประกาศกลางรายการ คุยแซ่บโชว์ ที่ออนแอร์ทางช่องวัน 31 ว่าตนเองได้มูฟออนจากเรื่องนี้แล้ว พร้อมกันนี้ก็ตั้งเป้าเปิดร้านอาหาร กับแฟนสาว “น้องเค้กส้ม” รวมไปถึงยังเล่าประสบการณ์ความรักที่ผ่านมา ที่มีโลกถึง 15 ใบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเค้กส้มด้วย
สาเหตุที่เราปิดร้านก๋วยเตี๋ยวบัวไหลต้มยำ?
เสนาหอย : “เรารู้สึกว่ามันไม่สนุกแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าออกมาละกัน ตอนนี้ก็มูฟออนแล้ว กับสิ่งที่มันเกิดขึ้น หลังจากนี้ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้นไปแล้วกัน เพราะเราคิดว่าถ้าเราตื่นมา ทำแล้วไม่มีความสุข เราก็จะไม่ทำ แต่พอตอนนี้เรารู้สึกว่ามันไปไม่ได้ เราก็ออกมาดีกว่า คือเปิดมาแล้ว 7 เดือน แล้วก็ขอบคุณทุกกำลังใจ พอเราประกาศออกไป ทุกคนก็ให้กำลังใจเรา ทุกคนเห็นในสิ่งที่เราทำ คนยังรักเรา เรามีความสุขมากกับการที่คนเห็นในสิ่งที่เราทำ เพราะตอนนี้เรากำลังจะมูฟออนออกไป เพื่อจะไปทำธุรกิจอาหาร เราก็คิดว่าเราก็อยากจะมีร้านอาหารที่เป็นของตัวเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต ตอนนี้กำลังทำเลย จะทำแบบคาเฟ่มัจฉะ อยู่แถวตรงตลาดมารวยพลาซ่า ตรงหทัยราษฎร์ ชื่อร้าน HOSOMI ซึ่งตอนแรกผมอยากตั้งชื่อร้านว่า หอยส้ม แต่กลัวคนจะเข้าใจผิดว่าร้านเราขายอาหารทะเลกับขายผลไม้ ก็เลยถาม chatGPT เป็นความแตกต่างที่ลงตัว อยู่ดีๆ ก็เป็นญี่ปุ่นเฉย”
ขอย้อนกลับไปร้านบัวไหลฯ คือตอนนี้ปิดกิจการเลยหรือเปล่า?
เสนาหอย : “คือถ้าในส่วนของผม คือปิดไปเลย แต่ส่วนอื่นมันจะมีอะไรเกิดขึ้น มันก็เป็นเรื่องของเขา”
น้องเค้กส้มให้กำลังใจยังไงบ้าง ?
เค้กส้ม : คือเราก็ให้กำลังใจทุกวัน เพราะว่าเราก็ทำมาด้วยกัน เราอยู่ข้างเขาตลอด เราก็อยากให้เขาสู้ ปกติเขาเป็นคนสู้มากๆ อยู่แล้ว อาจจะมีเครียดมากในช่วงแรก เพราะอยู่ดีๆ ก็อาจจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเวลาที่เขาเครียด เขาจะเงียบๆ เป็นคนไม่ค่อยพูด จะคิดนั่นคิดนี่
แล้วพี่เปิ้ล นาครก็เข้ามาเมนต์ให้กำลังใจ?
เสนาหอย : ก็ต้องบอกเลยว่าเราดีใจที่ทุกคนมาให้กำลังใจเรา ในทุกๆ คอมเมนต์ไม่ว่าจะเป็นคุณวิลลี่ และคนอื่นๆ และบางคนเขาไม่ได้สนิทกับเรามาก เขาก็ให้กำลังใจเรา
ส่วนอีกหนึ่งคนคุณวิลลี่ก็ไม่เคยทิ้งเราไปไหนเลย ?
เสนาหอย : “ก็ต้องบอกเลยว่า ผมทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องความรัก เขาอยู่กับผมในทุกสถานการณ์ หันไปยังไงก็จะเจอเขา เขาก็จะพูดว่ามึงทำได้ มึงต้องไปต่อ และบางทีผมส่งข้อความไป เขาอ่าน แต่เขาไม่ตอบ อันนี้มันแสดงให้เห็นว่าเรายังอยู่ข้างกันเสมอ รวมถึงคนอื่นเขาก็ไม่ตอบ เขาให้เหตุผลว่าเขารับทราบแล้ว คือเขาอ่านแล้ว
(ทางทีมงานวิดีโอคอลหาวิลลี่)
วิลลี่ : ก็คือจะมาให้กำลังใจคุณหอย ผมในฐานะคนบันเทิงที่เข้าไปช่วยโปรโมตให้ (หัวเราะ) ก็ขอเป็นกำลังใจให้ เพราะชีวิตก็ต้องเดินต่อไป งานบุญยังมีอีกเยอะ ก็คงต้องทำอีกเยอะ แล้วชีวิตอย่างหอยต้องผจญภัยอีกเยอะ ผมก็ต้องพาเขาไปทำบุญอีก ผมก็เห็นใจเขานะ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมไปช่วยโปรโมจ HOSOMI
พี่วิลลี่คือพ่อสื่อให้เค้กส้มได้คุยกับพี่หอย?
วิลลี่ : ส้มอยู่กับพี่ที่รายการฮอลลีวูดเกมส์ไนท์ พี่หอยก็ไปขอ LINE เขา ส้มก็มาถามพี่ ว่า ทำยังไงดี พี่หอยมาขอ LINE ก็เลยบอกส้มไปว่าทนอีกนิดเดียว นอกจากตัวสั้นแล้ว เดี๋ยวชีวิตก็สั้น แป๊บเดียว ให้ๆ ไปเถอะ คือถามว่าเราห่วงส้มไหม ก็คือเราตรวจเช็กมังกรของหอยแล้วไม่ผงาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
พี่วิลลี่มีอะไรอยากจะบอกไหม ?
วิลลี่ : ก็คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ก็บอกหอยไปว่าชีวิตมันก็เหมือนละคร ถ้ามันเรียบง่ายมันก็ไม่สนุก มันก็ต้องมีขึ้นๆ ลงๆ มันจะได้เร้าใจ ยังไงมันก็ต้องดูตอนจบอยู่แล้ว แต่ในระหว่างทางมันก็ต้องมีอุปสรรค สู้ต่อไปยังไงก็มีเพื่อนๆ อยู่เคียงข้าง
เสนาหอย : ถามว่าเราอยากพูดกับเขาไหม ก็คือเอาเหมือนเดิมเลยไม่ต้องตอบ LINE เพราะว่าคุณเองก็ไม่ตอบใครอยู่แล้ว แล้วสิ่งที่คุณทำอยู่ มันตอบทุกสิ่งทุกอย่างในเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ
วิลลี่ : ผมก็ต้องขอบคุณพี่หอยอย่างมาก เพราะผมกลับมาจากเมืองนอกปุ๊บ ก็มีคนทักเข้ามาว่าลี่ดูเป็นพระเอกมากเลย สำหรับคลิปสั้นที่ทำลงในโซเชียล
แล้วตอนนี้ขอย้อนกลับไปว่าก่อนหน้าที่จะมาเจอ “เค้กส้ม” กับความเจ้าชู้เป็นยังไงบ้าง?
เสนาหอย : “ก็ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยมีโลกถึง 15 ใบ แต่ช่วงเวลาตรงนั้นมันผ่านมาแล้ว คือถามว่าเราบริหารยังไง หนึ่งก็คือเราส่งรูปดื่มกาแฟ ส่งรูปเซลฟี่ ส่งรูปถอดเสื้อ ผมใช้วิธีการบอร์ดแคส บางทีก็ส่งถึงผู้ใหญ่ก็มี(หัวเราะ) ส่งแบบนี้ทุกวัน อย่างตอนนั้นที่เรามีโลก 15 ใบ เราก็มีความเชื่อของเราอยู่ตรงนั้น เราก็มีความลับของเรา มันเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ เพราะว่าเราเองก็ไม่ได้หล่อ ซึ่งมันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่มันเป็นแบบนั้น แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องดี แต่เราก็มีความสุขกับตรงนั้น สุดท้ายแล้ววันนึง มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมส่งบอร์ดแคสไปให้ ก็เป็นเค้กส้มด้วย เค้กส้มคือเคยเป็นหนึ่งใน 15 ใบของผม และมีวันนึงผมคิดว่าผู้หญิงคนไหนที่ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้ ยังไงเขาก็ต้องเลิก เพราะว่าเขาจับได้ แต่ทุกคนก็รู้ว่าผมเจ้าชู้ และเขาก็ได้เจอต่อหน้า เขาจับได้ว่าผมมีคนอื่นด้วย วันนั้นจับได้แบบค่อนข้างแรง ผมคิดไว้แล้วว่า ต่อจากนี้เขาก็ต้องบอกว่าเลิกผมแน่ๆ
เค้กส้ม : คือเราจับได้ว่าเขามีคนอื่น แต่เราก็รู้อยู่แล้ว ว่าเขามีคนอื่น เพราะว่าเขาก็แสดงออกชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเขาก็มีคนคุยหลายคน เพราะว่าเราเจอและเห็นจังๆ ว่าเขามีคนอื่น คือสรุปว่าเรารับรู้ว่าเขามีคนอื่น เราเจอหน้าเขาก็บอกว่าหนูรู้นะว่าพี่ทำอะไรไปบ้าง ก็เลยบอกว่าอยากให้เขาดูแลตัวเองนะ เพราะว่าเขาเป็นคนในวงการบันเทิง แล้วถ้ามีใครที่ไม่หวังดีกับเขา อาจจะทำให้เขาเสียหาย อาจจะกลายเป็นประเด็นก็ได้
เสนาหอย : ผมจำได้ว่าวันนั้นเขาเดินมานั่งข้างๆ ผม ซึ่งก่อนหน้านี้ที่บอกไปว่าในใจผมคิดว่ายังไงเขาก็ต้องบอกเลิก เราก็ต้องจำใจยอมรับว่าโดนบอกเลิก เขาก็กระซิบข้างหู หนูรักพี่นะ ผมก็คิดในใจว่าในบรรดาโลก 15 ใบของผม มันมีผู้หญิงที่คิดแบบนี้ด้วยหรอ และถ้าเราปล่อยผู้หญิงคนนี้หลุดมือไป คงไม่มีใครที่เป็นห่วงผมมากขนาดนี้ แล้วอย่างที่บอกว่าเรื่องเนี่ย มันเป็นเรื่องครั้งหนึ่งในชีวิต ที่มันมีผลต่ออนาคต ถ้าผมไม่จับมือเขาไว้ หรือเสียผู้หญิงคนนี้ไป ผมต้องเสียใจไปตลอดชีวิต หลังจากนั้นผมปิดทุกอย่าง เรื่องทุกอย่างที่เคยเป็น ปิดทุกโลกที่เหลือ ก็ปิดทุกอย่าง เพราะว่าเขาเข้ามาดูแลชีวิตผมทุกอย่าง ผมยืนยันว่าผมจะไม่ปล่อยมือเขาแน่ หลังจากวันนั้นผมก็บอกรักเขาทุกวัน และบางคนก็อาจจะบอกว่าการบอกรักทุกๆ วัน มันจะลดค่าลงเรื่อยๆ หรือเปล่า แต่สำหรับผมคือบอกทุกวัน มันก็เพิ่มขึ้นทุกวัน
ทำไม “เค้กส้ม” ถึงยังให้โอกาสกับคนที่เจ้าชู้ที่มีโลก 15 ใบ?
เค้กส้ม : ด้วยความที่พี่หอยเป็นคนน่ารักเป็นคนใจดี ถ้าเราได้สัมผัสเขาจริงๆ เขาจะเป็นคนน่ารักและอบอุ่น และเราก็รักเขา ก็อยากดูแลเขา
แต่ถ้าย้อนกลับไปเค้กส้มก็โดนคอมเมนต์ว่าคบกับพี่หอยเพราะเงินหรือเปล่า?
เค้กส้ม : กระแสแรกๆ ก็จะมีคอมเมนต์แนวนี้เยอะ เรามาคบพี่เขาเพราะเรื่องเงินหรือเปล่า ซึ่งเรารู้กันสองคนอยู่แล้ว ว่าเราคบกันเพราะอะไร เราคบกันเพราะว่าดูแลกัน
เสนาหอย : ในจุดนั้นตอนที่เขามาคบกับผมผมก็ยังมีหนี้ 106 ล้าน ซึ่งถ้าเขามาคบกับผมเพราะว่าเรื่องเงิน ผมว่าเขาคงจะถอยห่างไปแล้ว แต่สุดท้ายเขาเข้ามาในชีวิตผม เขาจัดระบบ มันทำให้ผมฝ่าฟันตรงนั้นมาได้ เค้าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมมีวันนี้



















