ออกมาประกาศเตรียมแพลนวิวาห์ไม่ทันไร อยู่ดีๆ ก็สายฟ้าฟาด วิวาห์ล่มไปดื้อๆ สำหรับ “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” หลังถูกแฟนเชฟ “เฉียบวุฒิ คุปสิริกุล” เป็นอันวิวาห์ล่มเรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าตัวเผยระหว่างมาร่วมงานประกวดรอบตัดสิน มิสซูปเปอร์ไอดอลไทยแลนด์ Miss Super Idol Thailand 2022 ชิงมงกุฎและสายสะพาย พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ระบุว่าตอนนี้อยู่ในสถานะโสด ยังไม่พร้อมเปิดใจให้กับใครแม้จะมีคนมาจีบเยอะก็ตาม
“ตอนนี้ก็โสด จริงๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น คือมันเกิดขึ้นแค่ไหน จะเรียกว่าชั่วพริบตาเดียวก็ว่าได้ เพราะว่าตั้งแต่วันแถลงข่าว ลูกหมีพูดไปแล้วว่ามีโอกาสที่จะแต่งงานกัน แต่ก็มีอีก 1-2 เรื่องที่เรากำลังจะคุยกัน และใช้ชีวิตด้วยสติมาตลอด มีสมาธิในการทำงานตามที่เห็นกัน ก็รู้ตัวว่าการที่จะอยู่กับใครสักคนหนึ่งในบั้นปลายชีวิต มันจะต้องเข้ากันได้ดีมากๆ ความวุ่นวาย ความปวดหัว ความกังวลตรงนี้ต้องน้อยที่สุด เราก็พยายามมองตรงนั้น และกำลังจะคุยกัน แต่ก็ยังไม่ทันได้คุยกันก็มีเรื่องถาโถมเข้ามาจนสถานการณ์และสถานภาพตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นพี่น้องกัน”
“ก็เหมือนว่าหายไป 3 วัน ไปทริปต่างจังหวัด ต่างประเทศ พอกลับมาก็ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลย และนี่เป็นครั้งแรก ในเฟซบุ๊กที่หลายคนชมว่าเป็นคู่ที่น่ารักอีกคู่หนึ่ง เหมาะสมกัน ที่เปลี่ยนไปอันนี้ลูกหมีไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นเรื่องเพื่อน หรือผู้หญิง หรือหมอดู หรือดวง ทัศนคติจากตัวเราหรืออะไรต่างๆ อันนี้ไม่ทราบจริงๆ เพราะว่ามันเข้ามาในช่วงนั้น พริบตาก็คือแค่ 3-4 วันที่เขาไม่อยู่ ก่อนหน้านั้นไม่มีสัญญาณอะไรเลย”
“เราก็มีคุยเรื่อยๆ เคลียร์เรื่อยๆ ลูกหมีมีอะไรจะเคลียร์ทุกวัน เพราะว่าอายุเยอะแล้ว ไม่อยากเอาอะไรมาสะสม แล้วเรากำลังสร้างอนาคตหรือกำลังจะแต่งงานก็ต้องเคลียร์อยู่แล้ว มันเป็นการเลือกว่าต้องใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคนต้องเลือก ถามว่าพร้อมไหมพร้อม แต่ถ้าเกิดอะไรไม่สบายใจ ตอนนี้เป็นแฟนกันก็ต้องเคลียร์ เพราะว่าถ้าวันหนึ่งแต่งงานกันไปแล้ว ใช้ชีวิตสามีภรรยาแล้วต้องนั่งเคลียร์กันทุกวันมันคงไม่ใช่”
“เขาก็บอกไปธุระกับเพื่อน เอาจริงๆ ตรงนั้นเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ลูกหมีเลยพูดว่ามันมีเพื่อนมีผู้หญิงมีหมอดูมีอะไรต่างๆ ที่เราไม่รู้ เราก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร ที่กลับมาแล้วเปลี่ยนไปแบบนั้น แต่ก็กำลังจะบอกว่าเป็นสิ่งที่ดี อะไรเกิดขึ้นแล้วดีทั้งนั้น พอกลับมาก็เปลี่ยนไป ไม่ได้ฟังเราแล้ว ไม่ได้เชื่อเราแล้ว เราทำมาหากินก็เชื่อฟังกันตลอด แต่พอคนเราอะไรก็ไม่เอาแล้ว ไม่เชื่อแล้ว ไปเชื่อทางนี้ทางนั้นเราก็เข้าใจ ได้ยินเรื่องราวกับตัว ได้เห็นกับตัวนี่แหละ แต่เราแค่ไม่รู้ว่าการตัดสินใจของพี่เขาด้วยอะไร พี่เขาแค่บอกว่าเราเป็นพี่น้องกันนะ เขาเป็นคนพูด”
“จากนั้นก็เป็นอาทิตย์ค่ะ ระหว่างนั้นลูกหมีก็พยายามคุย ยอมรับค่ะว่าเป็นคนที่การใช้ชีวิตค่อนข้างมีระเบียบในการใช้ชีวิต ถ้าอะไรไม่มีระเบียบก็จะบอกพี่เขาเลยว่าไม่เหมาะนะ ลูกหมียอมรับว่าลูกหมีต้องการให้พี่เขาดูดี ให้ทุกคนดูดี ลูกหมียอมรับว่าเรื่องเยอะตรงนี้ แต่ทำแล้วดีลูกหมีก็เลยต้องพูดเยอะ อันนี้ก็เป็นข้อผิดพลาดที่เราพูดเยอะไป แต่เราไม่ได้ให้ปรับอะไรเยอะเลยนะ แค่นิดเดียว เขาก็ไม่แล้ว”
“ถามว่าจบดีไหม ก็ดีนะคะ ตรงที่ว่าอะไรเกิดขึ้นแล้วก็ดีทั้งนั้น เป็นสิ่งที่ดี ตอนที่คบกันดีมากๆ พี่เขาเป็นคนดีมากๆ พี่เขาดูแลเราดีมากๆ แต่พอวันที่เลิกเป็นพี่น้องกันก็ดีค่ะ เชื่อว่าทุกสถานการณ์ดีหมด”
“ในแง่ของผู้หญิงที่มีแพลนจะแต่งงาน มันก็ต้องบอกว่า เราคบกัน เรายอมรับว่ากำลังจะมีอนาคตด้วยกัน แต่ก็แค่แฟน เพราะการวางตัวของเรา เรายอมรับว่าถ้าเป็นภรรยา เราจะดีกว่านี้อีกเยอะเลย คำว่าแฟนเรามีขอบเขต ใครเป็นเพื่อนเราก็จะให้ความรู้สึกแบบเพื่อน ใครเป็นพี่ก็จะรักแบบพี่ ลูกหมีจะเรียกใครแม่ลูกหมีจะให้ความสำคัญคนนั้นแบบแม่ แต่นี่เป็นแฟนก็วางตัวแบบแฟน แต่ว่าสิ่งที่ได้รับมันรู้สึกจุกอกค่ะ เพราะว่าเราเป็นคนทำอะไรแล้วตั้งใจ แต่เรามาเจอเหตุผลแบบนี้มันก็เจ็บจริงๆ เราก็ลงทุนเวลาไปจริงๆ”
“เตรียมใจไว้นานแล้ว นี่ก็เป็นเดือนแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลอะไรลูกหมีไม่ถามแล้ว ไม่จำเป็นต้องถามแล้ว มันคืออดีต ปัจจุบันลูกหมีคิดว่าที่ผ่านมาทุกวันทุกนาทีทุกวินาทีเราทำดีที่สุดแล้ว มันเสียใจแป๊บหนึ่งก็ต้องมูฟออน ไม่ถามด้วยว่าใครมาพูด หรือเธอเชื่ออะไร เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องของเขาแล้ว เราก็ยังคุยกันค่ะ เรื่องโน้นนี้ (จะรีเทิร์นค่อนข้างยากไหม?) ก็คงยาก เพราะเชื่อว่าคนเราต้องหนักแน่นเนอะ”
“สภาพจิตใจก็หนักแน่นขึ้น แต่ก็มีความรู้สึกเพราะว่าใช้เวลาดีๆ ด้วยกัน และพี่เขาน่ารักมากๆ ดีกับเรามากๆ พี่เขาเป็นคนมีความสามารถ เป็นคนเก่ง เป็นคนให้โอกาสเราทำงาน เราก็เป็นพนักงานคนหนึ่งในร้านอาหาร ก็มีโอกาสได้ทำงานตั้งแต่ซื้อของในตลาด ทำอะไรต่างๆ ทำงานทุกตำแหน่ง ก็ได้ความรู้เกี่ยวกับการทำร้านอาหารเยอะค่ะ
ก็มองย้อนมาที่ตัวเราว่าอย่างที่เห็นว่าเราอาจจะเมตตาเยอะไป ที่รู้สึกนะ ในช่วงเดือนกว่าๆ เข้าใจแล้วว่าการที่เราใจดี เราเมตตาคนเยอะเกินไปก็กลับมาทำร้ายเรา”
“ตอนนี้คนมาจีบเยอะ ก็รำคาญอยู่ตอนนี้ (เพดานต้องสูงขึ้นไหม?) คงเมตตาน้อยลง ให้โอกาสคนน้อยลง เพราะรู้สึกว่าที่ทำอยู่เราใจกว้างอย่างกับแม่น้ำ อะไรก็ยอมหมด อันนี้คือข้อที่เรายอมค่ะ คนที่มาจีบเราก็ยังไม่เปิดรับ มีทั้งต่างชาติ เราก็เข็ดนะ”



















