หลังนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ก้อง ห้วยไร่ ออกมายอมรับว่าได้ใช้ชีวิตครอบครัวกับภรรยาสาว เบล ขนิษฐา จนมีลูกด้วยกันชื่อ น้องไข่เจียว และมีลูกกับอดีตภรรยาเก่าด้วย ซึ่งตอนแรกก็ดูจะแฮปปี้ดี แต่จู่ ๆ ก็มีเรื่องให้ดราม่าจนได้ เพราะถูกอดีตคนรักเก่าออกมาแฉว่าถูก ก้อง ห้วยไร่คบซ้อนระหว่างอดีตภรรยาเก่าและภรรยาใหม่ แถมยังมีประเด็นรักลูกไม่เท่ากันอีกด้วย จนทำให้เจ้าตัวโดนโจมตีอยู่ไม่น้อย
ล่าสุด (21 เมษายน 2562) ก้อง ห้วยไร่ ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้ โดยเผยถึงเรื่องภรรยาเก่า เอ๋ ที่มีข่าวว่าคบซ้อนกับ เบล นั้น ว่า ยอมรับว่าคบซ้อนจริง ขอโทษที่ทำให้เขาผิดหวังและเสียใจ ซึ่งตอนนั้นเหมือนตนเคยบอกกับสื่อว่า ตนแอบชอบเบลมานานมาก ความรักของตนกับเอ๋เกิดขึ้นเร็วมาก แล้วก็ตัดสินใจหมั้นกันเลย โดยไม่รู้ว่าตกลงเราหมั้นกันจริงไหม ซึ่งสุดท้ายแล้วเอ๋ก็เป็นคนดี แต่ตนกลับไม่เลือกเขา ทั้งที่หมั้นกันแล้ว มันก็ทำให้เขาต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ทุกสิ่งทุกอย่างมันกระทบตัวตนร้อยเปอร์เซ็นต์ มันเกิดขึ้นแล้วตนต้องรับมันให้ได้
ตอนนี้ยังไม่เคลียร์ใจกัน ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจแยกทางกัน เพราะกลัวว่าเขาจะไปรับข้อมูลว่าเราอยากทำร้ายเขา เราทำร้ายเขาไปมากแล้ว คือการยิ่งพูดถึงเขา ก็ทำร้ายเขาไปอีก ก็ได้แต่ฝากสื่อมวลชนไป เพื่อความสบายใจของตนด้วย และก็ของภรรยาของตนคือน้องเบล เราไม่คุยกันเรื่องเก่า ๆ ดีกว่า เราก็ขอปิดการติดต่อทุกช่องทางของตนกับเอ๋ ก็เลยไม่ได้คุยกันโดยตรง ก็ให้มันจบไป ยอมรับว่ามันจบไม่สวย
ถามว่าเบลเขาเสียใจกับเรื่องนี้ไหม คือมันเป็นความรู้สึกของผู้หญิงเหมือนกัน ตนก็เคยถามเขาว่า เอาตรง ๆ เลยนะเบล ถ้าได้พูดกับเอ๋ โดยที่ไม่ต้องผ่านใคร ถ้ามีโอกาสจริง ๆ ก็อยากให้เขาได้คุยกัน แล้วก็ให้เบลขอโทษเอ๋ ตนกับน้องไข่เจียวก็อยากไปขอโทษเอ๋ ว่า ถ้าไม่เลิกกันวันนั้น ถ้าไม่มีเรื่องราวร้าย ๆ กันวันนั้น วันนี้ฉันมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ตนก็ต้องขอโทษความรู้สึกของแฟนเพลง ญาติของเอ๋ แล้วก็ทุกคนที่เข้าใจความรู้สึกที่ตนโพสต์รูปลูกเมียบ่อย ๆ มันอาจจะเป็นความสุขของตน แต่ตนก็ลืมมองไปว่า ความสุขของตนมันอาจจะไปทำร้ายจิตใจคนอื่นด้วย
ส่วนเรื่องของลูกอีก 2 คน ก็มีคนเข้ามาถามว่าทำไมรักลูกไม่เท่ากันเหรอ ทำไมไม่โพสต์รูปลูกทั้ง 2 คนแรก ที่ 10 ขวบ กับ 11 ขวบ ไล่เลี่ยกัน เขากำลังอยู่ในวัยที่เพื่อน ๆ กำลังล้อ วันนั้นที่ตนเปิดตัวน้องไข่เจียว เขาก็ไม่ได้ตามข่าว แล้วเขาไปโรงเรียน เพื่อนก็ทักว่าปิ๊งโกหก เพราะว่าตนได้เลิกรากับภรรยาเก่าตั้งแต่ลูก 6 ขวบ ซึ่งผ่านมา 4-5 ปีแล้ว ไม่แน่ใจ แต่ก็หลายปี ถามว่ากลัวลูกมีปมคือตนคุยกับเขาตลอดแล้วเขาก็มาหากัน ปิ๊ง ปลื้ม ไข่เจียวจะมาหากันแล้วก็จะวิดีโอคอล
ด้านลูก ๆ ก็เข้าใจครับ แต่ที่ตนไม่โพสต์ภาพลูกอีกสองคนบ่อย ๆ เพราะว่าความไม่สบายใจของลูก เขารู้สึกไม่โอเคที่เวลาโดนเพื่อนล้อว่าถ้าพ่อก้องเป็นพ่อจริง ๆ ไหม ทำไมไม่มาหาปิ๊งกับปลื้มบ้าง เพราะตนได้เลิกรากันไปแล้ว ให้เกียรติภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันครั้งแรก เพราะวันที่จดทะเบียนสมรสมันต้องมีการเซ็นว่าใครเป็นคนดูแลบุตร เขาเป็นคนดูแลลูกตั้งแต่เล็กจนโต แต่พอวันหนึ่งที่ออกสื่อปุ๊ปแล้วตนไปโพสต์อวดลูก 2 คน ทั้งที่ตนไม่ได้เลี้ยงเขา เขาก็ไม่มีความสุข ซึ่งตอนนี้ที่เป็นข่าววันนั้น ตนกับปิ๊งและปลื้มยังไม่ได้คุยกันเลย เขาบล็อกข้อความผม เขาไม่ได้โกรธตน แต่เขาบอกกลัวแม่ด่า
เรื่องการส่งเสียเลี้ยงดูลูก ๆ อีก 2 คนนั้น ยอมรับว่าก่อนที่จะเป็นก้อง ห้วยไร่ ไม่ได้มีการส่งเสียเลี้ยงดู เพราะตนก็ยังเอาตัวเองไม่รอด เลิกรากันไปตนก็ไปทำงานก่อสร้าง ไปแจกใบปลิวที่คลินิก ก็ยังไม่มีการส่งเสีย จนเริ่มเป็นก้อง ห้วยไร่ แล้วมีงานคอนเสิร์ตที่เรณูนคร ซึ่งมันใกล้กับบ้านเขา ตนเลยคุยกับผู้จัดการว่า ตนอยากไป ผู้จัดการก็ถามว่าถ้าไปพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเขารับก้องได้ไหม เพราะก้องทิ้งเขามา 5-6 ปีแล้ว แต่ตนก็ขอเสี่ยง ลูกกอดผมร้องไห้ ซึ่งตอนนั้นได้บันทึกเพลงแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้มีเงินอะไรมากมาย ตนก็ส่งให้เดือนละ 1 หมื่นบาท โดยที่พ่อตาท่านเป็นคนดีมากก็เปิดบัญชีให้ลูก อายุ 18 ปีก่อนค่อยเบิกได้ ลูกไปโรงเรียนอยากได้รองเท้าฟุตบอล อยากได้อุปกรณ์การเรียน โทรศัพท์มือถือ ให้เขาตั้งใจเรียน ถ้าเกิดว่าสอบได้ที่ 1 ก็จะซื้อให้ ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมทุกเดือน
เมื่อถามว่าภรรยาเก่ากับลูก ๆ เข้าใจไหม ก้อง เผยว่า ตั้งแต่เลิกรากันไม่ได้คุยกันเลย เขาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเขาสามารถเลี้ยงลูก ๆ ได้ แต่ว่าตนก็ไปขอเขา ขอทำหน้าที่หน่อย ตอนนี้มีรายได้แล้ว ซึ่งกับภรรยาคนนี้จบกันด้วยดี เพราะไปเซ็นหย่าถ้าทะเลาะกันเจ้าทะเบียนเขาไม่ให้เซ็น ถ้าพูดไปก็ให้เป็นสตอรี่ที่นี่ ตนกับภรรยาเก่าเป็นนักกีฬา เราไปแอบมีอะไรกันแล้วตั้งท้อง ยอมรับว่าสบายใจตนด้วยเพราะจะได้รู้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร มึงไม่รักเขาเหรอพอเขามีลูกถึงไปทิ้งเขา พอท้องวัยรุ่นก็จะเอาลูกไปทำแท้ง เขาก็ไม่สามารถบอกครอบครัวเขาได้ เรียนปริญญาโทอยู่ แล้วก็เป็นนักกีฬาทีมชาติด้วย ตนก็เลยเอางี้ ปกปิดพ่อแม่คุณนะว่าติดซ้อม ในขณะที่ท้องโตใกล้คลอด ตนรับลูกมาเลี้ยงคนเดียวปีครึ่ง
ตอนนั้นตนอายุ 21-22 กำลังคะนอง ซึ่งเพื่อน ๆ ที่เรียนอยู่รามคำแหงจะรู้ว่าตนจะอุ้มลูกไปเรียนหนังสือด้วย อุ้มลูกไปดีดกีต้าร์ร้องเพลงด้วย อย่างลูกคนที่สองเกิดจากการมาหากัน แล้วก็ท้องอีก เขาก็ไม่ไหวแล้ว ถ้าท้องอย่างนี้อีกจะปิดก็ปิดไม่อยู่แล้ว เพราะว่าตอนนี้เขาเป็นอาจารย์มหาลัยแล้ว เขาไม่สามารถหลบได้ พอท้องอีก ตนก็เลยขอเบอร์พ่อของภรรยาเก่า โทร. ไปบอกกับพ่อ ตนทำลูกพ่อท้อง ลูกคนหนึ่งอายุขวบกว่า และอีกคนในท้องอีก 4 เดือน พ่อเขาตกใจเพราะอนาคตลูกเขากำลังไปได้ดี พ่อเขาก็บอกเอาอย่างนี้แล้วกัน กลับบ้าน น้องปิ๊งลูกคนแรกกินอะไรตั้งปีกว่าโดยที่ครอบครัวฝั่งนั้นไม่รู้เรื่องเลย ตนก็เลี้ยงตามอัตภาพ เขาก็บอกให้มาทำให้ถูกต้อง มาแต่งงานกัน ก็เลยแต่งงาน จดทะเบียนสมรสกัน อยู่ด้วยกันได้ไม่กี่เดือนก็เลิกรากันไปด้วยความที่เขาต้องไปทำงานแล้วตนอยู่บ้านอย่างเดียวเลี้ยงลูก ตัดสินใจเลิกกันเพราะลูกโตแล้วและครอบครัวเขาโอเค
ทั้งนี้ ก้อง ยอมรับว่า ตลอดระยะเวลาที่ต้องปกปิดเรื่องราวในอดีตนั้น รู้สึกอึดอัดมาก ไม่อยากโกหกเลยทุกเรื่อง และขอเท้าความครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาในเส้นทางนักร้อง ถูกกล่าวหาว่าไปโกงเงินเขา ถูกกล่าวหาว่าไปเป็นผัวอยู่ต่างประเทศ ถูกกล่าวหาว่าไปเอาโทรศัพท์มือถือ ถูกทำร้ายแต่พยายามคิดว่าถ้าเราไปสู้แล้วเรากลับไปอยู่จุดเดิม กลับไปแล้วคนเกลียดเรา ต้องกลับไปแจกใบปลิวเหมือนเดิมมันไม่ไหว ก็นิ่งดีกว่า ทั้งที่อยากจะพูดแทบตาย และตัดสินใจโพสต์เพราะว่าถ้อยคำที่เขาใช้โพสต์มันรุนแรงมาก เขาด่าแม่ตนว่าเป็นโสเภณี ชาวเน็ตด้วยและตัวของเขาด้วยเพื่อต้องการอยากให้ตนไปตอบโต้อะไรบ้าง โดยคนที่ออกมาแฉนั้นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งมันมีคดีความกันแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมาว่าเรา
บางครั้งมันก็ต้องเก็บความอดทนตรงนั้น เราถูกคนโจมตีว่าเป็นครอบครัวที่เลวร้ายมาก ไปหลอกเมียฝรั่ง เอาเงินเขาสามสี่แสน ซึ่งไม่มีแม้แต่บาทเดียว แล้วเขาก็อัดคลิปด่าเป็นตุเป็นตะ แต่ตนก็เลือกที่จะนิ่ง เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งตนคงมีโอกาสเหมาะ ๆ ได้พูด จนวันหนึ่งพอมันเป็นคดีความ ตนไปแจ้งความ เพราะว่ามันไม่ไหวจริง ๆ เขาด่าแรงมาก ข้อหาหมิ่นประมาท สุดท้ายเขาก็ไปลบทุกอย่างออก ก็ไม่มีอะไรต้องติดใจกันแล้ว ไม่ต้องไปจองกรรมกัน ตนก็เลยไม่ได้พูดต่อแล้ว คนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรก็คิดมาเสมอว่าตนก็ยังเป็นคนที่ไปโกงเขา ทั้ง ๆ ที่พาสปอร์ตตนเพิ่งได้ครั้งแรกตอนตนไปสวิตเซอร์แลนด์
ตนจึงอยากจะขอโทษพี่สื่อมวลชน และ ที่สำคัญพี่สื่อ ไนน์เอ็นเตอร์เทน ที่พี่เขาไปรับข้อมูลมาจริง แล้วมาถามว่าตกลงก้องแต่งงานจริงไหม ก้องมีลูกจริงไหม ซึ่งตนก็ตอบบ่ายเบี่ยง ทำให้เหมือนกับว่าพี่เขาเอาข้อความเท็จมาปรักปรำเรา เพื่ออยากดิสเครดิตเรา แต่จริง ๆ มันคือความจริง แต่เราพยายามบ่ายเบี่ยงเขา และขอโทษพี่น้องแฟนเพลงทุกคน ขอโทษพี่ ๆ สื่อ ขอโทษความรู้สึกของทุก ๆ คนที่เสียไป และสำคัญที่สุด ขอโทษทุก ๆ คนที่เข้ามาในชีวิตตน ที่ตนทำร้ายเขาด้วยความคึกคะนอง ทำร้ายด้วยการเลิกรา ทำร้ายในช่วงวัยรุ่น และทำร้ายในความที่ มองแค่ว่า ฉันจะต้องเป็น ก้อง ห้วยไร่ ในอีก 5-6 ปี ข้างหน้าเหรอ ฉันจะต้องเป็นคนที่มีคนรู้จักเหรอ ฉันจะต้องเป็นคนที่มีคนอยากรู้เรื่องราวของฉันทุกเรื่องเหรอ ตนคึกคะนอง ตนขอโทษครับ ส่วนคนที่ตราหน้าเราว่าเป็นคนโกหก ก็ยอมรับเพราะโกหกจริง ๆ
ตอนนี้สบายใจแล้วที่ได้ออกมาพูด ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว เพราะอยากให้ครอบครัวที่มีปัจจุบันอยู่กันอย่างมีความสุข ครอบครัวน้องเบล คุณพ่อคุณแม่น้องเบลจะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียใจที่ลูกเขามาแต่งงาน ใช้ชีวิตอยู่กับเรา เบลจะได้ไม่เสียใจที่เขามาใช้ชีวิตอยู่กับเรา ลูกของตนที่กำลังโต น้องไข่เจียว ตนว่าเมื่อเขาโตขึ้นเขาอาจจะไม่รู้เรื่องนี้หรอก ถึงรู้ก็อาจจะน้อย แต่ตนจะไม่อ้างว่ากลัวกระทบจิตใจลูก ไม่ได้กลัวกระทบจิตใจลูก แต่ที่ปิดบังเพราะกลัวว่าตัวเองจะเสื่อมความศรัทธา ความรัก เพราะว่าช่วงนั้นรับงานหนัง ละคร พรีเซ็นเตอร์เยอะมาก จนทำให้มองแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง
ปิดท้าย ก้อง เผยว่า เราไม่กลัวแล้ว สิ่งที่ตนได้รับมาผมว่าเหมาะสมและสาสมกับสิ่งที่ตนได้โกหกไปแทบทุกเรื่อง และวันนี้ได้พูดทุกอย่างแล้ว ก็จะโล่งใจ จริง ๆ ช่วงปีใหม่อะไรต่าง ๆ ตนอยากไปหาพี่ ๆ สื่อ แต่กลัวพี่ ๆ ถามแทงใจดำแล้วไม่กล้าตอบ ทำให้ทุก ๆ ปีใหม่ไม่กล้าไปเหมือนศิลปินคนอื่น แต่ปีนี้ไปได้แล้ว แต่ขอพาลูกไปด้วยเลย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
ภาพจาก Instagram konglha_30



















