แก๊งโจ๋ยอมรับ คะนองปาขวดใส่บ้านคนอื่น จนถูกกระบะพุ่งทับตาย 2 ด้านคนขับกระบะ ยันไม่ได้ชน รถ จยย. เด็กเกี่ยวกันเอง ขณะที่ญาติเด็กไม่เชื่อ เพราะสภาพศพโหดมาก
นายกิตติวงษ์ ผู้ต้องหา (ขวา) ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
จากกรณีเกิดเหตุชายขับรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ตกข้างทาง บริเวณถนนภายในหมู่บ้านหนองโสน ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายณัฐพล อายุ 17 ปี และนายธนากร อายุ 15 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 14 ปี, 15 ปี และ 16 ปี ส่วนคนขับกระบะพร้อมลูกน้องที่นั่งมาด้วย หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด (18 พฤษภาคม 2562) อมรินทร์ ทีวี รายงานว่า นายกิตติวงษ์ อายุ 29 ปี คนขับรถกระบะ และนายเดชา อายุ 22 ปี ลูกน้องที่หลบหนีไปด้วย ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย โดยนายกิตติวงษ์ ให้การว่า คืนวันเกิดเหตุได้นั่งกินข้าวพร้อมครอบครัว จากนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นชายประมาณ 7-8 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาหน้าบ้าน จะเข้ามาหาเรื่อง ก่อนปาขวดเบียร์เข้ามาในบ้านตนประมาณ 4-5 ขวด และก็มีคนพูดว่า “ยิงมันเลยไหม” ก่อนก็ขี่รถหลบหนีไป ตนจึงสั่งให้ลูกและเมียหลบหลัง
จากนั้น จึงขับกระบะออกไปกับลูกน้อง เพื่อไปดูว่าวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวเป็นใคร โดยระหว่างทางวัยรุ่นหันมามองรถตน และเกิดเสียหลักล้มลงข้างทางหลายคัน ส่วนผู้เสียชีวิต ตนยืนยันว่าไม่มีการขับชนหรือเหยียบหัวเด็กอย่างแน่นอน ส่วนร่องรอยรถด้านหน้าฝั่งขวาที่มีการเฉี่ยวชนนั้น เกิดจากการชนของก่อนหน้านี้
ด้าน นางติ๋ม อายุ 45 ปี แม่ของนายณัฐพล อายุ 17 หนึ่งในเด็กที่เสียชีวิต เผยว่า คืนเกิดเหตุลูกชายได้กลับมาที่บ้านเพื่อจะนำเงินไปจ่ายค่าหอในตัวเมือง และต้องขี่รถผ่านหมู่บ้านหนองโสนที่เกิดเหตุ ซึ่งตนไม่รู้ว่าลูกเป็นเพื่อนกับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านนั้นที่ก่อเหตุขว้างปาขวดหรือไม่ และตนไม่รู้ว่าลูกมีเรื่องบาดหมางกับคนแถวนั้นหรือไม่ แต่จากคำบอกเล่าของกลุ่มวัยรุ่นที่มาร่วมงานศพ บอกว่าคนขับรถกระบะน่าจะเมา ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นไม่เคยรู้จักกับคนขับรถกระบะที่มาไล่ชนมาก่อน
ส่วนนายสาม ตาของกลุ่มวัยรุ่นผู้เสียชีวิต กล่าวว่า รู้สึกโล่งใจมากที่ทางตำรวจได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ส่วนทางที่ผู้ก่อเหตุบอกว่าไม่ได้ขับชน ตนเชื่อว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากบาดแผลและสภาพศพโหดร้ายมาก ตอนนี้ก็รอให้เสร็จงานศพของหลานก่อน ตนและครอบครัวจึงจะเดินทางไปดูหน้าผู้ต้องหาที่โรงพัก
























