เสาร์ 18 เมษายน 2026
หน้าแรก ข่าวบันเทิง ฟังเต็มๆ “แม่แตงโม” เชื่อ “บังแจ็ค” 100% คิดถูกส่งมือถือให้ แบ่งอัฐิ ให้ “เบิร์ด”

ฟังเต็มๆ “แม่แตงโม” เชื่อ “บังแจ็ค” 100% คิดถูกส่งมือถือให้ แบ่งอัฐิ ให้ “เบิร์ด”

70

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 28 พ.ค.65 ที่คริสตจักรเมธอดิสท์ รังสิตคลอง 4 จ.ปทุมธานี “นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน” คุณแม่ของ “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” พร้อม “นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือ “ส.ส.เต้” หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ เดินทางมาเก็บอัฐิแตงโม หลังทำพิธีฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยครอบครัวเตรียมนำอัฐิส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่โซนกัลปังหา ช่องหมายเลข 9 บริวเวณกตเวทิตา ระเบียงอาลัย ซึ่งอยู่ติดกับ “พ่อโสภณ พัชรวีระพงษ์” คุณพ่อของแตงโม โดยแม่ภนิดา ได้เผยว่าอัฐิแตงโมจะแบ่งให้แม่ และเบิร์ด แฟนหนุ่มของแตงโมด้วย โดยเบิร์ดขอไว้ และเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา เบิร์ดแอบเอาดอกไม้มาไว้แล้ว นอกจากนี้อัฐิของแตงโมต้องแบ่งให้ครอบครัวพ่อแตงโมด้วย ซึ่งวันนี้ตนได้ร่วมร้องเพลง และร้องไห้ในพิธี จับกระดูกลูกขอให้ไปอยู่บนสวรรค์อย่างมีความสุข มากกว่าคนที่มีชีวิตตอนนี้และขอให้มาเยี่ยมแม่บ้าง ภาพจำครั้งสุดท้าย ลูกสาวยังสวยเหมือนเดิม

ส่วนกรณี “บังแจ็ค” คุณแม่ขอถามกลับว่าพวกคุณรู้จักบังแจ็คกันจริงๆ ไหม เคยคุยกับเขาหรือเปล่า คุณแม่เคยเห็นข่าวเขานะ นานแล้ว 5-6 ปี ของพวกนี้เราจะต้องได้สัมผัสก่อน ก่อนจะสัมผัสกับเขาคุณแม่ก็ไม่ชอบนะ ชื่อเสียงไม่ดี เขาโทร.มาหลายครั้งมากแต่คุณแม่ไม่เคยรับ จนมีนักข่าวคนนึงขอคุณแม่ว่าช่วยรับสายบังแจ็คหน่อยได้ไหม เขามีอะไรจะบอก แต่คุณแม่ไม่รับสายเขาเลย คุณแม่ก็เลยตัดสินใจรับ ก็เลยได้คุยกัน

เขาบอกเขาเห็นข่าวน้องโมเสียชีวิตแล้ว เขาอยากจะบอกอะไรหลายๆ อย่างให้คุณแม่ทราบ คุณแม่ถึงได้เริ่มคุยกับเขา เวลาคุยก็คุยแต่เรื่องน้องโมทั้งหมดเลย ไม่มีเรื่องอื่นใดเลย เรื่องเรียกเงินไม่เคยมีสักบาทเลย เราไม่ได้ใช้เรื่องเงินเกี่ยวข้องเลย

เขาเป็นคนที่ช่วยคนนะ คนลำบากเขาช่วยเลย ช่วยเป็นเงินทอง อยากได้เท่าไหร่บอกมาเดี๋ยวผมช่วย เขาพูดแบบนี้เลย เขาพูดกับคุณแม่ว่าผมจะช่วยเงินคุณแม่นะถ้าคุณแม่ไม่มีเงิน คุณแม่บอกไม่เอาคุณแม่มีแล้ว คุณแม่เอาที่ดินไหม ผมมีทีดินใกล้แอร์พอร์ตลิ้ง ยกให้คุณแม่เลยคุณแม่บอกไม่เอา ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เราคุยแบบเป็นมิตรกัน เขามีความตั้งใจที่จะมาบอกเรื่องที่คุณแม่ไม่รู้ ถ้าเขาไม่พูดคุณแม่ก็ไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้น รู้จักบังแจ็ค

ยอมรับว่าไว้ใจบังแจ็ค เขาทำทุกอย่างให้เรา เขาค้นข้อมูลในโทรศัพท์มือถือน้องโมเสร็จแล้ว ได้แล้ว ก็เหลือแค่รอส่ง เราก็จะเอาข้อมูลตรงนี้เข้าไปในศาล คุยกับบังแจ็คล่าสุดเมื่อคืน คุยกันสั้นๆ ถามทุกข์สุขเพราะไม่ได้คุยกันหลายวัน ก็บอกเขาว่าข่าวคุณ ไม่ต้องโพสต์แล้วนะ เขาก็บอกว่าคุณแม่ผมไม่ได้โพสต์นานแล้ว ก็คุยกันแค่นี้ เขาก็เล่าว่ามีคนไทยที่อเมริกาไปถ่ายรูปบ้าน รถ ชีวิตประจำวันเขา ส่วนเรื่องโพสต์รูปในเพจ ยังแจ็คไม่โพสต์แล้ว ถ้าเราห้ามเขาต้องทำ ถามว่าไม่กลัวเรื่องรูปของลูกเหรอ แม่เผยว่าเขาอยู่เมืองนอก มีคนสวยๆ กว่าน้องโมเยอะ เขาไม่มานั่งดูน้องโมคนเดียวหรอก

โดยคุณแม่มั่นใจว่าไม่มีแน่นอน เขาตั้งใจจะกู้ข้อมูลคืนมาให้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน เขารู้อยู่เต็มอกว่ามันต้องเอาข้อมูลตรงนี้ขึ้นในศาล แต่คุณแม่ยังไม่ขอพูดตรงนี้ เดี๋ยวคนที่มีความเกี่ยวข้องกับบังแจ็คจะเดือดร้อน ตัวคุณแม่ก็จะเดือดร้อนด้วย

ส่วนเรื่องพลิกคดี ขอตอบว่าน้องโมไม่ได้ตายในน้ำก็แล้วกัน น้องโมไม่ได้เสียชีวิตในน้ำ แต่เสียชีวิตบนบก คุณแม่เห็นหลักฐานว่าเสียชีวิตบนบกข้อมูลนี้มันอยู่ในมือถือน้องโมนะ เขาถ่ายแม้กระทั่งถนนที่เขาเดิน เป็นดิน เป็นกรวด หรือเป็นทราย ถ่ายเครื่องเรือ ถ่ายทุกอย่างที่เธอมีโอกาสที่จะกดกล้องถ่ายรูปได้รอบตัวเพื่อเป็นหลักฐาน เธอน่าจะคิดว่าเธอไม่รอดแน่ๆ เธอก็ถ่ายมันทุกอย่างเลย แล้วมันก็อยู่ในกล้อง”

ส่วนกับ “ปอ ตนุภัทธ เลิศทวีวิทย์” ผู้ต้องหาคดี ที่คุณแม่เรียกว่าลูกปอ อภัยให้ 100 เปอร์เซ็นต์นั้น คุณแม่ก็เผยว่าวานซืนเขาติดต่อมา แต่ก็เป็นการถามทุกข์สุขเฉยๆ ไม่มีเรื่องอื่น เรื่องคดีเราไม่คุยกันเลยนะ 3-4 เดือนที่ผ่านมา เพราะเราไม่พูด เขาก็ไม่กล้าพูด ความรู้สึกกับเขาคุณแม่ก็ยังเหมือนเดิม เขายังน่ารักพูดเพราะไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไป เรื่องคดีมันไม่ใช่เรื่องที่คุณแม่จะไปคุย มันมีภาษากฎหมาย เดี๋ยวมันผิดพลาด คุณแม่ไม่คุยเรื่องคดีดีกว่า ให้เป็นเรื่องของตำรวจ ศาล อัยการไป เราไม่ทำร้ายน้ำใจกันถ้าแยกเรื่องคดีออกไป ความรู้สึกที่เรามีต่อกัน ที่คุณแม่มีต่อบังแจ๊ค กับปอ แม้แต่แซนเอง เขาดีนะ ไม่น่าเชื่อ เขาเป็นคนพูดเพราะ โทร.มาขออนุญาตคุณแม่มางานน้องโม

มั่นใจว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่ส่งมือถือให้บังแจ็ค คิดเยอะด้วย แล้วเราก็กู้ข้อมูลมาได้แล้วทั้งหมด ส่วนกับ “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม อยากเจอนานแล้ว ที่ผ่านมาอยากโทรศัพท์หา แต่มีคนห้าม เลยไม่ได้โทรและไม่เจอกัน ส่วนกับส.ส.เต้นั้นก็แฮปปี้มาก คิดว่าตนเองมาถูกทางแล้ว