สืบเนื่องจากประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างมากในสังคมออนไลน์ กรณีที่ “เอ๋ย” อดีตเด็กปั้น ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการดังและสื่อต่างๆ โดยกล่าวหา “อู๋จุน” ครีเอเตอร์ชื่อดังในประเด็นเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ ล่าสุด อู๋จุน ได้เคลื่อนไหวด้วยการโพสต์คลิปวิดีโอชี้แจงมุมมองของตนเองผ่าน TikTok พร้อมทำการปิดช่องแสดงความคิดเห็น เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ร่วมงานกัน
อู๋จุน ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศอย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่าไม่เคยมีความคิด ไซร้คอ ล้วง จูบ หรือมีเจตนาเชิงชู้สาวกับอีกฝ่าย พร้อมไล่เรียงไทม์ไลน์ตั้งแต่วันแรกจนถึงจุดแตกหักดังนี้:
จุดเริ่มต้นและดราม่าเดือนแรก เอ๋ยเป็นฝ่ายทักเข้ามาขอร่วมงานเพราะเห็นถึงความอบอุ่น ส่วนการกอดเป็นการให้กำลังใจตามปกติของสตูฯ สำหรับประเด็นเรื่องการหอมแก้ม เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดในการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม และพร้อมรับผิดในจุดนี้ แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาลวนลาม
รอยร้าวเดือนที่ 2 และการพักงาน: เกิดปัญหาเรื่องการทำผิดระเบียบสตูฯ เกี่ยวกับการวางตัวกับทีมงานชาย ซึ่งมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด อู๋จุนตั้งใจจะยกเลิกการปั้น แต่อีกฝ่ายทักมาขอโอกาส จึงตั้งข้อสังเกตว่าหากรู้สึกว่าถูกลวนลามตั้งแต่เดือนแรก เหตุใดจึงเลือกขออยู่ต่อ ทั้งที่ไม่ได้ติดเงินก้อนใหญ่ตามที่มีการกล่าวอ้าง
การปรับความเข้าใจเดือนที่ 6 เกิดความไม่สบายใจเรื่องเหตุการณ์เดือนแรก จึงมีการโทรคุยกัน อู๋จุนอธิบายว่าคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่เป็นการโทรเพื่อดึงสติและขอโทษในมุมที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดเรื่องการกอดหอม ไม่ใช่การยอมรับว่าได้ลวนลามจริง
การต่อสัญญาและออกจากสตูฯ (เดือนที่ 7-10) แม้จะผ่านช่วงเวลาพักใจและผ่อนปรนกฎระเบียบ แต่ในเดือนที่ 9 เอ๋ยก็ยังตัดสินใจเซ็นสัญญาต่อ ก่อนที่ในเดือนที่ 10 ครอบครัวจะขอให้กลับบ้าน และสิ้นสุดการทำงานร่วมกันโดยไม่มีการเข้ามาเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาหรือเคลียร์ภาระคงค้างตามที่ตกลงไว้
นอกจากนี้ อู๋จุน ได้กล่าวขอโทษสังคมถึงการแสดงออกและวุฒิภาวะทางอารมณ์ในช่วงที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เด็กและเยาวชน พร้อมแจงประเด็นกฎระเบียบเรื่อง “การห้ามมีแฟน” ว่าเป็นเพียงมาตรการสร้างวินัยชั่วคราวในการทำงาน ส่วนคำว่า “ให้รักกัน” หมายถึงการเคารพในโอกาสและหลักการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องชู้สาว
เจ้าตัวทิ้งท้ายว่า การตัดต่อข้อมูลหรือเสนอข่าวที่ไม่กรองอาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ถูกกล่าวหา หลังจากนี้ขอให้เรื่องราวทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ความจริงด้วยพยานและหลักฐานต่อไป




















