ศุกร์ 2 ตุลาคม 2026
หน้าแรก Hot News “ไบร์ท” โอดผมตกเป็นเหยื่อ “อภิรักษ์-Forex-3D” สูญเงินกว่า 7 แสน !

“ไบร์ท” โอดผมตกเป็นเหยื่อ “อภิรักษ์-Forex-3D” สูญเงินกว่า 7 แสน !

15

“ไบร์ท วชิรวิชญ์” ยอมรับ “นิค นิโค” พารู้จัก “อภิรักษ์” รู้จักตั้งแต่อายุ 15 ก่อนขอเงินแม่ 5 หมื่นมาลงทุน พ้อถ้ารู้ว่าโกงไม่มีทางเอาเงินทั้งชีวิตของครอบครัวมาเสี่ยง ยินดีเป็นพยานหากดีเอสไอเรียก

ถูกปล่อยภาพที่มีความสนิทสนมกับ “อภิรักษ์ โกฎธิ” CEO Forex-3D จนมีคนสงสัยว่าพระเอกชื่อดัง “ไบร์ท วิชรวิชญ์” เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ด้วยหรือไม่ ล่าสุด ไบร์ท ได้เปิดใจกับ “บอย ช่องวัน” โดยยืนยันว่าตนเองก็ตกเป็นเหยื่อทำให้สูญเสียเงินทั้งชีวิตของครอบครัว โดยรู้จักตอนปี 2555 อายุ 15 ปี ซึ่งตอนนั้นเข้าวงการแต่ยังไม่มีชื่อเสียง พอปี 58 เริ่มมีเงิน เห็นเพื่อนได้เงินจากการลงทุน ก็ลงทุนตามเขา อายุ 20 ปี 60 ติดต่ออภิรักษ์ไม่ได้ ตอนนั้นรู้แล้วว่าสูญเงินกว่า 7 แสน

“นิค นิโค พาไปรู้จักอภิรักษ์ เป็นจุดเริ่มต้นได้รู้จักอภิรักษ์ ตอนนั้น 15-16 ในคลิปร้องเพลงคือวันแรกที่ได้เจอกัน ไปนอนบ้านพี่นิคครั้งแรก อัดคลิปกัน เท่านั้นเอง”

“ตอนนั้นทุกคนอยู่รอบตัวผม ลงทุนตรงนี้หมด เล่นตรงนี้หมด ตอนแรกไม่ได้มั่นใจ แต่เห็นสักพักว่าทุกคนได้กันจริงๆ นานเป็นปีๆ ก็คิดว่าน่าจะเชื่อถือได้ เงินก้อนแรกที่เอามาลง ขอแม่มาลงก้อนแรก 5 หมื่น พอลงไปก็ได้จริงๆ ได้เรื่อยๆ ก็พยายามเก็บเงิน งานทุกชิ้นที่ทำ รายได้ก็ยัดเข้าไป เหมือนเป็นการลงทุน คิดว่าเป็นการออมเพื่ออนาคต”

“ตอนนั้นไม่ได้มีชื่อเสียง ตอนนั้นเล่นโฆษณา แคสงาน เงินบางส่วนเป็นเงินเก็บของแม่ เรียกว่าเงินทั้งชีวิตของครอบครัว เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียวที่บ้านเรามี ก็เสียไปตรงนั้น 775,000 บาท เยอะมาก คือเงินทั้งครอบครัว ณ วันนั้นเครียดมากๆ ถึงขนาดว่าเงินสำรองครอบครัว เงินที่ต้องใช้อนาคตหายไปหมดเลย เราต้องมานั่งนับหนึ่งใหม่ ช่วงนั้นโควิดด้วย ณ วันแรกๆ เรายังติดต่อเขาได้ ในวันที่คนไม่มั่นใจว่าคืออะไรกันแน่ เขาก็พูดให้เรามั่นใจตลอด เราเชื่อสนิทใจ เขาคือพี่ที่รู้จักตั้งแต่เด็ก ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งไม่เห็นความจริง ณ วันนั้นผมมั่นใจในตัวเขามากๆ”

“ผมรู้ช้ามากๆ คนอื่นมองเขามาอาจเห็นความจริงว่ามันคือการหลอกลวง ฉ้อโกง แต่สำหรับเราคิดว่าเขามีปัญหา น่าจะจัดการได้ กว่าผมจะรู้ เราเห็นแต่เราไม่เชื่อ มันคือความโลภบังตา ถ้าดูจริงๆ ไม่มีอะไรลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนขนาดนั้น อย่าหลงเชื่อเลย ไม่ว่าอะไรก็ตาม เป็นบทเรียนของผม ไม่ว่าจะน่าเชื่อถือขนาดไหน ถ้าไม่ถูกกฎหมาย ไม่อยากให้ใครเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก”

“ผมก็คือเหยื่อที่มาลงตรงนี้ ผมไม่ได้ชักชวน คนมาเล่นเป็นคนใกล้ตัวทั้งนั้น แม่ เพื่อนสนิท ถ้าผมทราบคือการฉ้อโกง ถ้ารู้ว่าคือการหลอกลวง ไม่ปล่อยให้แม่ คนที่ผมรักเสียหายตรงนี้ ถ้าผมรู้เป็นการฉ้อโกง ผมคงเอาเงินออกมาหมดแล้ว คงไม่ทิ้งไว้จนเงินในครอบครัวเสียหาย เป็นไปไม่ได้ที่ถ้าผมรู้ เป็นการตัดสินใจของเรา เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ เป็นความพลาด ไม่อยากกล่าวโทษใคร เราเห็นเขาทำแล้วได้เราก็พุ่งไป ถ้าดีเอสไออยากได้ข้อมูลหรือให้เป็นพยาน ผมให้ความร่วมมือเต็มที่”

“ผมไม่สบายใจเลย ณ วันนั้นเราเครียดกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ณ วันนี้พอมีข่าวมันก็หนักมากจริงๆ ขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่น อยากให้บทเรียนที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนกับทุกคน ไม่อยากให้ใครถูกหลอก เสียหายกับเรื่องนี้ อยากให้เป็นอุทาหรณ์ ส่วนที่ไม่แจ้งความเพราะรู้สึกโง่ที่ถูกหลอก อายกับตรงนั้น”