“หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 เปิดใจเป็นครั้งแรก หลังตกเป็นกระแสข่าวเชื่อมโยงกับครอบครัวของ “เป็ก สัณณ์ชัย เองตระกูล” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” โดยยืนยันว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์เกินเลยกับเป็ก และไม่เคยคิดเข้าไปเป็นมือที่สามของใคร พร้อมเผยว่าได้พูดคุยกับธัญญ่าเป็นการส่วนตัวแล้ว และอีกฝ่ายได้ส่งข้อความมาขอโทษ ซึ่งตนไม่ได้ติดใจแต่อย่างใด
หนิงเปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หลังมีอาการวูบหมดสติจากการพักผ่อนน้อยและซ้อมงานอย่างหนัก โดยแพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะความดันโลหิตต่ำ และให้ติดเครื่องตรวจการเต้นของหัวใจเป็นเวลา 7 วัน แม้ยอมรับว่ากระแสข่าวส่งผลต่อสภาพจิตใจ แต่เชื่อว่าสาเหตุหลักของอาการป่วยมาจากการทำงานหนักมากกว่า
สำหรับประเด็นการเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ หนิงยืนยันว่าไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับเป็ก สัณณ์ชัย แต่เดินทางไปกับวงดนตรีเพื่อทำงาน และเพิ่งทราบว่าเป็กจะมาร่วมงานเมื่อไปถึงสถานที่จัดงานแล้ว โดยทั้งสองพบกันที่ร้านวอร์มอัป และไม่มีการนัดหมายกันล่วงหน้า
ส่วนภาพที่ถูกเผยแพร่ในสนามบิน หนิงชี้แจงว่าเป็นสนามบินบุรีรัมย์ ไม่ใช่สนามบินเชียงใหม่ โดยเป็นการเดินทางไปทำงานที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้จัดงาน ขาไปเดินทางแยกกัน ส่วนขากลับใช้เที่ยวบินเดียวกันเนื่องจากมีเที่ยวบินจำกัด พร้อมยืนยันว่าไม่เคยใช้เวลาส่วนตัวกับเป็กนอกเหนือจากการทำงาน
หนิงยังเปิดเผยว่า เคยร่วมงานกับเป็กทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศหลายครั้ง แต่ทั้งหมดเป็นการทำงาน โดยมีผู้จัดการส่วนตัวเดินทางไปด้วยทุกครั้ง และไม่เคยเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันเป็นการส่วนตัว
เจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกสะเทือนใจที่ถูกสังคมมองว่าเป็น “เมียน้อย” หรือ “มือที่สาม” พร้อมยืนยันว่าได้ทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวมาตลอดชีวิต ไม่เคยรับงานในลักษณะที่ไม่เหมาะสม และไม่เคยคิดแย่งสามีของใคร
นอกจากนี้ หนิงยังเผยว่า หลังเกิดกระแสข่าวได้ตัดสินใจถอยห่างจากการร่วมงานกับเป็ก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทุกฝ่าย พร้อมยอมรับว่าการให้สัมภาษณ์ของเป็กในบางช่วงอาจทำให้สังคมตีความไปในหลายแง่มุม จึงอยากออกมายืนยันข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง
ในส่วนของความสัมพันธ์กับธัญญ่า หนิงระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยและทำความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว โดยธัญญ่าได้ส่งข้อความผ่านอินสตาแกรมเพื่อขอโทษ และยืนยันว่าต่างฝ่ายต่างเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ช่วงท้าย หนิงกล่าวขอโทษแฟนคลับ ผู้เกี่ยวข้อง และสังคมที่เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความวุ่นวาย พร้อมยอมรับว่าตนเองอาจรับงานจำนวนมากโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และหวังว่ากรณีของตนจะเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้กับใครอีกในอนาคต
















