ถูกเกรียนเล่นของแรง แซะว่ามีสามผัว งานนี้ “บุ๋ม ปนัดดา” เผยว่าเคยผ่านการแต่งงานแค่ 2 ครั้ง จะมีสามผัวได้อย่างไร แต่ถ้าปีหน้าไม่แน่ ผัวคนที่ 3 มาแน่ เพราะหมอดูทำนายเอาไว้ถึง 2 คน
“ก็งงอยู่ว่าทำไมเขาจำผิดนะ และมีหลายคนที่จำว่าสามผัวจริงๆ เหรอ ใจเย็น แต่งงาน 2 รอบนะคะ เรื่องจำนวนผัวยังจำได้อยู่ (หัวเราะ) ดูสิเลยต้องหาคนที่สามเพื่อให้ที่เขาพูดเป็นจริงเลยเนี่ย ลำบากฉันอีก คือแต่งงาน 2 รอบเท่านั้นค่ะ ไม่เคยถึง 3-4-5 นะคะ ใจเย็นๆ แต่ไปดูดวงมานะ เขาบอกคนที่สามมาแน่ แปลกด้วยนะ สองหมอวันเดียวกันด้วย พี่ปู โลกเบี้ยวก่อนเลย บอกว่าปีหน้ามาแน่”
“คนนี้เขาก็ขาแม่นอยู่แล้วใช่ไหมคะ และอีกคนนึงก็คือหมอวั้ง 4 ไพ่ออกมาเรียงตบท้ายด้วยแต่งงาน แต่เดี๋ยวก่อน ใครล่ะ (หัวเราะ) เขาก็บอกว่าคนนี้จะคบยืดยาว เขาบอกคนนี้คือคู่แท้และจะอยู่กันยืดยาว เราก็ได้แต่สาธุ ขอให้มีใครสักคนนึงมาดูแลเราบ้างก็ยังดีค่ะ ต่างชาติหรือคนไทยไม่เกี่ยงนะคะ (หัวเราะ) แต่หลายคนก็บอกว่าต้องมีตำหนิหน่อย ไม่พ่อหม้ายหรือก็ต้องมีลูกแล้ว หรืออะไรก็ตาม ยังไงก็ได้ค่ะ บุ๋มไม่ได้เกี่ยง แต่ยังไม่เจอนะคะ”
“คือจริงๆ ก็มีคุยๆ อยู่บ้าง แต่คำว่าคุยกลายเป็นว่าพอเราเริ่มคุยกับใครสักคนนึงงานมันก็เข้ามาหาเราเหมือนเป็นการพิสูจน์ชีวิตเราว่าจะเลือกระหว่างงานหรือว่าความรัก ซึ่งปนัดดานะ ก็คงรู้คำตอบกันอยู่แล้วว่าต้องเลือกงาน (หัวเราะ)”
“ถามว่ามันทำควบคู่กันไปไม่ได้เหรอ มันยากค่ะ เพราะบุ๋มเพิ่งมีงานทีวีเข้ามา ตั้งแต่ตี 5 ที่ต้องออกจากบ้านจนถึง 5 ทุ่ม บุ๋มอยู่ในสตูดิโอตลอดเวลา จะมานั่งโทรศัพท์แชตอะไรก็ไม่ได้ คือแรกๆ มันก็จะรู้สึกดีนะเวลาได้คุยกับใคร แต่พอสักพักนึงเราไม่ได้มีเวลาไปเจอใครเลย ก็กลายเป็นว่าต่างคนต่างอยู่”
“จะหาคนที่เข้าใจเราได้จริงๆ จังๆ มันก็ยาก เพราะเราไม่มีเวลาเลย แม้กระทั่งไปเจอ เพราะกระทั่งแม้เราจะมีเวลาเราก็จะมีแค่ 2 เรื่อง หนึ่งคือกลับบ้านไปอยู่กับลูก ทุกวันนี้ลูกสาวก็อายุ 13 แล้ว และเขาก็เริ่มๆ โตเป็นสาว เราก็ต้องการใช้เวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด เราต้องทำหน้าที่พ่อและแม่เพื่อเขาถูกไหม และเขาเรียนหนักมาก บุ๋มก็อยากเป็นกำลังใจให้กับเขาด้วย อย่างที่สองเองบุ๋มก็รักการดำน้ำ”
“ดังนั้นเราก็ขอใช้เวลาที่ว่าง เพราะวันๆ เราอยู่กับสื่อ เราอยู่กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เราอยู่กับโลกของมายาหรืออะไรก็ตามที่มันไม่ได้เป็นตัวตนของเรา บุ๋มก็อาศัยดำลงไปใต้น้ำ ไปหายใจใต้น้ำ เป็นวิธีพักผ่อนของเราบ้าง และยิ่งอยู่ใต้น้ำบางทีมันก็ติดต่อใครไม่ได้ กลายเป็นว่าบุ๋มก็มีชีวิตส่วนตัวอยู่ตรงนั้นแค่นั้นเอง ก็เลยกลายเป็นว่าเราไม่มีเวลาคุยกับใครจริงๆ จังๆ”
“ข่าวต่างไม่มีค่ะ เพราะเขาไม่ใช่เด็กที่มานั่งสืบข่าวหรือตั้งใจตรงนั้น เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าแม่ทำอะไรเพื่อเขาอยู่ และแม่รักเขามากขนาดไหน เราจะมีรูปประจำวันกันและกันตลอด และเขาก็น่าจะจำได้ว่าแม่มีมากี่ผัวแล้วล่ะเนอะ และเขาก็ไม่เคยมาถามเลยค่ะ และเพื่อนเขาก็ไม่ยุ่งด้วย เพื่อนเขาให้เกียรติอันดามากค่ะ ต้องขอบคุณโรงเรียนด้วยนะคะ โรงเรียนอันดาน่าจะเรียนหนักด้วยมั้ง เลยไม่ค่อยมาบูลลี่อะไรเรื่องพวกนี้”
“ยอมรับว่าเราเองก็มีกำแพงที่หนาขึ้นด้วย อาจจะไม่ใช่ว่าพอใครมาจีบ มาคุยเราก็จะเปิดรับหรือจะมาเป็นแฟนกันง่ายๆ กลับกลายว่า ณ ตอนนี้ขอเป็นกัลยาณมิตร ขอเป็นเพื่อน ขอเป็นคนที่คุยและคนที่เราคุยแล้วสบายใจ แต่มีระยะห่างแค่นั้น และเราก็ขอทำงานของเราต่อไป อยู่กับลูกของเราต่อไป ขอแค่นี้พอแล้ว กลับกลายเป็นว่า ณ ตอนนี้เรามีความสุขกับสิ่งที่เป็น”
“ถามว่าจะแต่งงานอีกไหม จริงๆ แล้วบุ๋มว่าการแต่งงานเนี่ย ถ้าเกิดหลายคนครหาว่าแต่งงานหลายรอบ ให้มองมุมกลับกันดีกว่าค่ะว่าถ้าผู้หญิงแม่หม้ายสักคนนึง แถมเป็นแม่หม้ายลูกติด แต่ผู้ชายยอมคุกเข่าขอแต่งงานด้วย บุ๋มว่ามีเกียรติกว่านะ ดีกว่าผู้ชายแอบกินหลบๆ ซ่อนๆ บุ๋มมีลูกสาว บุ๋มต้องให้เขาเห็นว่าไม่ว่าแม่จะอยู่ในสถานภาพไหนก็ตาม อีกฝ่ายต้องให้เกียรติฉันเสมอ”
ลดน้ำหนักไปหลายกิโล?
“ใช่ค่ะ ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับเราเลยนะคะ กับคนที่เวลาออกกำลังกายน้อยมาก ก็อาศัยการคุมอาหารกับการออกกำลังกายเป็นหลัก นี่คือเสื้อผ้าที่สมัยเราเป็นสาวและเรากลับมาใส่ได้นะ มันแฮปปี้มาก ถามว่าจะถ่ายแบบเซ็กซี่ให้ดูฟรีๆ แค่ในไอจีแค่นี้เหรอ ก็สมัยนี้มันไม่มีแมกกาซีนเหมือนสมัยยุคเราแล้วนี่ แต่ก่อนเราก็ลงทุกปกนะ ก็คงแค่ไอจีนี่แหละพอแล้ว แซ่บขำๆ ไป”
“อยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณแม่คนอื่นๆ เพราะเราเองเคยหลุดไป 80 กว่ากิโล ก็ยังกลับมาเหมือนอย่างตอนนี้ได้คือ 60 กว่ากิโลต้นๆ ซึ่งมันก็ต้องใช้ระยะเวลา อย่าไปเครียดมากนัก แต่ต้องมีวินัยในการดูแลตัวเองค่ะ มีคนมาขอคำแนะนำเยอะมากค่ะ ก็มีมาถามว่าถ้าหนูไม่มีเวลา เราควรจะทำอย่างไร บุ๋มก็แนะนำๆ ไป มื้อเช้าควรจะกินอะไร กลางวันควรจะกินอะไร อย่าไปเครียดมากนัก ให้มันมีขึ้นมีลงบ้าง”
โพสต์เรื่องจะเก็บ “สมคิด พุ่มพวง” เพื่อ?”ก็คงไม่ได้อินจนเครียดเกินไป แต่มันเป็นเรื่องที่อยากจะให้กฎหมายมีผลได้ใช้จริงๆ ถ้าประหารก็คือประหาร คือเราก็ไม่รู้ว่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะเก็บเขาไว้แค่นั้นเอง ก็ถ้าเขาโดนโทษประหารก็ควรโดนประหาร เพราะเขาเข้าไปแล้ว ได้รับการอภัยโทษแล้ว แต่เขาไม่สำนึก เขายังทำผิดอีก จะเก็บเขาไว้เพื่ออะไร แค่นั้นเอง นี่คือคำถามที่บุ๋มถามกลับ บุ๋มไม่ต้องการเอาเงินภาษีบุ๋มไปเลี้ยงกับคนพวกนี้ บุ๋มต้องการให้เอาเงินไปเลี้ยงเด็กพิการ หรือเด็กที่เขายากจนอยากเรียนหนังสือดีกว่าค่ะ ถามว่าจะออกมาเป็นแกนนำแถวหน้าเรื่องนี้เลยไหม ก็คงไม่ค่ะ ก็รอศาลท่านตัดสิน เราจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวตรงนั้น แต่ได้แค่วิงวอนว่าฉันไม่อยากให้คนแบบนี้ออกมาอีกแค่นั้นเองค่ะ”


















