นักร้องนักแสดงคนดัง “ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกรถยนต์ปริศนาขับตามไปทุกที่ จนทำให้รู้สึกถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัว และไม่ปลอดภัย

โดย บิวกิ้นได้เผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เริ่มจากวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมออกจากบ้านจะไปหาเพื่อนแถวพระราม 4 จากบ้านผมพอขับออกมาก็จะขึ้นทางด่วนได้เลย พอขึ้นปุ๊บก็เริ่มรู้สึกเหมือนมีคนขับตาม แต่ไม่ได้มั่นใจ
ปกติผมขับรถก็จะสังเกตรถรอบๆ เวลารถขับมาเร็ว เราก็จะหลบออก แต่คันนี้พอเราหลบ เขาก็ไม่ยอมแซง เขาขับตามแต่ก็ยังไม่มั่นใจ เพราะเช้าๆ รถค่อนข้างติด ผมก็ขับชิดซ้าย เขาก็ตาม ขับชิดขวา เขาก็ยังตามมาอีก ตามมาตั้งแต่ด่วนหน้าบ้านถึงพระราม 4 คือขับต่อเราไม่ให้ใครแทรกเลย

เมื่อมาถึงหน้าจามจุรีสแควร์ก็ตัดสินใจหยุดรถ พร้อมเปิดไฟฉุกเฉิน เขามาจอดต่อท้ายผมแป๊บนึง แล้วก็ขับเบี่ยงออก เลี้ยวเข้าไปในจามจุรีสแควร์ ผมเลยไหลรถออกมาช้าๆ แล้วพยายามดูว่ามีใครตามหรือเปล่า แล้วเขาก็วนออกมาจากจามจุรีสแควร์ พอดีกับจังหวะไฟเขียวกำลังจะหมด ผมก็รีบพุ่งข้ามแยกไป เขาติดไฟแดง เลยคลาดกันตรงนั้น

ต่อมาวันจันทร์ที่ 7 หลังเสร็จงานและทานข้าวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ราว 4 ทุ่มเศษ ตอนกลับบ้านก็รู้สึกเหมือนโดนตามอีกเห็นว่า เป็นรถสีเดิม รุ่นเดิม ก็เริ่มตงิดๆ ระหว่างทางก็พยายามเช็กว่าเขาขับตามเราจริงหรือเปล่า ขับชิดขวาสุด แล้วก็ลองขับเร็ว ลองชิดซ้าย ขับช้า 40-60 เขาก็ยังตาม ไม่ยอมแซง ก็เริ่มรู้สึกว่าต้องเป็นคันเดียวกับวันนั้นแน่เลย พอใกล้จะถึงบ้านจึงตัดสินใจจอดรถ คิดว่าจะลงไปคุย แต่รถคันดังกล่าวก็ขับออกไป

ล่าสุดคือวันที่ไปงานรอบสื่อหนัง พอขับออกมาจากห้างก็รู้สึกว่าโดนตามอีกแล้ว รถสีเดิม รุ่นเดิม ลักษณะแบบเดิม เลยรู้สึกว่าใช่แน่ ก็ลองพยายามขับเช็ค สมมุติต้องเลี้ยวซ้าย ผมก็ขับไปเลนขวา แล้วก็มาเลี้ยวใกล้ๆ หรือจะขึ้นสะพาน ผมก็จะไปเข้าใกล้ๆ แต่เขาก็จะตามเราทุกจังหวะ เลยตัดสินใจโทรหาคุณพ่อ ป๊าถามว่าอยากลงไปคุยไหม ผมก็บอกว่าได้นะ ป๊าเลยบอกว่าเดี๋ยวป๊าออกไปด้วยไม่อยากให้คุยคนเดียว แถวบ้านผมจะมีอุโมงค์ที่กลับรถไปฝั่งตรงข้าม เป็นถนนเลนเดียว ผมขับเข้าไปแล้วไปจอด จะลงไปคุย คุณพ่อบอกว่าขอโทษนะครับ ลดกระจกลงมาคุยกันหน่อยได้ไหม ไม่ได้ไปเคาะกระจกอะไร ซึ่งเขาก็ตกใจพยายามขับรถแทรกหนี พอดีมีรถข้างหลังตามมา เขาก็ขับพุ่งหายไป” บิวกิ้นเล่า พร้อมกับว่าแม้จะไม่เห็นหน้าคนขับ เนื่องจากกระจกรถติดฟิล์มสีทึบมาก แต่ก็พอมองเห็นว่าภายในรถด้านหน้ามีผู้หญิง 2 คน ไว้ผมยาวสีทอง ใส่หมวกแก๊บ ใส่แมสก์ ส่วนข้างหลังไม่ทราบว่ามีอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนได้ทะเบียนรถ และได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว

เขามาด้วยเจตนาอะไร ถ้ามาตามเฉยๆ ก็จะคุย ปรับความเข้าใจกันได้ ถ้าเขาประสงค์ไม่ดี มาแอบถ่ายเรา แอบถ่ายครอบครัวเรา ก็อาจจะมีวิธีจัดการอีกแบบหนึ่ง การที่เราต้องการจะตามตัวให้เจอ เพื่อที่จะสร้างมาตรฐาน ไม่ใช่ว่าทำแล้วก็หายไป ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร แล้วมาทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องครับ เป็นการรุกล้ำสิทธิความเป็นส่วนตัวเนอะ การขับรถตามกัน หรือการสะกดรอย ซึ่งเราไม่รู้ว่าในระหว่างที่ขับตามจะมีการถ่ายวิดีโอไหม ถ่ายรูปไหม หรือว่าถ่ายเข้ามาในบ้านเราหรือเปล่า ผมว่ารอบแรกเขาถ่ายเราออกจากบ้านด้วย ก็เลยรู้สึกกังวล เพราะที่บ้านมีอาม่า อากง และญาติๆ อยู่กันเยอะ”
ซึ่งหลังจากนี้หนุ่มบิวกิ้นก็จะทำการติดกล้องวงจรปิดที่บ้านเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้เห็นทั้งบริเวณภายนอกและภายในของบ้าน
CHARLES & KEITH (ชาร์ลส แอนด์ คีธ) แบรนด์กระเป๋า รองเท้า ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาสาวในเมืองใหญ่ที่มีสไตล์ และยังเป็นที่ยอมรับในเรื่องของแฟชั่นล้ำสมัย การคัดสรรคอลเลกชั่นที่มีดีไซน์เข้าถึงได้ และเพราะมีกลุ่มผู้หญิงเป็นเป้าหมายสำคัญ ทางแบรนด์จึงได้พัฒนาสินค้าครบทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า แว่นตาแอคเซสเซอรี่ และคอสตูมจิวเวอรี่ CHARLES & KEITH ให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองความเป็นผู้หญิง และสร้างแรงบันดาลใจทั้งเรื่องของแฟชั่นและความงามในทุกๆ วัน ผ่านหัวใจหลักสี่ประการสำคัญของแบรนด์ ได้แก่ การทดลอง (Experimental), ความน่าพึงพอใจ (Desirable), การคัดสรร (Curated) และ ความทันสมัย(Modernity) ปัจจุบัน CHARLES & KEITH ได้พัฒนาไปมากกว่าแค่ช่องทางการขายแบบเดิมๆ ด้วยการช้อปปิ้งแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์CHARLESKEITH.CO.TH ทำให้สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน



















