กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” พิธีกรและนักธุรกิจชื่อดัง ได้เปิดตัวร้านไอศกรีมเจลาโต้ระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ PARAMETER ซึ่งเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูง โดยมีราคาตั้งแต่ 159 ไปจนถึง 299 บาทต่อถ้วย (ปริมาณประมาณ 100 กว่ากรัม) ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนมองว่าแพงเกินไปเมื่อเทียบกับตลาดเจลาโต้ทั่วไป
แม้ก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะเคยออกมาชี้แจงว่า ราคาดังกล่าวสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบคุณภาพสูง และประสบการณ์ที่เขาบ่มเพาะศึกษาศาสตร์การทำเจลาโต้จากอิตาลี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่นมานานหลายปีแล้วก็ตาม
ความเดือดปะทุขึ้นอีกระลอก เมื่อกฤษณ์ได้โพสต์ข้อความแสดงทัศนะผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวอย่างดุเดือด โดยเรียกร้องให้คนไทยเปลี่ยนมุมมองต่อสินค้าพรีเมียม พร้อมระบุว่าหากไม่สนับสนุนของที่มีนวัตกรรม ประเทศชาติก็จะไม่พัฒนา
“คนไทยต้องหยุด mindset ที่ไม่พัฒนา แบบนี้ครับ มิเช่นนั้น ประเทศชาติจะมีแต่ของแย่ๆ ห่วยๆ เต็มประเทศไปหมด ใครคิดจะทำอะไรดีๆ ก็จะโดนด่า พวกเค้าหมดกำลังใจ และหยุดทำ / ในต่างประเทศที่เจริญแล้ว สังคมให้ค่าของดี ของที่มี นวัตกรรม ของที่มีความพิเศษ มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะมันทำยาก พวกคุณต้องสนับสนุนคนเหล่านี้ เชิดชูเค้า เพราะเค้าสร้างความเปลี่ยนแปลง มิเช่นนั้น > พวกคุณก็จะบริโภคแต่ของแย่ๆ ถูกๆ ไปเรื่อยๆ ไม่พัฒนา อยู่แต่ในกะลา
จากใจเลยนะครับ ตอนนี้คนติดต่อ มาให้ไปเปิดสาขาเยอะมากๆในต่างประเทศ แต่ผมยังไม่อยากไปเลย ผมอยากให้คนไทยได้รู้สึกกับสิ่งที่ผมรู้สึกเมื่อ 5 ปี ที่แล้วที่ Italy มันพิเศษมากๆครับ ผมอยากให้ทุกคนได้กิน”
หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความไม่พอใจและตั้งคำถามมากมาย ซึ่งกฤษณ์ก็ได้เข้าไปตอบโต้แบบ “สู้มือ” ทุกเมนต์
1. ประเด็นเปรียบเทียบกับร้านนอกห้าง
ชาวเน็ต: มีร้านเจลาโต้อยู่นอกห้าง ของเขาไม่ได้แย่กว่า ที่เขาถูกกว่าเพราะเขาไม่ต้องบวกค่าเช่าที่ ค่าแต่งร้านครับ
กฤษณ์: “แย่กว่าเยอะครับ คุณไม่มีความรู้เรื่องเจาลาโต้ และไอศกรีมครับ”
2. ประเด็นเรื่องการแซะคนรายได้น้อย / กดคนอื่นให้ต่ำ
ชาวเน็ต: เชื่อว่าไอติมมีต้นทุนความพิเศษ แต่ราคานี้เข้าถึงได้แค่บางกลุ่ม ส่วนตัวรายได้แค่นี้ก็ไม่ดันทุรังไปกิน การขายข้อดีของสินค้าเป็นเรื่องโอเค แต่การใช้วิธีด้อยค่าความคิดคนอื่น เหมือนเป็นการกดคนอื่นให้ต่ำเพื่อยกตัวเองให้สูง
กฤษณ์: “กินแบบเดิมต่อไปครับ ใช้ชีวิตแบบเดิม ดีแล้วครับ”
3. ประเด็นเรื่อง Mindset ที่ทำให้ประเทศเจริญ
ชาวเน็ต: Mindset แบบนี้แหละที่ทำให้สินค้าจีนตีตลาดได้ทั่วโลก คำถามคือประเทศจีนมีแต่ของแย่ๆ ถูกๆ หรือ? จะขายก็ขาย จะไปนอกก็ไป ไม่ต้องหวังให้ทุกคนได้กิน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่อยากกินเหมือนกัน
กฤษณ์: “ใช่ครับ ต้อง mindset แบบผมทุกคนครับ และประเทศจะเจริญ”
4. ประเด็นเรื่องราคาที่สมเหตุสมผล
ชาวเน็ต: เข้าใจที่จะสื่อ แต่ราคาจำเป็นต้องแพงขนาดนี้เลยเหรอ แพงเพราะค่าเช่าพื้นที่หรือแพงเพราะวัตถุดิบดีจริง?
กฤษณ์: “ถ้าจะทำของที่สุดยอด จำเป็นต้องราคาสูงครับ”
5. ตอกย้ำคำว่า “กะลา Land”
ชาวเน็ต: ขายของไปเถอะครับ เวลาจะพิสูจน์เอง แต่อย่าด้อยค่าคนไทยเรื่อง mindset เลย
กฤษณ์: “ไม่ได้ด้อยค่าครับ พูดเรื่องจริง กะลา land”
ชาวเน็ตอีกราย: ผมซื้อของในงบที่ผมจะเอื้อมมือซื้อได้และคิดว่าสิ่งที่ผมซื้อมันจะใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดเพราะผมแม่xจน
กฤษณ์: “อยู่แบบเดิมต่อไปครับ”
6. ศักดิ์ศรีคนทำ: “ผมฉลาดแล้วนะครับ”
ชาวเน็ต: บางคนมีวัตถุดิบดี แต่ผลิตออกมาด้วยกระบวนการโง่ๆ ก็ใช้ต้นทุนสูงกว่าคนฉลาด
กฤษณ์: “ทำแบบผมไม่ได้ครับ ยากมากที่จะถูก ผมฉลาดแล้วนะครับ ยังทำได้ถูกเท่านี้เลย”
กระแสดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นการตลาดแบบมั่นใจในคุณภาพสินค้าของตัวเอง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าการตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกรสนิยมและฐานะของผู้บริโภค อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว ซึ่งต้องจับตาดูว่าดรามาเจลาโต้หรูครั้งนี้จะจบลงอย่างไร




























