วานนี้ (25 มีนาคม 2562) เวิร์คพอยท์นิวส์ รายงานว่า พล.ต.ต. พิเชษฐ จีระนันตะสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นางสาวแอม มาสิงห์ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุงัดแงะขโมยทรัพย์สินห้องสำนักงานในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังจุดเกิดเหตุ โดยมีการชี้จุดและแสดงวิธีการงัดแงะ ก่อนถูกนำตัวไปสอบสวน
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากกลางดึกวันที่ 9 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก รับแจ้งเหตุมีคนร้ายงัดกรงเหล็กหน้าต่าง ห้องสำนักงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และรื้อค้นขโมยเงินสดไปได้ 190,400 บาท โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายสวมหมวกปิดบังใบหน้าไว้ได้ ซึ่งชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับ สภ.ช้างเผือก ร่วมกันสืบ พบว่าก่อนหน้านี้ในวันที่ 6 มีนาคม ยังเกิดเหตุลักษณะเดียวกันที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีทรัพย์สินหายไปกว่า 30,000 บาท และคืนวันที่ 7 มีนาคม ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เงินสดหายไป 54,500 บาท
ตรวจสอบย้อนหลัง พบว่าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2561 มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งใน จ.เชียงราย, พะเยา และลำปาง เกิดเหตุถูกงัดแงะขโมยทรัพย์สิน เชื่อว่าคนร้ายเป็นคนเดียวกัน โดยหลังแกะรอยจากกล้องวงจรปิดหลายจุด ก็พบว่าคนร้ายคือ น.ส.แอม มาสิงห์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า
ทั้งนี้ สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ในห้องพักโรงแรมเอราวัณ ต.จรเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมหลักฐานเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ในการก่อเหตุ ซึ่งเจ้าตัวได้ยอมรับสารภาพว่านอกจากก่อเหตุในมหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งข้างต้น ยังเคยตระเวนก่อเหตุตามมหาวิทยาลัยอีกหลายสิบแห่งทั่วประเทศ
สำหรับสาเหตุนั้น น.ส.แอม อ้างว่าสามีตกงาน ต้องการนำเงินไปเลี้ยงดูลูกวัย 6 เดือน อีกทั้งยังมีปัญหาติดพนันหวยหุ้น หมดเงินไปกับการเล่นหวยครั้งละหลายหมื่นถึงหลักแสน และที่เลือกก่อเหตุตามมหาวิทยาลัยเพราะเข้า-ออกง่าย สามารถเนียนปะปนไปกับคนอื่น ๆ ได้ โดยก่อนลงมือจะมีการเข้าไปสำรวจสถานที่และกล้องวงจรปิดก่อน เข้าไปตั้งแต่ช่วงเย็น รอจน 3-4 ทุ่ม เมื่อปลอดคนจึงก่อเหตุ ส่วนวิธีงัดห้องจะใช้ฆ้อนที่เตรียมไปงัดหน้าต่างและเหล็กดัด มุดตัวไปรื้อค้นขโมยทรัพย์สิน
ด้าน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาผู้ต้องหาได้ก่อเหตุตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ กว่า 50 ครั้งแแล้ว ได้ทรัพย์สินไปรวมไม่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท โดยจะนั่งเครื่องบินไปตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อสำรวจสถานที่และลงมือ เมื่อก่อเหตุเสร็จก็จะนั่งเครื่องบินไปยังพื้นที่อื่น ๆ แบบวันต่อวัน นอกจากนี้พบว่าเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ขณะที่ น.ส.แอม ตั้งครรภ์ 8 เดือน ยังเข้าไปก่อเหตุที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม โดยนอกจากติดพนันหวยหุ้นยังพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บดีเอ็นเอ น.ส.แอม เพื่อใช้เทียบกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยเท้า ที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อประกอบสำนวนส่งฟ้องดำเนินคดีต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป



















