พุธ 26 สิงหาคม 2026
หน้าแรก Hot News อึ้งสภาพ “เมฆ วินัย” ป่วยโรคเพมฟิกอยด์ 2 เดือน น้ำตาคลอสุดทรมาน

อึ้งสภาพ “เมฆ วินัย” ป่วยโรคเพมฟิกอยด์ 2 เดือน น้ำตาคลอสุดทรมาน

327

เข้ารับการรักษาตัว จากกรณีเป็นโรคตุ่มน้ำพอง หรือ “โรคเพมฟิกอยด์” ซึ่งเกิดจาก “ภูมิต้านทานเพี้ยน” สำหรับพระเอกร้อยล้านในตำนาน “เมฆ วินัย ไกรบุตร” ล่าสุดเจ้าตัวพร้อมทีมแพทย์ รพ. จุฬาฯ ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องดังกล่าวในช่วงบ่ายวันที่ 5 ก.ค. โดยเมฆเผยว่าไม่คิดว่าจะมีสภาพแบบนี้มาก่อน มันสุดทรมาน

 

“เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าโรคนี้จะมาเจอกับตัวผมเอง เท่าที่ฟังบางคนเป็น 8 ปี บางคนเป็น 3 ปี บางคนเป็น 2 ปี โทร.มาบอกผม ผมไม่ได้รู้สึกดีใจนะ เพราะหลายปีมาก คือนึกสภาพดูว่าคนเคยแข็งแรง หุ่นดี ผิวดีมาก อยู่ๆ ตื่นมาตอนตีสอง ปวด 2 เดือนเต็ม มายืนแก้ผ้าที่หน้ากระจก (เสียงสั่น) และยืนดูตัวเอง มันโหดร้ายมากที่ต้องมายืนตอนตีสอง ยืนดูตัวเองเกือบ 2 เดือน อยากจะฝากคนไทย หมอที่มีความรู้ ไม่อยากให้คนเป็นต้องเป็นหลายปีหรือหลายเดือน เป็น 7-10 วันน่าจะพอ มันเป็นอะไรที่ทรมานจริงๆ ไม่คิดว่าจะเป็นที่ผม”

“วันนี้ต้องบอกว่ามีเรื่องคาใจอยู่ 2 สิ่ง สิ่งแรกเลยต้องขอโทษทางบริษัท โคลิเซี่ยม ละครเรื่องตะกรุดโทน ของช่อง 7 ที่ถ่ายยังไม่เสร็จ วันที่ 11 ก.ค. นี้ถ้าไหวก็จะไป มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับผมในการทำงาน ผมจะไปถ่ายให้ได้สักฉาก เพราะแกจะปิดกล้อง ต้องขอโทษนักแสดงทุกคนด้วยนะครับ”

 

“อีกเรื่องที่ผมต้องสารภาพ ผมหลอกแม่เกือบ 2 เดือน ถ้าหายจะไปกราบขอโทษแม่ และอีกเรื่องตั้งแต่ผมนอนโรงพยาบาล แฟนคลับรวมพลคนรักเมฆ นักวิ่ง ส่งกำลังใจมาให้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองมีแฟนคลับเพราะแก่แล้ว เป็นดาราแก่ คงจะไม่มีใครรักหรือเดินทางมาเยี่ยมมากมาย แต่ก็มีมามากมายจริงๆ โทร.มาทั้งวันทั้งคืนด้วยความหวังดี และบอกวิธีการรักษา ซึ่งต้องขอบคุณมาก”

 

“แต่ผมก็ต้องเลือกการรักษาทางใดทางหนึ่ง โดยการเลือกการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ให้ดูแล ต้องขอบคุณสภากาชาดไทย ขอบคุณทีมแพทย์ และทีมที่คอยดูแลตั้งแต่แรก ทุกคนดูแลอย่างดีครับตั้งแต่พนักงานจนถึงพยาบาล สุดท้ายต้องขอบคุณภรรยา ลูกๆ และเพื่อนๆ คนกระบี่ คนใต้ เชื่อหรือเปล่าที่ผมมาอยู่จุฬาฯ แฟนคลับส่งเงินมามากมาย มากจนแทบจะบอกว่าผมสามารถนอนโรงพยาบาลนี้ได้อีก 2 เดือน”

 

“ตื่นเช้ามาน้ำตาไหล เห็นตัวเลขที่เขาส่งมา นึกว่าครั้งละ 5,000-10,000 บาทไม่เกิน แต่พอดูไปดูมา เกือบครึ่งล้าน ขอบคุณมาก ขอบคุณผู้มีพระคุณที่ทำให้ผมได้นอนโรงพยาบาล และบอกผมเลยว่าคุณต้องนอนให้หาย ไม่ต้องออกถ้าไม่หาย มาแปลกประหลาด ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยเจอ ไม่ใช่เพื่อนผม รู้จักไม่กี่ครั้ง มันเป็นอะไรที่ทำให้ผมได้นอนโรงพยาบาลอย่างมีความสุข ผมสัญญา ผมจะนอนให้หาย ให้หายจริงๆ ตอนนี้ครอบครัวผมไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินแล้ว ยังเหลือให้ผมได้นอนได้อีกถึง 2 เดือนอีกด้วย กราบขอบพระคุณทุกคนครับ”

 

อาการตอนแรกเป็นยังไง?
อาการตอนแรกๆ รู้เลยว่าวันที่ 1 เม.ย. ประมาณกลับจากถ่ายละคร 2 วัน มีอาการคันฝ่ามือ มีตุ่มเล็กๆ ขึ้นมาเป็นวง เกาจนเจ็บ คันจนนอนไม่หลับ นั่นคือจุดเริ่มแรกเลย พอตื่นเช้ามาไปหาหมอ 4-5 วัน ผ่านไป 4-5 รอบ ไปหาคนละหมอ ฉีดยา มันก็ยุบและหาย เป็นแบบนี้ประมาณ 10 ครั้ง จนรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว ไปโรงพยาบาล 10 โรงพยาบาล แปลกประหลาดมากที่ฉีดยาแล้วมันหาย”

 

“เราเลยปล่อยมาสักระยะ ยังบอกแฟนเลยว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้แสดงว่าไม่ธรรมดา เลยปล่อยไว้ ปรากฎว่ามันระเบิดขึ้นมาทั้งตัวเลย เป็นตุ่มน้ำพองทั้งตัว พุ่งมาแบบน้ำไหลไฟดับ ขึ้นที่คอ ที่หัว ที่แขน ที่ขา มีที่เดียวคืออวัยวะเพศที่มันไม่ขึ้น เพราะมีคนบอกว่าส่วนนั้นมีอุณหภูมิของมันเองในตัว ก็โชคดีไป ไม่งั้นตาย เพราะเป็นในปาก ในหู ใต้ฝ่าเท้า มีหมด”

 

“ผมไปโรงพยาบาลกว่า 10 หมอ กว่าจะมาถึงจุฬาฯ ไปถ่ายละครตีสองเกือบช็อก เรียกรถฉุกเฉินไม่มีใครรู้ เรียกที่โรงพยาบาลปักธงชัย ฉีดยาแก้แพ้ ขอบคุณโรงพยาบาลปักธงชัยมากนะครับที่ดูแลเป็นอย่างดี ตอนตุ่มระเบิดช่วงเดือน พ.ค. เลยได้คุยกับอาจารย์ที่จุฬาฯ ท่านบอกมาเถอะ เรามียา”

 

“จริงๆ มีอีกเรื่องคือเรื่องตัวยาที่ใช้ในการรักษา อยากให้รัฐบาลหรือว่าผู้ใหญ่ที่ดูแลในเรื่องพวกนี้ ให้ช่วยกันดูแล สั่งยาตัวนี้เข้ามาช่วยคนไทยอีกแรง คนไทยไม่ได้รวยทุกคน ไม่ใช่ว่าเข็มละ 58,000 บาท สองเข็มก็แสนกว่าบาท แล้วก็เวลาในการรักษาไม่ใช่อาทิตย์เดียว แต่เป็น 5 เดือน 1 ปี 3 ปี ซึ่งใครบ้างจะไม่จิตตก ใครบ้างจะไม่ตกใจ”

 

“อยู่ดีๆ ต้องหยุดทำงาน 3 ปี 1 ปี ผมบอกภรรยาตอนเดือนที่สองว่าถ้าผมสภาพแบบนี้ไปขายสวนปาล์มได้เลย (น้ำตาคลอ) ไปขายที่ดินเลี้ยงลูกเพราะมันมีความรู้สึกว่ามันทรมาน คิดเหมือนกันว่าจะวางแผนชีวิตยังไงดี เพราะมันเป็นโรคที่ผมไม่เคยคิดมาก่อน ทั้งที่ผมไม่เคยเป็น สำหรับผมวันเกิดปีนี้ (น้ำตาคลอ) เป็นวันที่ทรมานมากที่สุด ทรมานมาก ก็บอกตัวเองว่ามันคงเป็นถึงเวลาที่ต้องชดใช้กรรม ก็ชดใช้มันไป”

 

ด้าน “เอ๋ อรชัญญาซ์” ภรรยาเผยว่า : “จริงๆ ให้กำลังใจทุกวันอยู่แล้ว ที่ร้องไห้เสียใจเพราะสงสารเขาเพราะรู้ว่าโรคนี้มันทรมานมาก (เมฆเข้ามากอดภรรยาสะอื้น) อยากจะบอกเขาว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะคอยอยู่เคียงข้างตลอด ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จะอยู่เคียงข้าง อยากขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนที่มาทำข่าวพี่เมฆในวันนี้ อยากให้ข่าวที่ออกไปเป็นความจริงและก็อัปเดต ไม่อยากให้ข่าวปลอมออกมามากเกินไป ทำร้ายจิตใจคนที่รักพี่เมฆ อยากให้หยุดข่าวปลอม เพจปลอม อยากให้ฟังข่าวหลักๆ เป็นหลัก”