มีเรื่องราวให้ระทึกผ่านโซเชียลตลอด สำหรับแม่ลูก “เม จีระนันท์” นักร้องชื่อดัง กับแม่บังเกิดเกล้า ทั้งครั้งหนึ่งที่แม่วอนโซเชียลช่วยตามหาลูก หลังไล่ออกจากบ้านแล้วเมหายไป ติดต่อไม่ได้ หวั่นลูกคิดฆ่าตัวตาย อีกครั้งเป็นเมที่ประกาศโซเชียลตามตัวแม่ หลังมีปากเสียงกันหนัก ต่อมาพบว่าแม่ไปบวช ซึ่งล่าสุดเมและคุณแม่ได้มาย้อนเล่าบทเรียนชีวิตที่ผ่านไป
– เข้าใจกันมากขึ้น แม่ปรับตัวเข้าหาเม มันสะสมมาเรื่อยๆ จากเรื่องของเศรษฐกิจด้วย แล้วเมประสบปัญหาเรื่องของการทำงาน เรื่องของธุรกิจด้วย พอมันผิดหวังซ้ำๆ ก็เลยเกิดความเครียดสะสม
-เมก็มีคุณแม่กันสองคน เวลามีอะไรคุณแม่ก็จะเป็นคนที่รับ เมเก็บทุกอย่างเอาไว้ แล้วก็ไม่รู้จะระบายกับใครแต่คนที่ใกล้ชิดเมที่สุดก็คือคุณแม่ ทีนี้พอเมเครียด ผิดหวังซ้ำๆ คุณแม่ก็เลยรับเอาความทุกข์ใจของเม เหมือนเมมาระบายที่เขา มันก็เลยเกิดจุดที่พอมันมีเหตุการณ์ที่คนเข้ามาทำร้ายเรา เหมือนทุกอย่างมันประดังเข้ามาในเวลานั้น
-จริงๆ แล้วตอนนั้นเมคิดว่าเมไม่เอาอะไรแล้ว คือยอมแพ้กับทุกอย่าง แล้วพอเราเจอคนที่มาทำร้ายเรา ซึ่งเราไม่เคยเจอมาก่อน เมก็รู้สึกว่าการมองโลกมันเปลี่ยนไป แต่ว่าก็ต้องขอบคุณคุณแม่ที่คอยฉุดดึงให้เมอยู่ แล้วก็ให้กำลังใจ ให้อภัยทุกอย่าง ที่สำคัญก็คือมีแฟนคลับเล็กๆ ที่เขาเห็นใจแล้วก็ให้กำลังใจเราสองคน ก็ทำให้มันผ่านช่วงเวลานั้นมาได้
-แม่เผยต้องอดทนอย่างมาก พอรับพลังงานที่ลูกเขาได้รับผลกระทบมา ก็ทำให้เราต้องรักษาใจตัวเองด้วย แล้วก็พยายามเข้าใจเขา ประคับประคองครอบครัวไว้ แต่ว่ามันก็มีบางช่วงที่ตัวเราเองก็แย่ เพราะอยู่กันสองคน ความทุกข์ของลูกเราก็แบ่งมา แต่เราไม่สามารถจะช่วยอะไรลูกได้ นอกจากการให้กำลังใจเขา
-มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราผิดพลาดอะไร ทำไมเราไม่สามารถจะปกป้องลูกได้จากคนไม่ดี ก็เลยมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่ไม่สามารถจะดูแลลูกได้เหมือนเมื่อก่อน ก็รู้สึกโทษตัวเองมากกว่า แต่ก็เห็นใจเขาเพราะว่าเขาต้องแบกภาระทุกอย่าง จากเมื่อก่อนเราช่วยกันได้ แล้วพอแม่อายุมากขึ้น แม่ก็ไม่สามารถจะซัปพอร์ตเขาได้ทุกเรื่อง แล้วภาระก็เลยไปตกอยู่ที่เขาคนเดียว
-คุณแม่ก็เลยพยายามเข้าใจเขา แต่ว่ามันก็มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่บางครั้งเราก็อึดอัด แต่เราก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรแรงๆ ได้ แต่วันหนึ่งเราพูดอะไรแรงไป มันก็เลยมีผลกระทบกับจิตใจเขา แม่ก็เลยรู้สึกว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้นไม่ได้แล้ว ก็พยายามหาจุดที่มันอยู่ตรงกลางให้ได้ แม่ก็พยายามหาวิธีว่าเราจะประคับประคองครอบครัวยังไงให้ผ่านเรื่องร้ายๆ ไปได้ และให้ลูกกลับมาทำงานได้ เพราะว่าตอนที่ลูกเจอปัญหาหนักๆ ลูกไม่เอาอะไรเลย แม้กระทั่งชีวิตของเขา เขาก็ไม่อยากได้ ก็เคยคิดที่จะไปบวช ส่วนตัวเขาบอก ‘หนูดีใจนะที่แม่จะไปบวช หนูจะได้หมดห่วง’ เขาจะได้ไปของเขาคนเดียว ก็คือการจบชีวิต
-เมเผยมันเลวร้ายสุดๆ แม่ก็พยายามดึงทุกอย่าง ถึงขั้นว่าพาเมไปปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ที่นับถือ พระอาจารย์ก็โทร.มาขอ อาตมาขอบิณฑบาตชีวิต
-จากเหตุการณ์ครั้งนั้น แม่พยายามปรับตัว พยายามเข้าใจเขามากขึ้น พยายามอยู่กับตัวเองให้ได้ ที่ผ่านมารู้สึกว่าชีวิตเรา ทำไมต้องติดอยู่กับลูกอันนี้คือความคิดที่แม่รู้สึกว่าตัวเองผิดพลาดตรงนี้ เพราะเราไปยึดติดกับลูกมาก เราไปคิดว่าเราจะต้องอยู่กับลูกเหมือนเป็นเงาตามตัว จนบางครั้งทำให้ลูกเราก็อึดอัด
-เมบอกแม่เป็นห่วง เพราะว่าอยู่กันสองคน ถ้าแม่ไม่อยู่แล้ว แล้วเราก็ยังไม่แข็งแรงพอ เรายังไม่มีธุรกิจ การงานก็ยังไม่มั่นคง แล้วก็ยังไม่ได้เป็นฝั่งเป็นฝา เขาก็เลยกลัวว่าถ้าไม่มีเขาอยู่ ก็เลยพยายามแบบเคี่ยวเข็ญให้เอาทุกอย่าง ให้ประสบความสำเร็จ
-แม่กลับมามองตัวเองว่ารักลูกเกินไปหรือเปล่า ห่วงลูกเกินไปหรือเปล่า จากคำพูดที่ลูกเคยบอกว่า แม่ หนูโตแล้วนะ หนู 40 แล้วนะ (ตอนนั้นเมอายุ 42) กลับมาคิดว่าเราห่วงเขาเกินไป เพราะว่าตัวเขาเองเขาไม่มีคุณพ่อ ไม่มีคนปรึกษา ก็มีเรากันสองคน ตรงนี้เราผิด เราไปกดดันเขาเกินไปหรือเปล่า แม่ก็เลยกลับมาลดตัวเองว่าปล่อยให้เขาตัดสินใจ ให้เขาดำเนินชีวิตของเขาเอง


















