เสาร์ 30 พฤษภาคม 2026
หน้าแรก ข่าวบันเทิง วีดีโอคอลคุยกันตลอด “เพื่อนแตงโม” ยันไม่มีใครทำร้ายเชื่อเป็นอุบัติเหตุ

วีดีโอคอลคุยกันตลอด “เพื่อนแตงโม” ยันไม่มีใครทำร้ายเชื่อเป็นอุบัติเหตุ

287

“โหน่ง” 1 ในเพื่อนสนิทของ “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่แตงโมแท็กไอจีสตอรี่ถึง ว่ามีการนัดเจอกันก่อนจะเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดดาราสาวพลัดตกจากเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงใต้สะพานพระราม 7 ท่าเรือพิบูลสงคราม เขตจังหวัดนนทบุรี และต้องระดมกำลังค้นหาถึง 38 ชั่วโมงก่ อนจะพบร่างที่ไร้วิญญาณของแตงโมลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากท่าเรือพิบูลสงคราม 300 เมตร

โดยชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์ต่อว่าเธอในไอจีว่าทำไมไม่ยอมไปให้ปากคำ และไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยโหน่งได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับทาง “ข่าวสดบันเทิงออนไลน์” ว่าตนเองไม่ได้ลงเรือไปด้วย เพราะมาช้า พร้อมกับโทษตัวเองว่า “ถ้าไม่นัดกันคงไม่เกิดขึ้น”
เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟังหน่อย? “คือต้องบอกก่อนว่าโหน่งไม่ได้อยู่บนเรือลำนั้น แต่โหน่งก็เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ในเหตุการณ์นั้น เรื่องของเรื่องวันนั้นโหน่ง โม และกระติก มีการนัดไปเที่ยวตามประสาเพื่อนสาวที่ไม่ได้เจอกันนาน แต่ด้วยความที่ว่าจะนัดไปร้านอาหารก็กลัวโควิด เลยคิดว่างั้นเดี๋ยวจะหาที่ส่วนตัวกันไป


จนกระติกมาเสนอว่ามีเพื่อนที่ชื่อปอเอาเรือไปก็เลยชวนกันไปด้วยกัน แต่ทีนี้ถ้าไปกัน 4 คนมันก็จะดูยังไงๆ เพราะปอเป็นผู้ชายคนเดียว ทางปอก็เลยลองชวนเพื่อนไป แต่คนที่โหน่งรู้จักก็จะมี กระติก แตงโม และปอ คนอื่นโหน่งไม่ได้รู้จักเพราะเราก็ไม่ได้ไปในวันนั้น


ระหว่างนั้นก็คุยโทรศัพท์กันตลอด แต่พอดีวันนั้นโหน่งติดถ่ายงานเลยไปถึงช้า จริงๆ เพื่อนก็จะรอแต่โหน่งบอกว่าไม่อยากให้พลาดพระอาทิตย์ตกดินเลยออกไปก่อน ตอนแรกโมก็ยืนยันว่าจะรอๆๆ แต่เราไม่อยากให้เพื่อนเสียบรรยากาศ แล้วก็เกรงใจปอกับเพื่อนของเขาด้วยที่ต้องมารอโหน่งคนเดียว สุดท้ายเพื่อนๆ ก็เลยออกเรือกันไป
แล้วก็ปกติเหมือนคนไปเที่ยวกันที่อาจจะพกเครื่องดื่มไป คือมันไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเหมือนที่ทุกคนคิดว่ามันมีเงื่อนงำมีอะไรหรือเปล่า เขาก็ไปทานอาหารกัน โหน่งก็ยังวิดีโอคอลคุยกับโมกับกระติกว่ามืดแล้วกลับยัง เป็นยังไงบ้างสนุกไหม แล้วก็ทักทายปอ แต่ตอนที่คุยกันก็จะเห็นแค่ภาพเพื่อนเรา ไม่ได้เห็นคนอื่นว่ามีใครอีกบ้าง จนตอนกลับมาโหน่งก็รอ เพราะโหน่งก็ต้องไปทำอะไรเพื่อที่จะมารอเจอเพื่อนอีกที แต่เห็นเงียบๆ หายไปก็โอเคเห็นว่าดึกแล้วคงแยกกันแล้วหรือเปล่า”

โหน่งเชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ไปบนเรือไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ก็ต้องบอกว่ามันเป็นความประมาทของทุกคนด้วยที่ไปแล้วไม่มีชูชีพ ไม่มีการระวังตัว แล้วก็ชุดที่ตอนแรกนัดใส่กันไปเพื่อที่จะถ่ายรูปมันก็ค่อนข้างที่จะกรุยกราย เลยอาจจะลำบากในการเดินบนเรือ แต่ถ้าถามไปถึง ณ โมเมนต์ที่โมตกเรือโหน่งไม่ทราบว่ามันออกมาในรูปแบบไหน


แต่เท่าที่ทราบจากเพื่อนคือรู้แค่ว่าโมเดินไปฉี่ท้ายเรือแล้วก็พลัดตก แล้วจากที่ทราบมาคือตอนที่โมไปฉี่เขาก็ต้องให้ทุกคนหันไปหมดด้วยเพราะความที่เป็นผู้หญิง แล้วเรือมันก็ไม่ได้จอด ตรงนี้ก็อาจจะเป็นความประมาทด้วย ความที่โมเองก็อาจจะคิดว่าไม่เป็นไร แล้วก็คงไม่ได้บอกคนอื่นด้วยหรือเปล่าว่าจะปัสสาวะ เรือก็เลยขับไป ตรงนี้มันก็อาจจะเป็นความผิดพลาดหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่เรื่องที่ว่าใครจะทำอะไรไม่ดีกับเพื่อน โหน่งว่าไม่มีค่ะ
ทราบเรื่องว่าแตงโมเกิดอุบัติเหตุตอนไหน? “ตอนเช้าตรู่ค่ะ เพราะคืนนั้นเพื่อนๆ เงียบ แล้วโหน่งก็เพิ่งมารู้ตอนเช้าตรู่ที่ตื่นขึ้นมาเลยรีบโทรหากระติกคนแรกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้ แต่ด้วยความที่ตอนนั้นโหน่งก็รู้เลยว่าเพื่อนเสียใจมากๆ คือมันเป็นอุบัติเหตุที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น คือกระติกไม่ได้มีเจตนาอะไรที่ไม่ดีเลย แต่เขาก็แค่รู้สึกโทษตัวเองว่าทำไมมันไม่ได้ดูแลโมให้ดีขนาดนั้น


อย่างโหน่งเองก็ยังรู้สึกเลยว่าถ้าเราไปกับมันด้วยอาจจะไม่เป็นแบบนี้หรือเปล่า หรือว่าเป็นเพราะว่ามันรอเรา โหน่งก็คิดมากและรู้สึกไม่ดี”
หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมกลุ่มเพื่อนที่ลงเรือไปด้วยกันถึงไม่ค่อยให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ แล้วก็หายไปเป็นวันกว่าจะมาให้ปากคำ เลยนำไปสู่ความมีพิรุธต่างๆ? “อันนี้โหน่งเองก็โดนไปด้วย เพราะว่าเราเป็นคนที่มีรูปอยู่ในสตอรี่โมคนสุดท้าย มีการแท็กกัน ถ้าให้โหน่งคิดจากการที่ได้คุยกับเพื่อน ไม่ได้เข้าข้างเพื่อนหรืออะไรนะคะ คือทุกคนก็คงอยู่ในอาการตกใจและรู้สึกผิด เลยไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง


แล้วยิ่งมีข่าวออกมาว่ากระติกทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนปกปิดอะไร โหน่งว่าจริงๆ แล้วสถานการณ์ตรงนั้นมันแตกตื่นกันหมด แต่มันก็คงพยายามจะรวบรวมสติเพื่อโทรแจ้งให้ทุกคนเข้ามาช่วย อันนี้โหน่งแค่คิดว่าตอนที่ตกตอนแรกไม่ใช่ว่าไม่มีใครช่วย ตอนนั้นอาจจะหากันเองก่อนเพราะคงคิดกันว่าตกไปเอาเพื่อนขึ้นมาได้โอเคไม่เป็นไรมันก็เป็นอุบัติเหตุที่ตก


แต่ทีนี้ด้วยความที่อาจจะใช้เวลานาน จนทุกคนมาสงสัยว่าทำไมไม่ช่วยเพื่อน ทำไมไม่รีบแจ้งใคร แล้วด้วยเรือที่ไปมันไม่ใช่เรือที่จะมีแสงสองสว่างที่จะหาได้ขนาดนั้นด้วยมันเลยทิ้งช่วงมาระยะหนึ่งก่อนที่จะได้เกิดการโทรแจ้ง

ยืนยันว่ากลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยกันไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแตงโม? “ไม่มี อันนี้การันตีได้เลย มันเกิดจากเรื่องที่ 3 สาวจะนัดกันไปกินข้าว แต่ด้วยความที่มีปออีกคนหนึ่งที่แนะนำว่าไปลองขับเรือชิลกันไหม ตอนนี้โหน่งก็เลยโดนโยงว่าทำไมถึงมีรูปและมีการแท็กถึงโมกับกระติก แล้วโมก็แท็กกลับมาว่า…”ไม่มาหมานะ”


แล้วโหน่งเองก็ได้เข้าไปคอมเมนต์ในรูปล่าสุดของโมตามสไตล์ที่แบบจิกๆ กัดๆ กันเล่นๆ แต่กลายเป็นคนจับผิดว่าโหน่งมีปัญหาอะไรกับแตงโมหรือเปล่า ยืนยันไม่มีเหตุการณ์ที่บอกว่ามอมโมหรือเปล่า หรือว่าผลักโมตกเรือ หรือว่าทะเลาะอะไรกันแล้วสร้างสถานการณ์หรือเปล่า โหน่งว่ามันไม่มีแบบนั้นแน่นอน โหน่งมั่นใจได้การันตีได้เลยค่ะ 100%


คือโหน่งก็โดนหนักมาก โดนส่งข้อความมาด่าสารพัด กลายเป็นว่าตอนนี้คนมาตั้งข้อสงสัยว่าโมมีปัญหากับโหน่งหรือเปล่า ถึงทำให้เพื่อนๆ เหมือนต้องจัดฉากอะไรแบบนั้น ซึ่งมันไม่ใช่ มันแค่เป็นกลุ่มเพื่อนที่ต้องการออกไปกินข้าวสังสรรค์กันแค่นั้นค่ะ”
อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนสงสัยคือการที่เพื่อนกลุ่มที่ลงเรือหายไปเป็นวันๆ นั้นเพราะบนเรืออาจจะมีสิ่งผิดกฎหมายเช่นยาเสพติดอยู่หรือเปล่า? “ถามว่าดื่มไหม อันนี้โหน่งพูดตรงๆ เลยว่ามีดื่มค่ะ แต่ว่าเรื่องสารเสพติดคือโหน่งรู้ว่าเพื่อนโหน่งไม่ได้มีเรื่องแบบนั้น อาจจะเมาเพราะแอลกอฮอล์หรือด้วยความคึกคะนองต่างๆ กลุ่มเพื่อนที่ไปกันก็คงแบบสนุกสนานจนไม่คิดว่าจะมีเรื่องพวกนี้
แล้วก็อย่างที่บอกว่ามันเกิดจากความประมาทที่ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพกันด้วย พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมันก็เลยยิ่งช่วยเหลือได้ยากขึ้นมา แต่โหน่งกล้ายืนยันได้ว่าไม่มีปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาตบตีหรืออะไรต่างๆ ที่คิดว่ามันมีปมมีเงื่อนงำ คิดว่าในจังหวะตอนนั้นทุกคนเสียขวัญและตกใจกันหมด ยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ 100%”


บางกระแสบอกว่าทำไมเพื่อนๆ ดูไม่ค่อยเสียใจ? “เสียใจมากค่ะ กระติกเป็นคนที่โดนเยอะมากๆ แต่ด้วยความที่มันต้องตั้งสติเพื่อที่จะทำทุกอย่างให้มันเป็นไปตามกระบวนการ ที่นักข่าวท่านหนึ่งบอกว่าตอนโทรไปกระติกทำเสียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปกปิดสถานที่ หรือบอกว่าไม่ต้องมา มาก็ช่วยอะไรไม่ได้ คือโหน่งคิดว่าตอนนั้นกระติกคงพยายามตั้งสติมากๆ ว่าถ้ามาตรงนี้มันก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ทำงานไป
แล้วตัวมันเองคงรู้สึกเสียใจและแย่มากๆ คือโมกับกระติกเป็นเพื่อนสนิทกันมาก ไม่ได้เป็นแค่ผู้จัดการ แล้วก็มีน้องอิสเตอร์อีก คือเขาเหมือนอยู่เป็นครอบครัวกันแล้ว มันไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องมาปิดบังข่าว หรืออย่างที่ชาวเน็ตตีความกันไปต่างๆ นานา โหน่งว่ามันเริ่มออกทะเลไปกันใหญ่ เพื่อนๆ เสียใจกันจริง ส่วนปอยิ่งเป็นเจ้าของเรือด้วยเขาก็คงรู้สึกว่ามันอาจจะเป็นความผิดพลาดของเขาอย่างมากเลยที่เขาไม่ได้คิดเรื่องเซฟตี้ตรงนี้
ตอนทราบเรื่องเรียกว่าช็อกเลย แล้วด้วยความที่ตัวเราเองก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว เลยเลี่ยงไม่ได้ที่โหน่งจะไม่โทษตัวเองว่าเราควรจะไปนะ ถ้าเราไปจะไม่เป็นแบบนั้นหรือเปล่า หรือว่าเป็นเพราะเรานัดเจอกันหรือเปล่า มันผิดที่ตรงไหนอะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ คือโหน่งก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ค่ะ”
อยากบอกอะไรกับคนที่ติดตามข่าวและวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในตอนนี้? “โหน่งต้องขอบคุณทุกคนที่รักและเป็นห่วงโม พวกเราก็เป็นเพื่อนโมเหมือนกัน ทุกคนเสียใจมากที่เพื่อนคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ ต้องยอมรับว่ามันเป็นความประมาทจริงๆ แต่โหน่งเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดค่ะ แล้วโมเป็นคนที่สู้อยู่แล้วสู้มาตลอด ไม่มีใครเอานางลงใช้คำนี้ดีกว่าค่ะ นางแกร่งด้วยตัวนางเอง”
แต่อย่างที่บอกว่าด้วยสถานการณ์ตอนนั้น ด้วยเวลา ด้วยความมืด แล้วเป็นแม่น้ำที่กว้าง แล้วเรือที่อาจจะไม่ได้จอดเพื่อให้โมทำธุระตรงนั้น มันก็เกิดจากความประมาทล้วนๆ เลย โหน่งพูดได้เลยว่าเพื่อนๆ ทุกคนผิดค่ะ”


ชีวิตของแตงโมตอนนี้กำลังจะกลับมาดีขึ้น แต่กลับต้องมาเกิดเหตุการณ์นี้?“โหน่งไม่แปลกใจและเข้าใจทุกคนที่ตีความกับเหตุการณ์นี้ว่าเพื่อนเลวเพื่อนเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วโหน่งพูดได้เลยว่าโมกำลังจะดีขึ้นในทุกๆ อย่าง โมเป็นนักสู้จริงๆ อย่างที่แฟนคลับหรือทุกคนเข้าใจ คือเสียใจ ถึงโหน่งไม่ได้อยู่ตรงนั้นแต่ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์นี้ที่ได้มีการนัดไปเที่ยวกัน
พูดตรงๆ ว่าโมกำลังจะดีขึ้นแล้วในทุกๆ อย่าง มีความรักที่ดี มันไม่มีเหตุผลอะไรที่โมจะต้องฆ่าตัวตายหรือว่าจะต้องมีปัญหากับใครค่ะ ถึงขนาดเมื่อคืนก่อนนอนพูดเลยว่าไม่ว่าตอนนี้มึงจะอยู่ไหน หรือจะอยู่หรือไม่อยู่แล้วก็มาบอกกันเหอะ หรืออะไรยังไงก็ได้ให้เรารู้ว่าเราควรจะต้องทำยังไง”
ซึ่งหลังจากพบร่างของดาราสาว แตงโม นิดา แล้ว โหน่งก็ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “รู้สึกช็อกมากๆ เป็นความรู้สึกที่ตึงและจะเป็นลม โมกำลังจะดีขึ้นในทุกอย่างแล้ว มีความรักที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว ทำไมต้องมาเกิดอะไรแบบนี้กับเพื่อนด้วย”

CHARLES & KEITH (ชาร์ลส แอนด์ คีธ) แบรนด์กระเป๋า รองเท้า ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาสาวในเมืองใหญ่ที่มีสไตล์ และยังเป็นที่ยอมรับในเรื่องของแฟชั่นล้ำสมัย การคัดสรรคอลเลกชั่นที่มีดีไซน์เข้าถึงได้ และเพราะมีกลุ่มผู้หญิงเป็นเป้าหมายสำคัญ ทางแบรนด์จึงได้พัฒนาสินค้าครบทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า แว่นตาแอคเซสเซอรี่ และคอสตูมจิวเวอรี่ CHARLES & KEITH ให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองความเป็นผู้หญิง และสร้างแรงบันดาลใจทั้งเรื่องของแฟชั่นและความงามในทุกๆ วัน ผ่านหัวใจหลักสี่ประการสำคัญของแบรนด์ ได้แก่ การทดลอง (Experimental), ความน่าพึงพอใจ (Desirable), การคัดสรร (Curated) และ ความทันสมัย(Modernity) ปัจจุบัน CHARLES & KEITH ได้พัฒนาไปมากกว่าแค่ช่องทางการขายแบบเดิมๆ ด้วยการช้อปปิ้งแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์CHARLESKEITH.CO.TH ทำให้สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน