อาทิตย์ 19 เมษายน 2026
หน้าแรก Hot News น้ำตาเมียหลวง “อรอนงค์ ปัญญาวงศ์” แฉผัวซุกชู้สาวในออฟฟิศ ชีวิตยิ่งกว่าละคร

น้ำตาเมียหลวง “อรอนงค์ ปัญญาวงศ์” แฉผัวซุกชู้สาวในออฟฟิศ ชีวิตยิ่งกว่าละคร

692

ออกมาเปิดใจต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก กลางงาน Soft Opening W.H.Royal Jelly สำหรับอดีตนางสาวไทย ปี 2535 “อรอนงค์ ปัญญาวงศ์” หลังจากตัวได้ตัดสินใจประกาศข่าวปิดฉากชีวิตรัก 26 ปี กับสามีนักธุรกิจนอกวงการ ด้วยการโพสต์ภาพถ่ายเอกสารการหย่าลงบนอินสตาแกรม งานนี้เจ้าตัวชี้แจงด้วยอาการน้ำตานอง ยอมรับว่าตัวเองก็มีส่วนบกพร่อง

 

“ก็จริงๆ แล้ว เรื่องราวของการที่ออกมาบอกว่าหย่า มันมีเรื่องราวมาก่อนหน้านี้แล้ว ก็คือเราก็เริ่มรู้แล้วว่าสามีเรามีใจให้คนอื่น และในความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนที่เราแต่งงานกัน ในความรู้สึกของอร เราก็ได้บอกกับสังคมว่าเราแต่งงานกับคนนี้นะ และก็ตั้งแต่คบหาดูใจกันมาก็ใช้ระยะเวลานานพอสมควร รวมถึงเชื่อว่าการที่เราได้รับรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสามีของเราเปลี่ยนไป มันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง”

 

“ซึ่งพอเราได้ทราบสาเหตุและได้คุยกันในเบื้องต้น ต้องบอกก่อนว่าตอนที่เริ่มคบกับอดีตสามี อรก็ชัดเจนว่ามันมีมาเป็นสเต็ป คือเริ่มจากการเป็นแฟน คบกัน 4 ปีแล้วหมั้น พอหมั้นเสร็จแล้วแต่งงาน พอแต่งงาน แล้ววางแผนที่จะมีลูก การที่เราคบกับใครคนหนึ่ง แล้วเราก็เปิดใจรับเขา เราก็ต้องรู้ทั้งสองฝ่ายว่ามีความต้องการยังไง แล้วมีอุปนิสัยใจคอยังไงบ้าง มันก็ทำให้วันเวลาเหล่านั้น รู้ว่าสามีเรามีความเปลี่ยนแปลงไป”

 

“จริงๆ ก่อนหน้าที่เราจะแต่งงานกัน เราก็เคยบอกกันนะคะว่า ถ้าสมมติใครคนใดคนหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ให้บอกถึงสาเหตุ และบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่เราจะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และเราจะได้มีความรู้สึกที่ดีหลังจากที่เราอาจจะไม่ได้เดินทางไปด้วยกันค่ะ”

“ซึ่งพออรเริ่มรู้ว่ามันมีเหตุการณ์ที่สามีเรามีความเปลี่ยนแปลงไป จากที่อาจจะเริ่มมีการใช้โทรศัพท์แปลกๆ กลับบ้านดึก จากที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกัน มีกินเลี้ยง เอาท์ติ้งก็จะพาเราไปกับเขาตลอด แต่ว่าระยะหลังๆ เริ่มมีความเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้มันก็เริ่มจางหายไป ความรู้สึกเราก็เริ่มรับรู้ได้ เราก็มาคุยให้เวลาว่าเราสามารถปรับจูนให้เหมือนเดิมได้ไหม มันก็มีระยะเวลาเป็นตัวให้เราได้คิดได้พูดคุยกันด้วย”

 

“อรเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตอนแรกทำไมถึงไม่แก้ไขให้มันกลับมาเหมือนเดิม เอ่อ…อาจจะเป็นเพราะเราอาจจะมีข้อบกพร่อง แล้วเราปล่อยผ่านเลยไปคิดว่าเราไม่ได้ไปตามจิกเขา ไม่ได้ไปตามหึงหวงเขามันกลับกลายเป็นว่าเขาสามารถไปได้อย่างสบายไปมากกว่า”

 

สรุปสาเหตุหลักก็คือมือที่สาม ?

“ก็น่าจะใช่แหละค่ะ เพราะว่าจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ได้คุยกันแล้วว่าอรไม่ได้ผิดอะไร แต่ว่าเขามีคนใหม่เข้ามา เมื่อคุยกัน ไม่มีใจให้กันแล้ว ก็ไม่สามารถปรับจูนหากันได้ ดังนั้นเราก็ควรแยกทางกันโดยดี ทุกวันนี้แม้ว่าหลังจากเราเซ็นเอกสารใบหย่าอย่างเป็นทางการ แต่จริงๆ ก่อนหน้านี้เราได้แยกกันอยู่ประมาณ 2 ปีแล้วนะคะ เพียงแต่ว่า 2 ปีนั้น เรายังอยู่บ้านเดียวกัน เรายังรับผิดชอบความเป็นพ่อและแม่ บางครั้งถ้าอรมีถ่ายละครไม่ได้ไปรับส่งลูก เขาก็จะทำหน้าที่ดูแลไปรับไปส่งลูก ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดูแลลูกเลย หน้าที่ของการเป็นพ่อและแม่ไม่สามารถตัดขาดได้ แต่ว่าหน้าที่ของการเป็นสามีภรรยาเมื่อคนใดคนหนึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปแล้วทมันก็อาจจะจบสิ้นลงได้ทแต่ความเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังคงอยู่ค่ะ”

 

“อรเองคิดว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ทำให้สามีเราไปมีบุคคลที่สามได้ แต่เราไม่อยากพาดพิงดีกว่า เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนเขาคุยกัน ในเมื่ออรตัดสินใจยุติเส้นทางที่เราจะเดินคู่กันไปกับอดีตสามีแล้วก็ควรจะยุติแค่นี้ จากนี้ไปเขาจะมีใคร จะเปิดตัว จะแต่งงานใหม่ก็เป็นเรื่องของอดีตสามี อรชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นการคบหาดูใจกับผู้ชายคนหนึ่ง”

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ?

“ใช่ค่ะ 2-3 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ก็มีการพูดคุยกันแต่ว่าเราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในเมื่อเขามีคนอื่นแล้ว เขาไม่ได้มีใจให้กับเราแล้ว เราก็ไม่อยากไปยื้อเขาไว้”

 

ทำไมถึงตัดสินใจหย่าช่วงเวลานี้ ?

“มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เราให้โอกาสให้เวลามาพอสมควรแล้วค่ะ ผู้หญิงก็ต้องก้าวต่อไป แล้วอรอยู่ในสังคมเบื้องหน้า เวลาเราไปไหน คนจะถามถึงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม สามีเป็นยังไงบ้าง เราก็ไม่สามารถจะหน้าชื่นอกตรมได้ เราอยากจะพูดในสิ่งที่เป็นความจริงชัดเจนและถูกต้อง ที่สำคัญเลยไม่ใช่ว่าออกมาประกาศแบบนี้แล้วไม่ถนอมน้ำใจลูกเลย แต่เราได้คุยกับลูกแล้ว ลูกจะ 12 กับ 14 ขวบ เราคุยด้วยเหตุผล พ่อก็ยังทำหน้าที่พ่อ แม่ก็ยังทำหน้าที่แม่ เราคุยด้วยเหตุและผลว่าพ่อก็ยังทำหน้าที่พ่อ แม่ก็ยังทำหน้าที่แม่อยู่นะ แต่การที่เราไปกันไม่ได้คือการที่พ่อกับแม่จะรักกันในแบบที่ลูกเคยเห็นเมื่อก่อน”

แสดงว่า 2 ปีที่ผ่านมาเขาพยายามปรับ แต่ทำไม่ได้ใช่ไหม ?

“ก็น่าจะประมาณนั้น คือตัวอรเองก็ยังอยู่ที่เดิม มันอยู่ที่อดีตสามีอรมากกว่า ว่าเขาไม่สามารถกลับมาเหมือนเมื่อก่อนได้ และเราเองก็ไม่อยากจะยื้อให้เขากลับมาอยู่กับเราทั้งๆ ที่เขาก็อยากไป จบแบบนี้มันน่าจะดีที่สุด”

 

2 ปีที่ผ่านมา ต้องทนขนาดไหน ?

“ตอนที่เราเป็นแม่เราก็ทน แต่เรารู้สึกว่าความรักที่เรามีให้กัน เมื่อเราหักลบไปแล้ว อรก็ยังขอบคุณที่ยังมีลูกที่น่ารัก”

 

เห็นว่ามือที่ 3 เป็นคนใกล้ตัวเขา ?

“ไม่ขอพาดพิงดีกว่านะ ก็อาจจะตามนั้น พอรู้คืออาจจะเคยเห็นหน้าเขา แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดตามอะไร ไม่รับรู้เลยว่าตอนนี้เขาจะอยู่ที่ไหนอย่างไร แต่ก็เป็นคนในออฟฟิศเดียวกัน”

 

อดีตสามีมีขอโทษไหม ?

“ก็มีขอโทษค่ะ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น”

 

ตอนนี้ลูกอยู่กับเราใช่ไหม ?

“น้องก็อยู่กับอร แต่เราก็ยังช่วยดูแลลูกในเรื่องของศึกษาเล่าเรียน ในบางครั้งที่อาจจะต้องให้พ่อไปส่งเรียนพิเศษ คือเราไม่ได้จบแบบทางใครทางมัน คือเราก็ยังมีลูก เหมือนเราแยกกันอย่างชัดเจนซึ่งในอนาคตเราก็ไม่รู้ อรอาจจะมีเทพบุตรหรือผู้ชายคนใหม่เข้ามา เราก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเราเอง คือเราอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นพร้อมสุขภาพจิตที่ดี”