ผอมไปเยอะเลยทีเดียว สำหรับ “พีช พชร จิราธิวัฒน์” โดยเจ้าตัวเผยว่าทุ่มรีดหุ่นหนักจนผ่านไป 5 เดือนน้ำหนักลดถึง 20 กิโล ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
“จริงๆ มีโปรเจกต์ที่จะทำ เลยลดน้ำหนักเพื่อเล่นบทที่ต้องรับผิดชอบ ลงไปเกือบ 20 กิโลฯภายในระยะเวลา 4-5 เดือนครับ จาก 80 ตอนนี้เหลือประมาณ 60 กิโลฯ เราก็ดูแลอาหาร เปลี่ยนวิธีการกิน ออกกำลังกายเยอะขึ้น วิ่งครับ ส่วนเทคนิคลดน้ำหนักผมอ่านจากหนังสือ แล้วก็มีคนดูแลในเรื่องของอาหาร เรื่องการออกกำลังกาย แล้วเราก็อ่านเพิ่มด้วย ว่าจะให้ลงอีกสักนิดหนึ่ง ถามว่าตั้งเป้าน้ำหนักไว้เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าดูแล้วเรารู้สึกอย่างไร”
เราโอเคหรือยัง?
“ผมว่ายังได้อีก อยู่ที่ว่าเราจะดีไซน์ออกมายังไง พูดเป็นตัวเลขน้ำหนักยาก คาแรกเตอร์ตัวละครของเราไปอยู่ที่ไหน ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ที่เราเห็นมากกว่า ไม่ได้เน้นตรงซิกแพ็กครับ เน้นว่าตัวละครเป็นแบบสกินนี่ไปเลย บทบอกไม่ได้จริงๆ เขาไม่ให้บอก จริงๆ ก็ผอมแหละ แต่เราอยากดีไซน์เลเยอร์ ให้มีการเปลี่ยนแปลงของตัวละครด้วย น่าจะมีถอดเสื้อให้เห็น ช่วงแรกๆ ก็เหนื่อยเพราะการกินเปลี่ยนไป ตอนเย็นแทนที่เราจะกินเยอะ ก็กินน้อยลงอาหารก็ย่อยเร็วขึ้น เราอ่านบทแล้วดีไซน์เองว่าเราอยากเห็นเป็นแบบนี้ เพราะผมรู้สึกว่าถ้าเราไม่เปลี่ยนอะไรเลยมันน่าเบื่อ คนดูก็จะรู้สึกเหมือนเดิม นักแสดงก็อยู่ที่เดิมไม่ไปไหน อย่างน้อยผมรู้สึกว่าเราต้องเปลี่ยนวิธีการเล่น เปลี่ยนรูปลักษณ์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ”
ดีไซน์เองทุกครั้งที่เล่นละคร?
“ทุกครั้งที่เล่นละครเราเป็นคนดีไซน์ คุยกันว่าผมมองแบบนี้นะ ทีมงานมองยัง คิดยังไง เหมือนต้องมีอินพุต (input) จากเราด้วยจากการทำงาน เพราะเป็นการทำงานร่วมกัน เราก็ต้องบอกว่าเราเห็นแบบนี้ พี่คิดว่ายังไง เยอะไปหรือเปล่า ไม่ได้เอาเทคนิคมาจากนักแสดงฮอลลีวูดหรอกครับ ผมรู้สึกว่าเราไม่ได้เล่นเป็นตัวเอง มันจะไม่มีคนที่เป็นแบบนี้ตลอดเวลา ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ้าง”
อ้วนได้ ผอมได้ รีเควชได้?
“มันก็ดีนะ มันทำให้ เราเองก็สนุกเหมือนเราได้ทำงาน ก่อนถ่ายจะรู้สึกว่าฉันจะต้องทำแบบนี้เพราะฉันจะต้องเป็นคนนี้ เหมือนเราได้หนีความเป็นตัวเองออกมาได้ ได้รู้สึกว่าแต่ก่อนเราไม่เป็นแบบนี้เลย แต่เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นแบบนี้ ลักษณะการขยับตัวเรารู้สึกเปลี่ยน เสื้อผ้าเปลี่ยนเพราะต้องเปลี่ยนไซส์ เวลามองความรู้สึกเราก็เปลี่ยนไป”
เราอินคาแรคเตอร์?
“ไม่ครับ ผมว่าในแง่ของอาชีพมันเป็นเรื่องที่เราควรจะจริงจัง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มันมีผล เช่น คนอ้วนการขยับตัวของเขาก็จะต่างจากคนผอม ถ้าเราไม่เป็นคนอ้วนเราจะไม่เก็ตอะไรแบบนี้ ถ้ามีบทให้อ้วนก็ทำได้ เพราะมันคืออาชีพเรา เราต้องรับผิดชอบมัน ถามว่าจะมีผลเสียกับสุขภาพไหม มันมีวิธีการครับ เราไม่ได้ลดด้วยอดอาหารไปเลย ไม่กินข้าวเลย ล้วงคออ้วกอะไรแบบนี้ ไม่ใช่ วิธีที่เป็นวิทยาศาสตร์ทางการอาหาร มันไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะทำเหรอครับ เป็นสิ่งที่เราทุกคนควรจะต้องทำ ไม่ควรจะเป็นอะไรที่เล่นส่งเดช ซึ่งผมว่ามันยังไปได้อีก ยังไม่ถึงขั้นรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันดี เพราะมันยังไม่ได้เริ่มทำการถ่ายทำ เป็นแค่ช่วงแรกยังวัดอะไรไม่ได้ ผู้จัดเขาก็ไม่ควรจะติดเพราะเป็นงานที่เราทำงานเป็นทีม เราก็ช่วยเขาคิด เราก็ช่วยลดภาระความเหนื่อยของคนที่ทำงานด้วย น่าจะเริ่มถ่ายทำเดือนมีนาคม หรือเมษายน ส่วนจะเป็นละครหรือหนังเขายังไม่ให้บอกครับ หลังจบโปรเจกต์จะกลับมาหุ่นเดิมไหม ก็ต้องดูว่าเรามีอะไรต่อ เราก็เปลี่ยนไปตามที่ว่าเราจะเป็นอันนี้ๆ ต่อนะ ก็ค่อยขยับๆ ตามนั้น”


















