พุธ 27 พฤษภาคม 2026
หน้าแรก Event ยูนิลีเวอร์จับมือพันธมิตรเปิดตัวโครงการ TRASH ร่วมเปลี่ยนโลก แปลงขยะให้มีค่า

ยูนิลีเวอร์จับมือพันธมิตรเปิดตัวโครงการ TRASH ร่วมเปลี่ยนโลก แปลงขยะให้มีค่า

577

นิลีเวอร์ ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมควบคุมมลพิษ, เทศบาลเมืองกระบี่, บ.ซีโร่ เวสท์ โยโล, บ.เบสท์ โพลิเมอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ บ.จีอีพีพี สะอาด เพื่อแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกนำร่องที่เมืองกระบี่และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนแก่ขยะพลาสติกประเภทถุงขนม ถุงเติมสบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจานฯลฯ หรือซองแชมพูประเภท Multilayer และขวดขุ่นประเภท HDPE หรือขวดทึบที่เป็นขวดนม ขวดสบู่เหลว แชมพู น้ำยาซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เนื่องจากเป็นชนิดพลาสติกที่ไม่มีมูลค่าหรือมูลค่าเชิงพาณิชย์น้อยทำให้ไม่นิยมรับซื้อ ภายใต้โครงการ TRASH ร่วมเปลี่ยนโลก แปลงขยะให้มีค่า

“TRASH” ย่อมาจาก Tourism to Recycling Actions for the Schools and Homes เป็นโครงการที่เกิดจากพันธมิตรที่หลากหลายไม่ว่าจะชุมชน หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนที่จะร่วมสร้างวงจรชีวิตแก่ขยะพลาสติกที่ไม่ได้ถูกจัดเก็บเพื่อป้องกันไม่ให้รั่วไหลไปสู่สิ่งแวดล้อม ชุมชน และทำลายทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยว แต่นำกลับมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ คืนสู่โรงเรียนและชุมชน

คุณโรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทย และมาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา กล่าวว่า “ปัญหาขยะพลาสติกเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์มีพันธกิจที่จะลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมลงครึ่งหนึ่ง ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ สามารถรีไซเคิลได้ หรือย่อยสลายได้ 100% และเมื่อเร็วๆนี้ (เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562) ซีอีโอใหญ่ของยูนิลีเวอร์ นายอลัน โจป ได้ประกาศแผนลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ในบรรจุภัณฑ์ลงครึ่งหนึ่งและให้คำมั่นที่จะเก็บและแปรรูปบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้มากกว่าที่ขาย ทั้งหมดนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย อยู่บนเส้นทางแห่งการปฏิวัติพลาสติกโดยได้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกใหม่เป็นพลาสติกรีไซเคิลแบบ post-consumer recycled (PCR) สำหรับสองแบรนด์ที่ขายดีที่สุด: ซันไลต์และคอมฟอร์ท และแบรนด์ใหม่: เลิฟ บิวตี้ แอนด์ แพลนเน็ต และเซเว่นท์เจนเนอเรชั่น แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ดีพอ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแยกประเภทขยะตั้งแต่ต้นทางและการจัดเก็บที่เป็นกุญแจสำคัญที่จะก้าวไปสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน”

อย่างไรก็ตามด้วยองค์ประกอบและระบบการจัดเก็บปัจจุบัน ขวดพลาสติก PET ที่เป็นขวดน้ำดื่ม หรือขวดใส เป็นประเภทพลาสติกที่มีการจัดเก็บเป็นหลัก และพลาสติกที่ไม่มีมูลค่าเชิงพาณิชย์เทียบเท่า เช่น ขวดขุ่น ขวดทึบประเภท HDPE หรือ ถุงฟิลม์หลายชั้นที่ฉาบอะลูมิเนียมหรือฟอลล์ ที่ไม่ได้มีการแยกจัดเก็บก็จะถูกนำไปทิ้งในบ่อฝังกลบหรือรั่วไหลสู่ผืนดิน แม่น้ำ และสุดท้ายลงทะเล นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่โครงการ TRASH ถือกำเนิดขึ้น เพื่อป้องกันขยะบนดินไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมและเพื่อลดการใช้บ่อฝังกลบโดยการสร้างระบบนิเวศน์ที่จะหมุนเวียนพลาสติก (Circularity) ผ่านการสร้างองค์ความรู้แก่ชุมชนเพื่อระบบบริหารจัดการขยะพลาสติกที่เป็นระบบ ด้วยการแยกขยะ ทำความสะอาดและการสร้างระบบจัดเก็บเพื่อสามารถนำไปรีไซเคิลในท้ายที่สุด ภายใต้ผู้สนับสนุนหลักคือแบรนด์ซิตร้าที่มีปรัชญาที่จะคืนความสวยงามแก่ธรรมชาติและลดขยะในสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้ง 11 องค์กรที่ร่วมลงนามและประกาศความร่วมมือในวันนี้

คุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ TRASH เป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายของ ททท. เป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ททท. ได้รณรงค์เพื่อสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อมและปลูกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว มุ่งเป้าที่พลาสติกที่ใช้เพียงครั้งเดียว หรือ Single-use plastic และสนับสนุนการใช้วัสดุธรรมชาติทดแทน โดย ททท. ดำเนินโครงการ “ลดโลกเลอะ” และได้ทำปฏิญญา “เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เมื่อปี 2561 จากนั้นได้รณรงค์ไปสู่ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงรณรงค์ให้เจ้าของพื้นที่ได้ตระหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้น โครงการ TRASH จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญที่จะเป็นแนวร่วมในการรณรงค์ให้การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว อันจะส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยยังคงความสวยงามและน่าท่องเที่ยวต่อไป

คุณประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ประเทศไทยถูกจัดเป็นอันดับต้นๆ ที่มีขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล อาทิ วาฬ พะยูน กรมควบคุมมลพิษได้ตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติกจึงได้จัดทำ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 ขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่ 1 คือ ลด และเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 3 ชนิด ในปี 2562 ได้แก่ แคปซีล พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีด และ 4 ชนิด ในปี 2565 ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง โฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก(แบบบาง) และหลอดพลาสติก และเป้าหมายที่ 2 คือ การนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 โครงการ TRASH เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน(Circular Economy) ภายใต้ Roadmap ดังกล่าว ซึ่งจะสามารถขยายการดำเนินงานไปสู่พื้นที่อื่นๆ เพื่อสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนของประเทศให้ก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

คุณชาญณรงค์ ลีลาบูรณพงศ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า กระบี่ เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวนิยม แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนประมาณ 6 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยปีละ 118,000 ล้านบาท เมืองกระบี่มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างโรดแมปการจัดการขยะแบบยั่งยืนให้เป็น “เมืองกระบี่สะอาด” ปัจจุบันขยะที่รีไซเคิลได้ มีขวดใสประเภท PET กระป๋องอะลูมิเนียม เหล็ก กระดาษและเศษไม้ จะมีการซื้อขายผ่านศูนย์รับซื้อและซาเล้ง ในขณะที่ขยะที่ผู้คนเข้าใจว่ารีไซเคิลไม่ได้ อาทิ ขวดขุ่น ขวดทึบ ประเภทโพลีเอทีลีน และถุงขนมที่เคลือบอะลูมิเนียม หรือฟอยล์ ถูกส่งไปยังบ่อฝังกลบ ปีหนึ่งมากถึง 25 ตัน โครงการ TRASH จะสร้างความรู้แก่ชุมชนและเปลี่ยนทัศนคติของคนในชุมชนต่อ ขวดพลาสติกที่ใส่ แชมพู สบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือถุงขนมคบเขี้ยว ที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะแท้จริงแล้วเป็นวัตถุดิบในการสร้างข้าวของเครื่องใช้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล สำหรับโรงเรียนและชุมชนเมืองกระบี่เรา เพียงแต่เราร่วมมือกันแยก ล้าง และคืนวัสดุเหล่านี้เพื่อการรีไซเคิล

คุณเกศทิพย์ หาญณรงค์ CEO และ Founder ของ บจก. ซีโร่ เวสท์ โยโล กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นยักษ์ใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่กระโดดเข้ามาร่วมโมเดลการรับคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบยั่งยืน ทางบริษัทโยโลเองทำงานในส่วนการรีไซเคิลพลาสติกกำพร้า ซึ่งก็คือ พลาสติกที่ไม่ค่อยได้รีไซเคิลในระบบใหญ่ เช่น พลาสติกบรรจุภัณฑ์ ฝาขวดน้ำ และพลาสติกแบบบางทั้งหลาย โดยให้แฟนเพจช่วยกันส่งมาที่ออฟฟิศของเรา ซึ่งกลายเป็นภาระของผู้บริโภค เพราะในเมืองไทยไม่มีจุดรับบรรจุภัณฑ์คืนเพื่อรีไซเคิลเหมือนต่างประเทศ ตอนนี้เราเลยดีใจมากที่ยูนิลีเวอร์เริ่มก้าวแรกด้วยการทำโมเดลการรับคืนบรรจุภัณฑ์ที่จังหวัดกระบี่ โดยบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก HDPE, LDPE และ PP ทั้งหมดจะถูกนำมาบดย่อยและหลอมขึ้นรูปด้วยเครื่องรีไซเคิลพลาสติกของโยโล ซึ่งเป็น “เครื่องรีไซเคิลพลาสติกระดับชุมชนเครื่องแรกของไทย” ที่สามารถรีไซเคิลพลาสติกเป็นไม้เทียมและชิ้นงานตามที่เหมาะสมกับแต่ละชุมชนได้ เราหวังว่าจะสามารถต่อยอดโมเดลที่ยูนิลีเวอร์ทำที่กระบี่ไปที่จังหวัดอื่น ๆ ได้ในอนาคตเพื่อช่วยลดขยะจากชุมชน ช่วยลดภาระของภาครัฐในเรื่องการจัดการขยะ และสร้างรายได้เพิ่มให้กับคนในชุมชนด้ว

นายทวี อนันตรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบสท์ โพลิเมอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการดีๆแบบนี้ และในฐานะที่เป็นผู้ผลิตไม้เทียม Wood Plastic Composite จากขยะพลาสติกหลากหลายชนิด รู้สึกดีใจที่ทางบริษัทยักษใหญ่อย่างยูนิลิเวอร์เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของเศรฐกิจหมุนเวียนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการจัดการและคัดแยกขยะแต่ละประเภทเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ขยะพลาสติกแต่ละชนิด และยังสามารถส่งถึงผู้ผลิตที่จะนำขยะเหล่านี้ไปสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไปได้ โดยเฉพาะที่ทางยูนิลิเวอร์ได้มุ่งเน้นไปที่การจัดการขยะพลาสติกชนิด multi-layer และ HDPE ที่มีการผลิตและใช้งานเป็นปริมาณมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม FMCG นี้ ซึ่งพลาสติกกลุ่มนี้เป็นพลาสติกที่ยากต่อการจัดการ ทำให้พลาสติกเหล่านี้ มักไม่ได้ถูกรวมเข้าไปในระบบรีไซเคิลใหญ่ โดยในโครงการนี้ ทางบริษัทรับผิดชอบในการนำขยะพลาสติกชนิด multi-layer ซึ่งเป็นชนิดหลักที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ในครัวเรื่อน มารีไซเคิลเป็นไม้เทียม ชนิดสำหรับใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์หรือตกแต่งภายในอื่น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติกชนิดนี้ด้วย แม้ในช่วงแรก ขบวนการผลิตของบริษัทอาจใหญ่เกินไปสำหรับการจำกัดแค่การใช้ขยะจากในชุมชน แต่ในอนาคต เราหวังว่าเราจะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาระบบการจัดการและคัดแยกขยะให้ดีขึ้น เพื่อที่จะเปลี่ยนจากกองขยะพลาสติกในชุมชนต่างๆ ให้กลายเป็นสนามเด็กเล่น เก้านั่งสาธารณะ และอื่นๆอีกมากมาย

นางสาวมยุรี อรุณวรานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีอีพีพี สะอาด จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยวหลักของโลก เรามีนักท่องเที่ยวนับล้านๆคนในทุกๆปี ซึ่งทำให้เกิดการใช้ บรรจุภัณฑ์ เป็นจำนวนมากตามมา ทำให้เราต้องมีระบบจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วอย่างยั่งยืนเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดต่อธรรมชาติอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเรา ด้วยความร่วมมือกับ บริษัท ยูนิลีเวอร์ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับบรรจุภัณฑ์โดยการสร้างมูลค่า โดยนำเอา “เก็บ” แพลตฟอร์มเข้ามาบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ของโครงการฯ เพื่อทำให้การติดตามผลและการขยายผลมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองเป้าหมายการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ ให้ได้ 100% โดยบรรจุภัณฑ์ ทุกๆชิ้นที่ผ่านเข้ามาในระบบจะถูกบันทึกและรายงานผลบน “เก็บ” แพลตฟอร์ม ซึ่งทำให้เรามั่นใจได้ว่าบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นได้เดินทางไปสู่การรีไซเคิลจนถึงการสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบยั่งยืน เรามีเป้าหมายว่าด้วยระบบข้อมูลของเรา และด้วยความร่วมมือกับบริษัท ยูนิลีเวอร์ ร่วมไปถึงทุกๆฝ่ายโครงการนี้ จะช่วยให้เราสามารถสร้างโมเดลในการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่มีมูลค่าหรือมูลค่าเชิงพาณิชย์น้อยหรือที่ไม่นิยมรับซื้อ ให้กับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไป