พฤหัส 21 พฤษภาคม 2026
หน้าแรก Event กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดรุกโครงการ ‘SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP’ ติวเข้ม 6 ภูมิภาค ดัน SME ใช้...

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดรุกโครงการ ‘SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP’ ติวเข้ม 6 ภูมิภาค ดัน SME ใช้ IP สร้างแต้มต่อธุรกิจยุคใหม่

2

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย​ ในยุคการแข่งขันสูง เปิดตัว “โครงการ SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP” อย่างเป็นทางการ ชูบทบาท “ทรัพย์สินทางปัญญา (IP)” เป็นเครื่องมือสำคัญเสริมแกร่งในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ ป้องกันการลอกเลียน และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในตลาดยุคใหม่ ซึ่งงานเปิดตัวโครงการฯ จัดขึ้น​ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SME สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการอย่างคึกคัก

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า SME ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยประเทศไทยมี SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของวิสาหกิจทั้งหมด อย่างไรก็ดี สัดส่วนการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ไทยในปัจจุบันเพียง 34.95% ของ GDP หรือประมาณ 1.72 ล้านล้านบาท สะท้อนข้อจำกัดของ SME ไทยในการเข้าถึงตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ดังนั้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการติดอาวุธและสร้างความแข็งแกร่งให้ SME ไทย เพื่อให้สามารถเพิ่มส่วนแบ่งของ SME ในมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) คิกออฟโครงการ SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP เนื่องจากเห็นว่าทรัพย์สินทางปัญญามีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการทั้งเรื่องการสร้างแบรนด์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เพิ่มความน่าเชื่อถือ และต่อยอดโอกาสทางการค้าได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย

 

นางอรมน กล่าวว่า “โครงการ SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ SME ไทยมีการสร้างสรรค์ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สำคัญ มาใช้ในการสร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ และการผลักดันให้สินค้าที่ได้มีแบรนด์สามารถสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับ SME ผู้เป็นเจ้าของได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้วยทรัพย์สินทางปัญญา

 

จุดเด่นของโครงการนี้ คือการพัฒนาผู้ประกอบการ SME แบบครบวงจร โดยภายใต้โครงการดังกล่าว กรมฯ ได้จัดให้มีกิจกรรมหลัก ดังนี้ (1) จัดอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการ SME มากกว่า 300 กิจการทั่วไทย ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2569 ใน 6 ภูมิภาค ทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ราชบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ สงขลา และขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและมีผู้ประกอบการ SME จำนวนมาก ให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบวงจร ทั้งการอบรมส่งเสริมความรู้ด้าน IP การตลาด และการสร้างแบรนด์ ตลอดจนให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัวและให้คำแนะนำการออกแบบโลโก้และสร้างแบรนด์ ให้สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้อย่างถูกต้อง โดยเริ่มต้นที่จังหวัดราชบุรีและกรุงเทพมหานคร ช่วงเดือนมิถุนายน 2569 (2) ผู้ประกอบการ 300 คนแรกที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้มากขึ้น ได้รับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้า

ตามกฎหมายและในระยะเวลาที่รวดเร็วทันใช้งาน โดยกรมฯ ได้จัดให้มีบริการ Fast Track เร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีความจำเป็นต้องนำเครื่องหมายการค้าไปใช้อย่างเร่งด่วน ซึ่งจะทราบผลการพิจารณาภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้รับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าอย่างรวดเร็ว สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และต่อยอดสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ (3) เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ 150 รายที่เข้าร่วมโครงการได้นำสินค้าและบริการมาจำหน่าย พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงจับคู่การเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการ SME กับผู้ซื้อจากภาคธุรกิจต่างๆ เช่น โมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิต เพื่อให้เกิดการซื้อขายสร้างรายได้จริง ผ่านงานแฟร์ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 กันยายน 2569 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวสเกต โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ภายหลังพิธีเปิดตัวโครงการฯ กรมฯ ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “บทบาททรัพย์สินทางปัญญากับการเพิ่มมูลค่าในธุรกิจ SME” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการนำ IP มาต่อยอดธุรกิจ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการสร้างแบรนด์ การคุ้มครองเครื่องหมายการค้า และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ​ ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายภเชศ จารุมนต์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทรัพย์สินอุตสาหกรรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา นายพีรพงศ์ คุณเลิศอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ดีไลท์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของขนมทองม้วนแบรนด์ GreenVille นายทรรศิน อินทานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สไมล์ฟาร์ม ฟู้ด แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ZENFRY และ ดร.ณัฐเดช​ ยอแซฟ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์โอฬาร จำกัด เจ้าของแบรนด์ Vivy โดยผู้ร่วมเสวนา​ ต่างสะท้อนมุมมองตรงกันว่า “แบรนด์” และ “ทรัพย์สินทางปัญญา” เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น​ เพิ่มมูลค่าสินค้า และทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในตลาดปัจจุบัน

 

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://qr.ipthailand.go.th/NJs2S8Tr โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 547 4664 โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป