เพื่อนบ้านเปิดศึกแย่งที่จอดรถ! สาวผวาชายแต่งตัวคล้ายทหารชักปืนขู่! ร้องสื่อหวั่นไม่ปลอดภัย
จากกรณีหญิงสาวรายหนึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านคลองสี่ -วงแหวน อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เข้าร้องสื่อหลังถูกชายแต่งกายคล้ายทหาร ถือปืนมาข่มขู่ถึงหน้าบ้านระหว่างที่อยู่คนเดียว คาดสาเหตุเกิดจากการจอดรถบนถนนสาธารณะภายในหมู่บ้าน หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว
ล่าสุดรายการโหนกระแสวันที่ 30 ก.ค. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45 – 14.25 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “น.ส.เขมจิรา ตรียาวุฒิวาทย์” หรือ “หลิน” ผู้เสียหาย และพยานอยูในเหตุการณ์
คุณหลินอยู่หมู่บ้านแห่งนี้ 4 เดือน อยู่ที่ไหน?
หลิน : “คลองสี่คลองหลวงเป็นทาวน์โฮม คือจะมีปัญหากับเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ซึ่งเขาอาศัยอยู่ 3 คน มีแม่ ลูกชาย ลูกสาว แม่อายุ 55 อัพ ลูกชายคร่าวๆ น่าจะ 28-29 ลูกสาว 25-26 ลูกชายไปๆ มาๆ ไม่ค่อยได้อยู่ บ้านหลังนี้มีคุณแม่กับลูกสาว”
ลูกชายทำงานอะไร?
หลิน : “ทหารค่ะ”
มั่นใจเหรอ?
หลิน : “เห็นแต่งทหารมาบ่อย แล้วหลังรถเขาก็ติดว่าทหารพระราชา”
ชุดเป็นยังไง?
หลิน : “เป็นทหารบกค่ะ แต่งชุดเต็มยศบ้างบางครั้ง”
ทำไมคุณไม่จอดบ้านคุณ?
หลิน : “เขาก็ไม่จอดในบ้านเขาเหมือนกัน หลินทำธุรกิจ เลยเลือกจอดฝั่งนั้น เพื่อที่ว่าแขกมาติดต่อเราจะได้ลงมาเลย”
นิติยืนยันว่าคุณจอดได้ ไม่ใช่ที่ของเขา?
หลิน : “ถูกต้องค่ะ เป็นที่สาธารณะค่ะ”
เกิดอะไรขึ้นครั้งแรก?
หลิน : “ครั้งแรกที่เป็นปัญหาก็ตามภาพค่ะ เขาเอารถมาจอดดักหน้าดักหลังเรา เราเลยแจ้งความตร. รถสีดำเป็นของคุณแม่บ้านนั้นค่ะ ข้างขวาสีขาวคือรถลูกสาวเขา รถเราอยู่ตรงกลาง ออกไปไหนไม่ได้ เขาก็เข้าเกียร์ใส่เบรกมือ เราก็ไม่ได้ออกค่ะ”
แจ้งนิติมั้ย?
หลิน : “แจ้งค่ะ วันนั้นแจ้งไปไม่มีฟีดแบ็ก เพราะเขาไม่ได้รับโทรศัพท์ ก็เลยไปแจ้งสภ.คลองหลวง มีสายตรวจเข้ามา แล้วตกลงกันไมได้ ก็การทะเลาะวิวาทต่อหน้าตร. ตอนนั้นหลินอยู่คนเดียว เขาอยู่กันสองคนแม่ลูก มีลูกชายเขาด้วย แต่ตอนตร.มา ไม่แน่ใจว่าลูกชายเขาอยู่หรือเปล่า ตอนเถียงกัน ก็ทะเลาะกันแรงเลย”
ตอนตร.มา มีใครยืนอยู่บ้าง?
หลิน : “มีรปภ. หลิน ตร.สองนาย มีแม่กับลูกสาว ลูกชายไม่แน่ใจว่ายืนอยู่ข้างๆ หรือไงนี่แหละค่ะ ตะโกนด่าเถียงกัน เขาก็บอกว่ามึงคิดผิดแล้วที่มีเรื่องกับกู มึงจบไม่สวยแน่ ไปปรับทัศนคติหน่อยมั้ย”
ใครพูด?
หลิน : “คำนี้ แม่เขาพูดค่ะ”
ฝ่ายชายพูดอะไรมั้ย?
หลิน : “ฝ่ายชายเหมือนยืนดูเหตุการณ์เฉยๆ ไม่ได้พูดอะไรค่ะ ลูกสาวด่าเราค่อนข้างเยอะ ตร.ก็บอกว่าผมเคลียร์ไม่ได้ พราะพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่นิติบุคคล ให้ไปเคลียรก์กันเอาเอง แต่ถ้าอยากแจ้งความ พรุ่งนี้ก็ให้ไปแจ้งความที่สน.”
วันเกิดเรื่องคือวันที่เท่าไหร่?
หลิน : “18 ก.ค. ค่ะ วันที่ 19 ก.ค. เราเลยไปแจ้งความ เอารูปปิดหัวปิดท้ายไปลงบันทึกประจำวัน ตร.ก็ลงบันทึกประจำวันไว้ เหตุการณ์ก็ไม่มีอะไร ตัดมาอีกทีก็ตอนเย็นวันที่ 19 ก.ค. มีทหารคนหนึ่ง อายุมากแล้ว มาอยู่ในบ้านหลังนั้น จังหวะตอนเย็น ออกไปหน้าบ้านพอดี พี่เขามาคุยเรื่องงาน เราเดินออกไปพอดี พอเขาเห็นเราเดินออกไป เป็นจังหวะพอดีรถลูกสาวฝั่งตรงข้ามเขาขับเข้ามา ยังไม่ทันจอดเลย ทหารก็ตะโกนเลยว่าจอดได้มั้ยลูก จอดไม่ได้ให้บอกนะเดี๋ยวจัดการให้”
เขาพูดกับคนในรถ เขาเปิดกระจกมั้ย?
หลิน : “ไม่ค่ะ เพราะยังไม่ได้จอดเลยค่ะ เขาจะโกนบอกตั้งใจให้ได้ยินค่ะ เขาบอกว่าจอดได้มั้ยลูก จอดไม่ได้ให้บอกนะ เดี่ยวจะจัดการให้ เขาพูดคำนี้ดังๆ แต่หน้าตามองมาที่เรา หลังจากนั้นเราก็ออกไปกินข้าวอีกรอบ พอเขาเห็นเราขึ้นรถ เขาก็เดินออกมายืนตรงมุม เขาแต่งเสื้อสีเขียวขี้ม้า แล้วกางเกงลายทาง”
หลังจากนั้นยังไง?
ธนธรณ์ : “ตอนขับรถออกไป เขามายืนชี้หน้ารถ ยืนตรงมุมรั้วที่เขาจอด”
หลิน : “มาชี้หน้า เราก็แค่เอะ มาอะไรกับเรา หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราก็ไปกินข้าว ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อะไรร้ายแรง”
ธนธรณ์ : “แต่ก่อนรถออกไป เขาตะโกนใส่ผมว่าต้นไม้มันรก เดี๋ยวจะให้ทหารมาตัดให้ เพราะมีต้นไม้อยู่ต้นนึง เอารถไปจอดเอาร่ม เขาก็บอกว่าถ้ารถจอดไม่ได้ ให้ลูกน้องเป็นทหารมาขยับให้”
คุณมองว่าเป็นการข่มขู่?
ธนธรณ์ : “ใช่ครับ”
หลิน : “ข่มขู่ค่ะ”
ถ้าจอดไม่ได้เดี๋ยวให้ทหารมาจัดการให้?
หลิน : “ใช่ค่ะ ต้องการให้เรากลัวว่าเขาเป็นทหาร”
วันเกิดเรื่องคุณอยู่ด้วย?
ธนธรณ์ : “อยู่ครับ”
เห็นลูกชายเขามั้ย?
ธนธรณ์ : “เห็นอยู่ในบ้านแต่ไม่ได้ออกมาริมรั้ว แต่งชุดทหาร ก็ไม่ได้พูดคุยตอนทะเลาะกัน แต่เวลาผมเดินออกไปนอกรั้วบ้าน เขาก็เดินออกมา ผมเดินไปรถผม เขาเดินไปรถเขา แล้วก็มองหน้ากัน เหมือนเขาเฝ้ามองที่ริมรั้วว่าฝั่งผมทำอะไร ทีแรกผมไม่ได้สังเกต เพราะไม่ได้คิดว่าจะทะเลาะกัน ตอนนั้นก็เป็นก่อนจอดรถปิดท้ายปิดหัว ตอนนั้นผมเข้าไปก่อน เหมือนจะร่วมหุ้นส่วน มาเจรจาหุ้นธุรกิจกัน แค่ผมเดินออกมา เขาก็มาจ้อง คิดว่าผมเป็นฝ่ายนี้ ซึ่งจริงๆ ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย”
ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหากันมาก่อนมั้ย?
หลิน : “ไม่เคยค่ะ มีปัญหาเรื่องที่จอดรถอย่างเดียว”
นี่เป็นครั้งแรกเหรอ?
หลิน : “ไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ มีมาเรื่อยๆ จะมีปัญหาเรื่องการจอดรถนี่แหละค่ะ จอดติดบ้างไม่ติดบ้าง ซึ่งเราไม่ได้ใส่ใจ เราจะใช้วิธีว่าแจ้งนิติบอกว่าเพื่อนบ้านจอดแบบนี้นะ”
คุณไปฟ้องนิติ แล้วปิดหัวปิดท้ายแบบนี้กี่ครั้ง?
หลิน : “ปิดหัวปิดท้ายครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้ ลักษณะจอดจี้ตูด เขาแจ้งนิติว่าไม่อยากให้รถเขาไปล้ำถนน แต่พื้นที่ข้างหลังตูดรถเขานี่เหลือพอที่จะจอด รถลูกสาว ลูกชาย และแม่เขาก็จอดลักษณะเดียวกัน เขาแจ้งนิติว่ากลัวรถเข้าเลี้ยวเข้าซอยจะเฉี่ยวรถเขา”
วันที่ 20 ก.ค. เกิดอะไร?
หลิน : “วันนั้นเราอยู่บ้านคนเดียว จังหวะช่วงประมาณเที่ยงนิดๆ พอดีติดสายลูกค้าอยู่ กำลังคุยโทรศัพท์ มีรถมอเตอร์ไซค์มาเบิ้ลรถหน้าบ้าน เราก็หันไปมอง พอเห็นว่าเราหันไปมอง เขาก็ชักปืนมาโชว์เลย กำลังอึ้งตกใจ ช่วงจังหวะตกใจพยายามหยิบโทรศัพท์มาถ่าย”
คนนั้นคือใคร?
หลิน : “คือทหารที่มาชี้หน้าเราวันที่ 19 ก.ค. ค่ะ หลังชักปืนขู่ได้ 5 นาทีเขาก็เดิน แล้วเป็นจังหวะรปภ. ขี่จักรยานมา เขาก็น่าจะเรียกคุยเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้”
คุณอยู่ในบ้านแอบถ่ายรูป?
หลิน : “ใช่ค่ะ จังหวะเขาชักปืนเราถ่ายไม่ทัน อาจด้วยความตกใจ พอเขาย้อนมาอีกครั้งเราก็เลยถ่ายรูปเขาไว้”
คุณ
รู้ได้ไงว่าเขามีปืน?
หลิน : “ตอนแรกไปแจ้งความ ตร.บอกว่าคุณบันทึกภาพได้มั้ย เราก็บอกว่าไม่ได้ ไปแจ้งนิติ นิติถามว่าคุณบันทึกภาพได้มั้ย ก็คือไม่ได้ เราเลยตัดสินใจไปขอดูกล้องวงจรปิดจากนิติ แต่นิตบอกไม่ได้ ต้องได้หมายเรียกจากตร.มาถึงจะเปิดกล้องได้ เราก็ไปที่โรงพัก เขาก็บอกอธิบายเกี่ยวกับคดีให้เราฟังว่าตรงนี้ยังไม่ได้ยิงและไม่มีหลักฐาน วันนั้นกลับมาจากสน.ก็คิดอะไรไม่ออก ก็นึกถึง อ. เดชา ทนายคลายทุกข์ ก็โทรปรึกษา เหมือนเป็นข้อกฎหมาย อยู่ดีๆ ก็แว้บขึ้นมา จอดรถหาเบอร์ในอินเตอร์เน็ต เจอเบอร์ปุ๊บรีบกดโทรหา อ.บอกว่า ผมมีเวลาคุยสั้นๆ นะ หลินก็เลยปรึกษา อธิบายให้เขาฟัง เขาบอกว่าให้ไปบอกนิติหมู่บ้านเลยว่ากฎหมายหมู่บ้านเราสามารถขอดูกล้องวงจรปิดได้ ถ้าเขาไม่ให้ดู ให้อ้างชื่อผม เราก็โทรไปโครงการเขาเลยค่ะ เพราะคุยกับนิติไม่รู้เรื่องแล้ว บอกว่าเราอยากดูกล้อง เราเป็นลูกบ้านนะ เราปรึกษาทนายความแล้ว อ.เดชาบอกว่าอย่างนี้ ก็อ้างอ.เดชาเลย อีกวันเขาก็โทรมาให้เราไปดูกล้องได้”
สิ่งที่เห็นคุณตกใจมาก?
หลิน : “ใช่ค่ะ เห็นเลยว่า เฮ้ย คุณเตรียมการชักปืนตั้งแต่หน้าป้อมยาม เขาชักปืนให้รปภ. เห็นเลย พอเกิดเหตุก็เอาคลิปนี้ไปให้นิติดู นิติบอกว่าเขาไม่เห็นว่าเป็นปืน รปภ. ก็บอกว่าไม่เห็นปืน เราก็ตกใจว่ามันปืนชัดๆ ทำไมพวกคุณบอกว่าไม่เห็น พอเรามีคลิปหลินก็กลับไปสน. อีกครั้ง เอาคลิปให้ตร.ดู เขาบอกว่าจะเข้ามาเก็บหลักฐานกล้องวงจรปิดแล้วตามตัวผู้ก่อเหตุให้ ส่วนทางนิติ ด้วยความที่หลินอยู่บ้านคนเดียว ก็ขอไม่ให้บุคคลในภาพเข้ามาในหมู่บ้านได้มั้ย เขาบอกว่าไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิ์เพื่อนบ้าน เหตุผลเพราะเขามีมีสติ๊กเกอร์แดงๆ หน้ารถ ถ้ามีสติ๊กนี้ก็สามารถเข้าออกโครงการได้ อีกอย่างเราไปขอทะเบียนรถนิติ นิติเขามีข้อมูล แต่เขาบอกว่าไม่สามารถให้ได้ มันเป็นการละเมิดสิทธิ เขาอ้างแบบนี้อย่างเดียว ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้รับควมยุติธรรม ก็เลยเอาคลิปนี้มาแชร์ในโซเชียล”
ประเด็นอยู่ตรงที่เขาดึงขึ้นมามันคือปืนหรือไม่ใช่ปืน คุณถามรปภ.มั้ย?
หลิน : “ตอนไปขอดูกล้องวงจรปิด รปภ.ที่อยู่ในเหตุการณ์ตามคลิป เขาบอกไม่เห็นค่ะ ต่อหน้านิติ เขาบอกไม่เห็น แต่ตอนดูกล้องวงจรปิด หลินก็ถามเขาว่าเห็นปืนตั้งแต่วันนั้นแล้วใช่มั้ย เขาก็ตอบหลินว่าใช่ แต่นิติอ้างว่า รปภ.คนนี้บอกว่าไม่เห็น”
คุณบอกหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีประเด็นเกิดขึ้นอีก?
หลิน : “เราก็ยังไปจอดรถปกติ พอเราเห็นพื้นที่่ว่างเราก็ไปจอด แต่บ้านฝั่งตรงข้ามที่มีเรื่อง พอเขากลับมาจากข้างนอก เขาเห็นเราจอดฝั่งโน้นคู่รถลูกเขา เขาก็เอารถป้ายแดงมาจอดหน้าบ้านเราเลยทันทีค่ะ ซึ่งตรงอื่นก็ว่างค่ะ”
คิดว่าเป็นการแกล้งกัน?
หลิน : “ใช่ค่ะ”
เพราะคุณไปจอดริมรั้วบ้านเขาหรือเปล่า?
หลิน : “เขาคิดว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่บ้านเขา แต่นิติพูดชัดเจนว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ส่วนกลาง ใครมาก่อนจอดก่อน ที่อื่นมันไกลบ้านเรา เรากลัวไปจอดแล้วจะมีปัญหา”
จะทำยังไง?
หลิน : “ไม่ได้ย้ายออก ประเด็นหลังเกิดเรื่องราวครั้งสุดท้าย ตร.มาไกล่เกลี่ยขอความร่วมมือ ถ้ากรณีเราไม่มีเพื่อนบ้านมา ให้เราถอยรถมาที่บ้านเรา ทุกวันนี้หลินก็มาจอดหน้าบ้านหลิน ส่วนเขาก็บอกว่าขอความกรุณา ให้ไปจอดหน้าบ้านเขา แต่เขาก็เอารถมาจอดริมรั้วคันนึง แต่ที่ตรงนั้น จริงๆ จอดได้สองคัน ตอนนี้เขาจอดกั๊กตรงกลางเลย”
เพราะเขาคิดว่าเป็นที่ข้างบ้านเขา นิติไม่กล้าพูดอะไรเลยเหรอ?
หลิน : “หลินไม่ทราบค่ะว่าเขาไปเคลียร์ไถามเขาง เพราะเขาไม่เคยมีฟีดแบ็กมาหาเราเลย มีแต่เราคอยตามนิติว่าแจ้งเพื่อนบ้านมั้ย นิติเขาก็บอกว่าคุยแล้ว”
ทุกวันนี้ยังเจอทหารมั้ย?
หลิน : “ไม่เจอค่ะ ที่หลินออกมาเพราะกลัวเราไม่ปลอดภัย และมั่นใจว่าวันที่เขามาหน้าบ้านเราเป็นปืนแน่ๆ ค่ะ ปืนชัดๆ ไม่ได้เป็นอย่างอื่น”
ถ้าไม่ใช่ปืนจะทำยังไง?
หลิน : “ปืนจริงปืนปลอมหลินไม่รู้ แต่ ณ วันนั้นที่เห็นมันคือปืนจริงๆ”















