กลับมาเป็นสาวโสดอีกครั้ง สำหรับนางร้ายสาว “เป้ย ปานวาด” หลังตัดสินใจปลดล็อกชีวิตคู่ จบความสัมพันธ์กับอดีตสามี “ป๊อป นิธิ บุญยรัตกลิน” เหลือเพียงเพื่อนที่ดีต่อกัน ล่าสุด เป้ย มาร่วมรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวชีวิตความรักหลังจบชีวิตคู่ซึ่ง เป้ย ปานวาด เผยว่า…
“ตอนนี้กลับมาทำงานแบบฟูลไทม์ เป็นอาชีพที่รักและได้กลับมาทำ ตอนนี้พยายามสร้างเนื้อสร้างตัวให้มีความมั่นคงที่สุด เพื่อตัวเราและลูกเรา ชีวิตส่วนตัวตอนนี้มูฟออนได้ 100% แล้ว ตอนนี้เป็นเพื่อนกันกับคุณป๊อปได้ เรื่องลูกก็มีคุณแม่ของคุณป๊อปช่วยดูแลด้วย ตอนนี้อยู่บ้านคนละหลัง แต่บ้านอยู่ติดกัน คนละรั้ว เป็นรั้วเตี้ยๆ ลูกไม่ได้รู้สึกถึงผลกระทบอะไรมากมาย เพราะไม่ได้เปลี่ยนแปลง ลูกๆ ก็แฮปปี้ คุณย่ามองเข้ามาก็เห็นภายในบ้าน”
เลิกกันด้วยดี ยังเป็นเพื่อนกันได้?
“เลิกกันไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน แต่มันก็ต้องใช้เวลา 12 ปีกว่าจะมาถึงวันนี้ ความรู้สึกค่อยๆ เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว จนวันที่ตัดสินใจแล้วมันหายไปเลย ความสัมพันธ์ตอนนั้นก็สวีตกันเหมือนเดิมนะ แต่พอเวลาเจอเหตุการณ์แต่ละครั้ง มันทำให้จิตใจเราสร้างภูมิคุ้มกัน มันเข้มแข็งไปโดยปริยาย เจออีกแล้วเหรอ เหมือนด้านชา”
มดดำ ถาม แสดงว่าก่อนหน้านี้ทุกอักษรย่อเธอก็รู้เรื่อง เป้ย ตอบว่า มีผู้หวังดีในวงการบันเทิงส่งมาให้ “รู้เรื่องหมด เป้ยรู้เพราะจะมีผู้หวังดี มาบอกเป้ยตลอดเวลา ไม่ต้องไปจ้างนักสืบเลย ส่งมามีครบเลยทั้งภาพทั้งคลิปมีหมด เป้ยเป็นคนมีบุญ ไม่ต้องเสียเงินจ้างเลย เวลาเจอเป้ยไม่เคยกรี๊ด เป้ยไม่เหมือนในละคร เป้ยจะนิ่งมากแล้วเรียกคุย แล้วเขาก็จะตัวสั่นของเขาเอง เป้ยไม่โวยวาย เป้ยจะพูดคุย
ไม่ถามเกิดอะไรขึ้น เป้ยโยนไปเลย เอาโทรศัพท์มา เขาก็ยินยอมทุกอย่าง เป้ยก็จะเห็นหมดทุกอย่าง ก็จะมีหลักฐานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคุณป๊อปถึงที่สุดแล้วเขาก็จะมีความยินยอมที่จะให้เรารับรู้อะไรหลายอย่าง เพราะรู้ว่าสุดท้ายเราคือคนที่เขาเลือก แต่พอดีว่าเราเป็นคนที่รับไม่ได้กับเรื่องพวกนี้”
มดดำ บอก ก็เลยเดินออกมา เป้ย ตอบกลับว่า…“12 ปี ถามว่าจับได้ตลอดเลยเหรอ ทุกปี เป้ยรู้เพราะอดีตสามีก็ไม่ปิด พอเริ่มมีกลิ่นปุ๊บ ผู้หญิงก็จะมีเซ้นส์ เขาก็จะยอมรับ มันไม่ได้ตกลงหรอก เพียงแต่บางทีเรามองความเป็นครอบครัว ณ ตอนนั้น เราก็ให้อภัย แต่ไม่มีการแบบว่าเธอซื้ออันนี้ให้ฉันแล้วฉันจะหาย ไม่เคยได้รับอะไรเลย เป้ยไม่ใช่คนแบบนั้น เป้ยไม่ต้องการสิ่งนั้น สิ่งที่เป้ยต้องการคือความสมบูรณ์ในครอบครัว
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็คุยกับคุณป๊อปว่า ถ้าเกิดเรื่องราวอีกครั้งนึง เป้ยขอไปนะ เป้ยบอกแล้ว แต่ไม่คิดว่าพอถึงเวลาจริงๆ จะทำได้ แต่พอถึงเวลาจริงๆ อยู่ๆ ก็ทำได้เลย ด้วยหลายอย่าง ลูกมารู้เรื่องด้วย มันรู้สึกว่า ไม่สามารถเปลี่ยนเขาได้แล้ว เราเลยเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองดีกว่า เขาก็ยอมรับ ก็เป็นการพูดคุยที่ลงตัวมาก ก็โอเคต่างคนต่างเป็นเพื่อนที่ดีแล้วกัน”


















